เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย
‘3 ความอ่อนแอ’
ที่เรายังแก้ไม่ตก!
หมายเหตุ – เนื้อหาส่วนหนึ่งจากการแถลงข่าวของ “ไตรภพ ลิมปพัทธ์” พิธีกรและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ที่เพิ่งประกาศยุติการทำรายการทีวี เพื่อย้ายไปสู่การทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มตัว เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569
ผมไม่ได้ “หนีตาย” ออกมาจากโลกของทีวีแล้วมาออนไลน์ นั่นคือข้อที่หนึ่ง ผมไม่ได้หนีตาย ผมรู้ว่าผมควรจะทำอะไร เพราะคนยังอยู่ในอุตสาหกรรมทีวีเต็มไปหมด ถ้าเกิดผมพูดอย่างนั้นว่าหนีตายออกมา มันจะกระเทือนเขามากๆ ผมไม่พูดเช่นนั้น และไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ผมออกมาเพราะผมรู้ตัวผมดีว่าผมควรจะทำอะไร แต่ละคนแต่ละที่จะมีแบ๊กกราวด์ มีการสนับสนุน หรือมีความต้องการแตกต่างกันมาก ผมอาจจะถึงจุดอิ่มตัวของผม หรือจุดที่ผมมองว่าผมต้องเป็นอย่างนี้ ข้อที่หนึ่งผมออกมา (แถลงข่าว) เพราะเหตุผลนั้น
ข้อที่สอง ที่คุณถามว่าทีวีกำลังจะตาย (หรือไม่?) ผมถามว่า คำถามนี้เป็นคำถามซึ่งผมควรตอบ หรือเจ้าของสถานี หรือ กสทช. หรือนายกรัฐมนตรี หรือคนที่ดูแลทั้งหมดควรจะเป็นคนตอบ?
เขาไม่ให้พูดเลย แต่เรามีสื่อที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ เรียกว่า “สื่อแบบไทย” บางอย่างมันเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม และความฝังรากที่ดี บางอย่างเราแตกต่างจากโลกมากมาย แต่เราเอาข้อกำหนดของโลกมากำหนดเรา เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ
บางอย่างเราควรจะก้าวออกจากกรอบตั้งนานแล้ว แต่ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ทำให้เราก้าวออกไปจากกรอบไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง
บางอย่างซึ่งคนที่มีความรู้ที่สุดในวงการทีวี คนที่มีความรู้จริงๆ อยู่กับมันจริงๆ คร่ำหวอดกับมันจริงๆ และรู้เรื่องทั้งหมดจริงๆ ควรจะได้ดูแลทีวีไหม? ควรจะกำหนดทิศทางอนาคต หรือว่าควรจะเป็นอย่างที่หลายๆ คนอยากให้เป็น เป็นเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง
บังเอิญผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดอย่างนั้นได้หรือที่จะทำเช่นนั้น ผมจึงฝากเรื่องน่าสนใจเหล่านี้เป็นหัวข้อที่สังคมควรตระหนัก
ความจริงเรื่องนี้มันเกิดก่อนแล้ว ผมหลุดปากไปพูดกับ “ดุ๊ก-ภาณุเดช (วัฒนสุชาติ)” ในรายการ “ชวนคิด ชีวิต Enjoy” ผมก็หลุดปากพูดไปแล้วว่า เรื่องราวต่างๆ ที่มันกำลังเกิดขึ้นกับเราทุกวันนี้ มันมี “ความอ่อน” อยู่ 3 ความอ่อน ที่ประเทศนี้รับอยู่ เขาไม่ให้พูดแต่ (ผม) ขอพูดครับ
หนึ่ง “สื่ออ่อนแอ” สื่อเข้มแข็งไม่พอ เสนอเรื่องเสนอทิศทางแนวทางการชักจูงอย่างอ่อนแอ มีหน้าที่นำเสนออย่างเดียว ขาดการชักจูงที่ถูกต้องไปสู่ “แนวทางแห่งความสำเร็จร่วมกัน” มีนะ ไม่ใช่ไม่มีสื่ออย่างนั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด สำหรับผมเรียกมันว่า “สื่ออ่อนแอ”
สอง “รัฐอ่อนแอ” “รัฐ-ข้าราชการ” ผมเรียกสองอย่างรวมกันเป็น “รัฐ” อ่อนแออย่างไร? ไปดูกันเอาเองว่ามันถูกต้องจริงไหม? มันอ่อนแอจริงไหม?
ผมไม่ได้ใช้คำว่า “ผิด-ถูก” เพราะมันจะลงลึกไปมากกว่านั้นอีกเยอะแยะมาก แต่ผมใช้คำว่า “อ่อนแอ” อย่าเพิ่งโกรธผม อย่าเพิ่งเอาไปตี ผมพูดด้วยปรารถนาดีทั้งนั้น และไม่ได้คิดจะไปดำรงตำแหน่งอะไร
สาม อันนี้น่าสนใจที่สุด “ประชาชนอ่อนแอ” ความอ่อนแอสามอย่างนี้อยู่กับเรามาตลอด เราถึงพยายามจะทำส่วนที่เราทำได้ คือ ส่วนประชาชน คือ สร้าง wisdom (ภูมิปัญญา) ให้กับประชาชน เราพยายามที่สุดเลย คือ จะสร้างปัญญาให้กับประชาชน เราเลยสร้าง “ครัวคุณต๋อย” ขึ้นมา
ผมไม่ได้ไปว่าใครหรือโทษใครทั้งสิ้น กรุณาอย่าไปตีความอย่างนั้นหรือไปทำอะไรให้มันเสียหายอย่างนั้น คุณถามเอง (ผม) กำลังจะพูดว่า ถ้าเราทำส่วนของเราตรงไหนได้ดีที่สุด ที่เราไม่อ่อนแอ ให้เราเข้มแข็งขึ้น ให้เราแข็งแรงขึ้น เราก็ทำสิ ผมทำได้ตรงนี้ ผมก็จะพยายาม
(นักข่าว : ถ้าให้คุณไตรภพมาบริหารประเทศ?)
พูดเหมือน “พี่เตา-บรรยง พงษ์พานิช” ผมเคารพพี่เตามาก และไม่เคยนึกเลยว่าวันหนึ่งผมจะทำรายการ “คิดเช่นต๋อย” (แล้วได้สัมภาษณ์พี่เตา) ที่บ้านของผม
พี่เตาบอกผมเองเลยว่า คุณน่าจะมาทำอย่างนี้ (บริหารประเทศ) ผมบอกพี่เตา คนรุ่นเรา เราส่งต่อความคิดเถอะ เราส่งความเห็นเถอะ พี่เตาสำหรับผมเป็นคนที่สุดยอดที่สุดในชีวิตของผมคนหนึ่งที่ผมนับถือในแนวคิด
ความจริงอีกหลายคนอย่าง “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” “คุณศุภวุฒิ สายเชื้อ” อีกเยอะเลยที่ออกรายการผม ผมไม่เคยคิดเลยว่า เชิญแล้วท่านจะมา นั่นแหละที่เรากำลังพยายามอยู่ บอกคนดูด้วย ผมพยายามอย่างยิ่ง
ทุกคำพูดที่ออกจากปากผมเดี๋ยวนี้ไปดูในรายการได้ ผมเฟ้นแล้วเฟ้นอีก อายุรุ่นผมถ้าไปทำ (งาน) ตอนนี้ ที่น่าทำที่สุดคือ สร้างคนรุ่นใหม่ให้แข็งแรงที่สุด ให้ดีที่สุด และให้มีความคิด ให้มี foundation (พื้นฐาน) ที่ดีที่สุด
เรากำลังทำ “foundation of life” (พื้นฐานของชีวิต) อยู่ ผมกำลังทำ มันอาจจะเรียกว่าหนังสือหรืออะไรก็ช่างแต่ผมกำลังทำ foundation of life ให้พวกคุณอยู่ว่า คุณจะทำอย่างไรให้ตื่นเช้ามาไม่หงอยอีกต่อไป มีแรงที่จะสู้กับชีวิต มีแรงที่จะดำเนินต่อไป
ต้องขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาในวันนี้ ขอขอบคุณช่อง 3 อย่างยิ่ง โดยเฉพาะ “คุณประวิทย์ มาลีนนท์” พูดที่ไหนก็ยังพูดอยู่อย่างนั้น คุณประวิทย์บอกไม่ต้องแล้ว ผมบอกไม่ต้องไม่ได้ คุณประวิทย์นี่สุดยอดในชีวิตของผม ขอบคุณทุกๆ คนที่ร่วมงานกับผม ขอบคุณสื่อมวลชน ขอบคุณผู้ชมทุกท่าน
แต่เชื่อผม เรายังอยู่ เราต้องอยู่ ทุกคนต้องอยู่ อยู่เพื่อทำสิ่งดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณอย่ารีบแพ้ คุณอย่าเพิ่งรีบแพ้ รีบเลิก ทำใหม่สิ ทำใหม่ให้มันดีกว่าเดิม ทำใหม่ให้มันดีกว่าเดิม คุณอยู่ได้แน่นอน ในโลกที่แปรผันขนาดไหนก็ตาม ถ้าคุณคิดใหม่ แล้วคุณทำใหม่ คุณต้องสู้ต่อไป ขอบคุณมากครับ
