bg-single

เครื่องเคียงข้างจอ/ วัชระ แวววุฒินันท์ /ควันหลงออสการ์ 2020

07.03.2020

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

ควันหลงออสการ์ 2020

 

เมื่อตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ได้มีการจัดงานประกาศรางวัลทางภาพยนตร์ที่คนให้ความสนใจอย่างมากงานหนึ่ง นั่นคือรางวัลออสการ์ ที่ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 92 แล้ว

ผลของรางวัลผมคงไม่ต้องฉายหนังซ้ำ เพราะข่าวคราวก็มีรายงานให้ทราบไปตั้งแต่รางวัลจบปั๊บ ผลก็ออกมาปุ๊บพร้อมเกร็ดต่างๆ รวดเร็วทันใจสมกับเป็นยุคดิจิตอลจริงๆ

ที่จั่วหัวเรื่องว่า “ควันหลงออสการ์” ก็เพราะจะหยิบยกประเด็นที่มองเห็นจากงานนี้มาบอกเล่าให้ฟังน่ะครับ โดยเฉพาะในมุมที่เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกา เพราะบ้านเขาวงการบันเทิงกับวงการการเมืองแยกกันไม่ออกมานานแล้ว

หากใครเป็นแฟนออสการ์ คงจะทราบว่าในทุกๆ ปีจะมีเรื่องที่สะท้อนความคิดหรือกระแสในเชิงสังคมและการเมืองของอเมริกาอยู่เป็นประจำ นั่นคงเป็นเพราะบ้านเขาให้เสรีในการแสดงออกได้จริง

ซึ่งเรื่องนี้ในบ้านเราแล้วยังห่างไกลมาก

 

ภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลต่างๆ ในปีนี้ และโดยเฉพาะผลงานที่ได้รับรางวัล ส่วนหนึ่งเลยจะให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ความแตกต่างทางชนชั้น” หรือ “ความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม”

อย่างเช่นเรื่อง “Parasite” ของผู้กำกับฯ ชาวเกาหลีชื่อบงจุนโฮ นี่เล่นประเด็นเรื่องของชนชั้นอย่างเต็มๆ ในหนังจะเห็นถึงโลกสีชมพูของคนรวย กับโลกสีเทาหม่นจนออกดำของคนจน เมื่อครอบครัวที่ยากจนได้มีโอกาสมาใกล้ชิดเข้านอกออกในภายในบ้านของคนรวย แล้วฉวยโอกาสเอาผลประโยชน์ต่างๆ มาอย่างที่ไม่สะอาดเท่าไหร่ คนดูไม่น้อยจึงเอาใจช่วย เพราะเหมือนเป็นการ “แก้แค้นทางชนชั้น” ที่หลายคนกำลังประสบ

ก็ชื่อเรื่อง Parasite ก็มาจากเหตุนี้ที่มีอาการเหมือนตัว Parasite ที่ไปเกาะกินร่างกายของคนที่มันไปพึ่งพิงนั่นเอง แต่ Parasite ที่ว่านี้ไม่ได้แค่เกาะและดูดเลือดหรืออาหารไปวันๆ หนังได้พาเราเดินทางไปสู่ความหายนะของการต่อสู้ทางชนชั้นโดยการใช้ความรุนแรง ที่สร้างความพรึงเพริดแบบนึกไม่ถึงให้กับผู้ชมได้อย่างเต็มที่

ซึ่งสังคมอเมริกันก็มีเรื่องพวกนี้อยู่เต็มไปหมด ที่คนจน คนต่างด้าว คนต่างศาสนา จะถูกกำหนดให้เป็นคนชั้นล่างที่ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา

เราจึงได้ยินข่าวการแสดงออกของความรุนแรงเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกกดขี่ในบ้านเขาอยู่เนืองๆ แต่ที่น่าตกใจคือ เริ่มมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นในสังคมไทย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกราดยิงที่โคราช หรือ ผอ.กอล์ฟ หรืออีกหลายคดีที่ประดังเข้ามาในช่วงที่ผ่านมา

และด้วยคุณภาพของหนังและการเล่าเรื่องที่โดนใจนี่เอง จึงทำให้หนัง Parasite คว้ารางวัลสำคัญไปครองชนิดที่เจ้าตัวเองก็อดประหลาดใจไม่ได้

 

เช่นเดียวกันกับเรื่อง “Joker” ที่นักแสดงนำอย่าง วาคีน ฟีนิกซ์ ในบท “อาเธอร์ เฟล็ก” หรือ “โจ๊กเกอร์” แทบจะนอนมากับรางวัลแสดงนำชายยอดเยี่ยมนี้ เพราะกวาดมาแล้วจากเวทีอื่นๆ ก่อนหน้าตามคาด

เรื่องของ “Joker” ก็พูดถึงคนที่เป็นคนระดับล่างของสังคมอย่าง “อาเธอร์ เฟล็ก” ที่ถูกสังคมกระทำต่อเขาอย่างไม่ยุติธรรม เขาเป็นคนที่โดดเดี่ยว แปลกแยก และเข้าสังคมยาก สุดท้ายเมื่อเขาหาทางออกด้วยความรุนแรง เขาจึงกลายเป็นผู้ร้ายของสังคมขึ้นมาทันที แต่ขณะเดียวกันเขาก็เป็นฮีโร่ของคนจำพวกเดียวกับเขาที่ลุกขึ้นมาเอาแบบอย่างและเชียร์การกระทำของเขาอย่างออกนอกหน้า

หนังเรื่อง “Joker” นี้ตอนที่ออกฉายได้สร้างปรากฏการณ์หลายอย่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายแบบตัวตลกของเขาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเทศกาลฮัลโลวีน การแต่งหน้าที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของขบถทางสังคม หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เป็นที่นิยมทางโซเชียลในการ “เลียนแบบความดัง” ก็มี คือการที่ผู้คนพากันไปเลียนแบบการเต้นรำบนบันไดตามฉากที่ปรากฏในหนังอย่างสนุกสนาน ซึ่งในฉากนี้เหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยสำหรับคนที่ถูกกดขี่นั่นเอง

นั่นสะท้อนว่าโลกนี้ สังคมนี้ ยังมีคนที่ถูกกระทำบนความเหลื่อมล้ำอีกมาก

 

นอกจากนั้น ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้รางวัลใหญ่ หรือไม่ได้รางวัลติดมืออะไรไปหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่วนเวียนกับ “ผู้ถูกกระทำ” เช่นกัน

อย่างเรื่อง “Bombshell” ที่สร้างจากเหตุการณ์จริง เรื่องของนักข่าวหญิง และพนักงานหญิงของสื่อเจ้าใหญ่อย่าง Fox News ได้ลุกขึ้นมาบอกสังคมดังๆ ถึงการตกเป็นเหยื่อทางเพศจากเจ้านาย ซึ่งสอดรับกับกระแส “Me too” ในช่วงที่ผ่านมานั่นเอง

แม้ตัวละครในเรื่องจะไม่ได้อยู่ในฐานะของคนชั้นล่างอย่าง 2 เรื่องแรก กลับอยู่ในพื้นที่ของคนมีโอกาส มีความหรูหรา มีชื่อเสียงเงินทอง มีอาชีพที่มั่นคงอย่างคนในวงการข่าว

แต่นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใด ก็ยังมี “ผู้ถูกกระทำ” จากผู้มีอำนาจกว่าเสมอ

อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ใช่หนังที่อยู่ในความสนใจนักนั่นคือเรื่อง “Harriet” ที่ส่งให้ซินเธีย เอรีโว เข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และเป็นนักแสดงผิวสีคนเดียวในกลุ่มผู้เข้าชิงอื่น

เรื่อง “Harriet” เป็นเรื่องการต่อสู้ของทาสในอเมริกา ซินเธียรับบททาสสาว แฮร์เรียต ทับแมน ที่หลบหนีจากการเป็นทาส แล้วกลายเป็นผู้นำทาสสู่อิสรภาพโดยใช้อุโมงค์รถไฟใต้ดิน ซึ่งเรื่องของการต่อสู้ของทาสหรือของคนผิวสียังคงมีให้ฮอลลีวู้ดสร้างออกมาได้อยู่เสมอ

นั่นแสดงว่าเรื่องความแตกต่างทางผิวและชนชาติยังมีอยู่จริง

 

นอกจากเรื่องของตัวหนังเองแล้ว การแสดงบนเวทีและพิธีการประกาศรางวัลก็สะท้อนให้เห็นถึง “การมองคนละขั้วกับทรัมป์” อย่างชัดเจน ในขณะที่ทรัมป์ประกาศและยึดเป็นสิ่งที่ทำมาโดยตลอดคือ “America First” พร้อมกีดกันคนชาติอื่นอย่างชัดเจน

แต่บนเวทีออสการ์ครั้งนี้ เราได้เห็นโชว์เพลง “Into the Unknown” จากเรื่อง Frozen 2 ที่นำเอานักร้องหญิงหลายเชื้อชาติขึ้นเวทีมาร่วมร้องด้วยกัน รวมทั้งน้องแก้ม วิชญาณี จากประเทศไทยด้วย

เราได้เห็นคนที่ได้ขึ้นเวทีไปประกาศรางวัล มาจากคนในวงการบันเทิงที่มีเชื้อชาติหลากหลาย และมีการหยอดมุขกระทบทรัมป์ด้วย

และที่ตอกหน้าดังๆ คือการที่หนัง Parasite สามารถคว้ารางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม เป็นการคว้า 4 จาก 6 รางวัลที่เข้าชิง

นั่นกำลังจะบอกว่า ในขณะที่ฮอลลีวู้ดเปิดกว้างกับคนทำงานและผลงานของประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นลูกเมียน้อยมากขึ้น ซึ่งเริ่มเป็นมาหลายปีแล้ว

แต่ในวงการเมืองภายใต้การนำของทรัมป์แล้วยังวนเวียนอยู่กับ “America First” อยู่เลย

 

สําหรับโลกใบนี้ นับวันจะเป็นโลกของผู้มีอำนาจ โลกของคนตัวใหญ่มากขึ้นทุกที บางทีวันหนึ่งคนตัวเล็กๆ ที่ถูกกดขี่จากความไม่เท่าเทียม จากความอยุติธรรมของสังคม ผู้ที่เคยถูกกระทำต่างๆ อย่างไร้ความเมตตา อาจจะลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อปลดปล่อยกันมากขึ้น

และจะยิ่งน่ากลัว หากว่ามันมาพร้อมกับความรุนแรง ที่เขาเหล่านั้นคิดว่า ต้องอย่างนี้พวกเขาจึงจะฟัง ต้องอย่างนี้ถึงจะสาสม

เรื่องจากเวทีออสการ์ ก็สามารถสะท้อนความเป็นจริงของสังคมอเมริกันได้ไม่น้อย

เรื่องจากสภาผู้แทนฯ ของไทย ก็สามารถสะท้อนความเป็นจริงของสังคมไทยได้เช่นกัน ซ้ำร้ายอาจจะขื่นขมกว่าด้วยซ้ำ

เอวังด้วยประการฉะนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT
CRINK : พันธมิตร 4 สหาย ท้าทายโลกตะวันตก!
ความคาดหวังที่มีต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ