bg-single

ฐากูร บุนปาน : ยังวนเวียนทำมาหากินอยู่กับเรื่องหนังสืออยู่เหมือนเดิมครับ

19.04.2017

ยังวนเวียนทำมาหากินอยู่กับเรื่องหนังสืออยู่เหมือนเดิมครับ

แต่คราวนี้มาเน้นๆ เนื้อๆ กับเล่ม “รายงานเกี่ยวด้วยสถานการณ์บางประการในกรุงนานกิง” ของพระยาอภิบาลราชไมตรี (ต่อม บุนนาค) เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงนานกิง

ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ในช่วงที่พรรคคอมมิวนิสต์บุกเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลก๊กมินตั๋งของจอมพลเจียงไคเช็ก เมื่อ ค.ศ.1932 หรือ พ.ศ.2475

ที่มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ

 

ประเด็นที่ทำให้บันทึกของเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีนคนสุดท้าย (ก่อนจะกลับมาสถาปนาความสัมพันธ์กันใหม่ในปี พ.ศ.2518) ฉบับนี้น่าสนใจ

เพราะความไม่เหมือนกับบันทึกของทูตที่ต้องรายงานต่อกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐบาลแบบทั่วไป

คือไม่ได้มีเฉพาะรายงานเหตุการณ์เท่านั้น

แต่ยังมีการใส่ความเห็น และข้อคิดวิเคราะห์แบบคนที่ผ่านโลกมาจัดเจนแล้วลงไปด้วย

ตรงนี้ต้องเข้าใจภูมิหลังท่านเจ้าคุณก่อนว่า

สมัยที่รัฐบาลส่งท่านไปเป็นเอกอัครราชทูตที่กรุงนานกิงนั้น ท่านอายุ 64 ปีแล้ว เกษียณจากราชการปกติแล้ว

แต่ยุคนั้น (และโดยเฉพาะสถานการณ์ช่วงนั้น-ประเทศนั้น) การคัดเลือกทูตไปประจำบางตำแหน่งบางประเทศ

เป็นการตัดสินใจของฝ่ายการเมือง มิใช่กำหนดโดยข้าราชการประจำแบบสถานการณ์ปกติ

ที่น่าสนใจก็คือ เจ้าคุณอภิบาลราชไมตรีนั้น เป็นเนติบัณฑิตอังกฤษ เคยเป็นผู้พิพากษา เคยเป็นสมุหพระราชมณเฑียร

ก่อนจะโอนย้ายออกมาอยู่กระทรวงการต่างประเทศ

เป็นเอกอัครราชทูตอิตาลี สเปน และโปรตุเกส

และเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

ถือว่าไม่ธรรมดา

การถูกคัดมาเป็นทูตจีนในช่วงหลังสงครามโลกใหม่ๆ ทั้งที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว

ยิ่งชี้ให้เห็นว่าไม่ธรรมดา

 

ในบันทึกที่ท่านรายงานเสนอกระทรวงผ่านต่อไปยังนายกรัฐมนตรีนั้น แยกเป็น 6 หัวข้อใหญ่

3 ตอนแรกเป็นรายงานข้อเท็จจริง คือก่อนคอมมิวนิสต์ยึดกรุงนานกิง เมื่อยึดได้แล้ว และคณะทูตมีผลกระทบอย่างไร

อีก 3 ข้อหลังเป็นบทวิเคราะห์และความเห็น คือเหตุใดก๊กมินตั๋งถึงแพ้คอมมิวนิสต์ ปัญหาคอมมิวนิสต์ในไทย และควรรับรองรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนหรือไม่

ขออนุญาตตัดตอนมาเฉพาะส่วนหลัง และคัดเนื้อความที่สรุปมาแล้วโดย คุณพจน์ สารสิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น

ปัญหาว่าทำไมก๊กมินตั๋งถึงแพ้

ข้อวิเคราะห์คือ เมื่อครองอำนาจแล้ว ข้าราชการระดับสูงก๊กมินตั๋งกลายเป็นนายทุน กอบโกยเอาผลประโยชน์ส่วนตัว แม้กระทั่งเงินและอาวุธที่สหรัฐอเมริกาช่วยเหลือมา

เมื่อระดับสูงโกงกันออกหน้าออกตา ทหารระดับล่างก็ไม่มีกำลังใจสู้รบ

ปัญหาว่าคอมมิวนิสต์จีนจะขยายอิทธิพลถึงไทยหรือไม่

ข้อวิเคราะห์คือ ปัญหาของจีนเองก็เยอะอยู่แล้ว คงส่งทหารเข้ามารุกรานไทยไม่ได้

แต่น่าจะใช้วิธียุแหย่ให้แตกแยก และก่อความไม่สงบในประเทศ

อันเป็นวิธีที่โซเวียตใช้ได้ผลมาแล้วในยุโรปตะวันออก

ปัญหาการรับรองรัฐบาลคอมมิวนิสต์

ให้รอดูท่าทีมหาอำนาจอย่างอังกฤษและสหรัฐอเมริกาไปก่อน แต่เชื่อว่าอังกฤษจะรับรองจีนก่อนสหรัฐ เพราะมีผลประโยชน์อยู่ในจีนมากกว่า

และมีแนวโน้มว่าจีนกับโซเวียตจะแตกกันในไม่ช้า

ข้อหลังนี้ตรงเผงทีเดียว

 

อ่านหนังสือเล่มนี้จบ

นอกจากจะค่อยๆ ขบ ค่อยๆ เคี้ยวความคิดความสุขุมของท่านผู้ใหญ่สมัยนั้นแล้ว

ยังมีคำถามอีกข้อว่า

กระทรวงการต่างประเทศคิดจะจัดให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในคู่มือที่ทูตหรือข้าราชการระดับสูง “ควรอ่าน” หรือไม่

แล้วพลอยคิดต่อไปอีกว่า อย่างนั้นแล้วหนังสือทำนองเดียวกัน ที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจกับโลกนี้ เช่น “สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” หรือเล่มอื่นๆ

ท่านจะสนใจแค่ไหน

ถ้าท่านทำแล้วก็ขออภัย

แต่กลัวอยู่แต่ว่าระบบราชการไทยนั้นจะไม่หนีกันเท่าไหร่

เช่น บางหน่วยงานมีเงินสร้างห้องสมุด 600 ล้าน แต่ดันร่อนจดหมายขอรับบริจาคหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ

เรื่องเอากระพี้ไม่เอาแก่นเนี่ย

ระบบราชการไทยไม่เป็นรองใครในโลก

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
‘เห่เรือ’ ไม่มี สมัยอยุธยา
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’