bg-single

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)

02.11.2026

บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

520 วันบันทึกของคำจากลา

ในโลกหลังกำแพง (27)

สงกรานต์เลือด (2)

“กูไม่เล่นกับพวกมึง อย่ามายุ่งกับกู” เสียงหนึ่งดังขึ้น หลังประตูห้องสมุดถูกพังเปิดเข้ามา ตามด้วยเงาของเหล่าชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่พยายามเข้ามาฉุดลากพี่คนหนึ่งออกไป

“ไม่ไปเล่นสงกรานต์ด้วยกันเหรอจ๊ะน้อง” ชายคนหนึ่งพูด พร้อมมือที่กำแขนพี่คนนั้นแน่น

ด้วยทั้งจำนวนและพละกำลังที่ต่างกัน พี่สาว (LGBT) ก็ถูกลากตัวออกไปในที่สุด แม้พี่ท็อปผู้ช่วยฝ่ายการศึกษาพยายามห้ามแล้วก็ตาม เราที่นั่งหลบมุมห้องในวันที่ 2 ของวันสงกรานต์ ทำได้เพียงแต่นั่งกอดเข่าหวาดกลัวกับภาพการละเล่นที่เกิดขึ้นตรงหน้า

“ขนุน ไม่ต้องกลัว เขาไม่ยุ่งกับเราหรอก” พี่ก้องเดินมาพูดใกล้ๆ

“แต่ผมกลัว ผมไม่อยากโดนแบบนั้น ทำไมในนี้เขาเล่นแรงกันจัง” เราตอบกลับด้วยเสียงสั่นกลัว แค่คิดถึงบ้านก็ใจจะขาดแล้ว แล้วมาเจอเรื่องพวกนี้อีก

แม้ขณะคิดในใจ เสียงกรี๊ดที่ทะลุผ่านเสียงเพลงที่เปิดลั่นก็ยิ่งทวีความวิตกของเราขึ้นไปอีก เสียงฝีเท้า ‘ตึก ตัก’ สั่นสะท้านไปรอบตัวเรา เพลงจังหวะโจ๊ะๆ ที่เหมือนจะตลก แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์โดยรอบดีขึ้นเลย กลับกันคนยิ่งบ้าคลั่งขึ้นไปอีกเมื่อจังหวะที่เปิดผสานไปพร้อมกับพิธีกรรมที่ประกอบอยู่

เราชะโงกหน้าไปดูทางโรงเลี้ยง จุดนั้นจะมีเสาคานต้นใหญ่อยู่ พี่ที่ถูกลากไปเมื่อกี้กำลังถูกจับแหกขาสองข้างให้อยู่ระหว่างเสาจากแรงชายสองคน ก่อนที่อีกคนจะส่งสัญญาณให้ชายคู่นั้นดึงขาให้ส่วนสำคัญกระแทกเข้ากับเสาอย่างจัง เสียงกรี๊ดดังขึ้นก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเสียงน้ำตาที่สะอื้นร้องขอให้หยุด

พี่สาวยกมือไหว้ขอให้ชายกลุ่มนี้หยุด เราเห็นเขาขยับปากเป็นคำว่า “ไม่ไหวแล้ว”

แกยังถูกทำอย่างนั้นซ้ำๆ อีกหลายที ก่อนจะมีคนอีกกลุ่มเข้ามาสาดน้ำปลาพริกใส่ พี่สาวคนนั้นจึงเป็นอิสระ แกจึงรีบวิ่งกลับมาที่ห้องสมุดอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด

พี่ท็อป ผู้ช่วยการศึกษาที่เป็นพี่สาวอีกคนรีบเปิดประตูรับ แล้วถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“แก ทำไมพวกนี้มันเล่นกันแรงจังวะ ชั้นไม่ไหว ชั้นเจ็บหมดเลย” พี่เขาตอบกลับ

ก่อนที่พี่ท็อปจะปลอบและพาไปล้างตัวข้างหลังแดน

เราที่นั่งดูตลอดเหตุการณ์ ได้แต่คิดละเหี่ยใจกับสิ่งที่มนุษย์กลุ่มนี้กระทำ มันไม่ใช่แค่การละเมิดสิทธิ แต่มันเข้าข่ายการทำร้ายร่างกายด้วยซ้ำ ทำไมผู้คุมถึงไม่ทำอะไร เสียงในหัวดังก้องภายในใจ

ไม่ทันให้พักหายใจ เสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นพี่สาวอีกคนที่กำลังวิ่งสุดชีวิตไปทางหลังแดน ตามด้วยกลุ่มชายร่างยักษ์หลายสิบคนที่วิ่งตามจับพี่คนนั้นด้วยสีหน้าที่เหมือนสุนัขล่าเนื้อที่หิวกระหาย ไม่นานด้วยจำนวนกับพื้นที่ในแดนที่แคบพี่เขาก็ถูกจับในที่สุด

“เอาถังมา ไปเอาถังมา เอามันยัดใส่ถัง” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น คนตรงนั้นที่ว่างก็วิ่งไปหยิบถังตามคำบัญชา

“ไป! ออกไป!! อีเหี้ย!!!” เสียงขัดขืนของพี่เขาดังลั่นไปทั่ว คนรอบสนามที่เปียกไปด้วยน้ำก็ต่างมามุงดู บางคนส่งเสียงเชียร์ ‘เล่นแม่งเลย’ ‘จัดหนักเลยพี่’ ‘จับไอ้กะหรี่ลงถัง’ แต่ส่วนน้อยก็เดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ถังน้ำสีน้ำเงินใบใหญ่ถูกนำมาตั้งกลางสนาม พี่สาวเคราะห์ร้ายคนนี้ถูกอุ้มขึ้น เพื่อหามุมที่เหมาะสมในการโยนยัดลงไปในถัง กลุ่มชายร่างยักษ์พยายามอยู่สักพักตามจำนวนเซลล์สมองที่มี เมื่อสำเร็จ เสียงปรีดาโห่ร้องก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณของชัยชนะที่ไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร

บางคนก็กระโดดถีบถัง บางคนก็เทผงซักฟอกลงไป แม้เราจะบอกว่าเป็นถังน้ำสีฟ้า แต่ถังในนี้วัตถุประสงค์ของมันคือเป็นถังเก็บข้าวหมู (ใส่เศษอาหาร) คือไอ้พวกนี้มันเอาคนยัดใส่ถังข้าวหมู!!!

หัวโจกเดินแหวกทางเข้ามาตรงถัง แล้วสั่งให้ลูกน้องถีบถังให้นอนลงกับพื้น และให้คนเตะเล่นกลิ้งไปกลิ้งมารอบสนาม พร้อมเสียงหัวเราะมีความสุขของคนรอบๆ จะดังเชียร์ผู้กระทำเป็นระยะ

เวลาผ่านไประยะหนึ่ง พี่สาวผู้นี้ก็ดิ้นจนหลุดออกมาจากถังได้ แกวิ่งหนีสุดชีวิตไปทางร้านค้า แต่จุดนั้นกลับเต็มไปด้วยแก๊งชายอีกกลุ่มที่ดักรออยู่ ไม่ช้าชายคนหนึ่งวิ่งพุ่งชนแกหวังให้ล้ม ตัวแกลื่นไถลไปกับทาง แล้วชายอีกคนก็ตามมาสมทบ เขาจับตัวพี่แกยกขึ้นเพื่อผลักไปข้างหน้าเสาต้นเดิม แต่แกลื่นอีกครั้ง ทำให้หัวโหม่งชนเสาปูนแข็งเข้าเต็มแรง เนื้อตัวแกเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ เลือดค่อยๆ ไหลอาบใบหน้าของแก

“หัวแตกว่ะพี่” เสียงจุดนั้นพูดขึ้น พี่สาวที่น่าสงสารร้องไห้ ก่อนลุกหันหลังเปลี่ยนจุดหมายไปทางหน้าแดนแทน แต่ครั้งนี้ไม่มีใครขวาง แกวิ่งไปเกาะประตูที่ทำการแดน ร้องขอความช่วยเหลือ ผู้ช่วยตรงนั้นและ อสรจ.จึงเปิดรับและเจ้าหน้าที่ก็พาไปสถานพยาบาลต่อไป

และพี่คนนั้นชื่อ ‘เอ็นรัว’

จากทั้งหมดที่เกิดขึ้น เราทำอะไรไม่ได้ เราเรียกร้องเรื่องสิทธิ เราขับเคลื่อนมัน เราฝันถึงมัน แต่เรากลับทำอะไรไม่ได้เลยในสถานที่แห่งนี้ ที่ ‘กฎหมู่’ ทำงานและแข็งแรงกว่า ‘กฎหมาย’ สุดท้ายเราก็จมดิ่งลงไปในห้วงความคิดอีกครั้ง เราก้มหน้า ร้องไห้ ร้องไห้ไม่หยุด ร้องจนทุกคนต่างมามุงถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น

“ผมอยากกลับบ้าน” เราตอบกลับไป

แก๊งการเมืองต่างพยายามเดินเข้ามาปลอบเราแต่ไม่เป็นผล (เว้นแต่พี่บูมที่เดินร้องเพลงรอบๆ แทน) เรายังคงร้องไห้ไม่หยุดเกือบทั้งวัน

จนกระทั่งมือข้างหนึ่งมาโอบไหล่เราไว้แล้วถามขึ้น “ร้องออกมาเลย เสร็จแล้วจะได้สบายใจ”

เสียงที่ได้ยินเป็นคำไทยแต่สำเนียงอิ๊ง น้ำเสียงนี้ทั้งนุ่มเหมือนผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่งพูด

“ขอบคุณครับ” เราเงยหน้าตอบกลับไป พลางเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

“เอ็ดดี้” แกเป็นชายผิวสีร่างใหญ่ ใจดี จากแคเมอรูน ในนี้แกเป็นครูสอนภาษาอังกฤษประจำแดน 6 คนสำคัญคนหนึ่งเลย

ไม่รู้ทำไม พอเห็นว่าเป็นเอ็ดดี้ปั๊บ เราก็หยุดร้องทันที เราฮึบความรู้สึกนั้นกลั้นไว้ในอก ก่อนหันไปบอกทุกคนว่าโอเคขึ้นแล้ว ก่อนจะโดนพี่ก้องลากไปกินข้าวเพราะอาหารมาถึงแล้ว (พี่บูมยังคงถือสมุดเพลง พร้อมร้องลั่นห้องต่อ)

เป็นวันที่สองสำหรับเมนูพิเศษ อาหารยังคงช่วยเยียวยาเราได้ในวันที่เจ็บปวด ระหว่างกินมีคนซุบซิบต่อๆ กันมาจนถึงแก๊งเราบอกว่า “เอ็นรัวเย็บไป 6 เข็ม” เราทำได้แต่เศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้มันหนักหนาสำหรับเรามาก

แต่วันหยุดยังคงไม่จบและดำเนินต่อไป

วันต่อมาผู้คุมไมนัส (ไม่ขอเรียกพ่อเหมือนผู้ต้องขังคนอื่นนะ รู้สึกกระดากปาก) ประกาศหน้าเสาธง หรือจริงๆ เรียกว่าบ่นดีว่า

“พวกมึง เมื่อวานกูอุตส่าห์ปล่อยพวกมึงให้เล่นแล้วยังจะสร้างเรื่อง ไอ้นี้แม่งก็มาฟ้องให้เป็นเรื่องอีก เป็นกะเทยก็ระวังตัวหน่อย ก็รู้ในนี้ผู้ชายมันเยอะ ทราบมั้ย!!!” ก่อนทุกคนจะตอบ ‘ทราบ!!!’ ซึ่งไอ้เราก็งงว่ามันทราบอะไรกันวะ ฟังยังไม่รู้เรื่องเลย แต่หลักๆ เหมือนด่าคนที่ถูกทำร้ายด้วยซ้ำว่าปากสว่าง ‘ผู้คุมต้องเป็นคนที่ดูแลความสงบในเรือนจำไม่ใช่หรือไง’ ก่อนสงกรานต์วันสุดท้ายจะดำเนินต่อไปจนจบ

สิ่งหนึ่งที่ยังคงติดใจมาถึงทุกวันนี้คือ “เรากำลังเห็นอะไร” ทั้งคนโดนกระทืบ ถูกจับ ถูกยัดใส่ถัง รอบตัวคนนั้นยิ้มยินดีมีสุข “ภาพตรงหน้าแม่งคือ 6 ตุลา 19” สังคมที่กำลังป่วยไข้ พร้อมฆ่าฟันกันโดยไร้เหตุผล ไม่ได้มองคนเป็นมนุษย์เท่าเสมอกัน มองเป็นวัตถุเพื่อการละเล่นสนุกเพียงเท่านั้น

สุดท้ายในปีต่อมา หัวหน้าฝ่ายคนนี้เกษียณอายุไป คนใหม่มาแทน วัฒนธรรมผิดมนุษย์นี้ก็ถูกยกเลิกไปเช่นกัน แล้วปรากฏเป็นงานสงกรานต์ที่สันติเช่นภาพประกอบจนถึงทุกวันนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
‘เห่เรือ’ ไม่มี สมัยอยุธยา
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’