bg-single

ปิดกล้องช่วยโลก (และช่วยเรา) /จิตต์สุภา ฉิน

19.03.2021

Cool Tech

จิตต์สุภา ฉิน

@Sue_Ching

Facebook.com/JitsupaChin

 

ปิดกล้องช่วยโลก (และช่วยเรา)

 

เมื่อการระบาดของไวรัสทำให้กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ทั่วโลกหยุดกึก

ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็น้อยลงด้วย

เราได้เห็นธรรมชาติหลายอย่างฟื้นฟูกลับขึ้นมาจากการที่มนุษย์หยุดเคลื่อนที่

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีรอยเท้าทางคาร์บอนอะไรบางอย่างมาแทนที่สิ่งที่หายไป

เราย้ายหลายกิจกรรมที่เคยทำได้แบบออฟไลน์เข้ามาอยู่บนโลกออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องเล่าให้ยืดยาวว่าการทำงานระยะไกลหรือการประชุมออนไลน์ได้กลายมาเป็นนอร์มของการทำงานในยุคนี้ไปแล้วอย่างไรบ้าง เพราะเราก็อยู่กับมันแทบทุกวัน

แต่การที่เราไม่ต้องเดินทางไปนั่งประชุมอยู่ในห้องเดียวกันก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขึ้นเลย

 

นักวิจัยจาก Purdue University, Yale University และ Massachusetts Institute of Technology ในสหรัฐอเมริการ่วมกันทำการวิจัยเพื่อศึกษาถึงรอยเท้าทางคาร์บอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงล็อกดาวน์และคาดประเมินสิ่งที่กำลังจะมาถึงในปี 2021

โดยดูจากเทรนด์การใช้งานดิจิตอลของคนทั่วโลก

ที่ผ่านมาเราแทบจะไม่ค่อยได้คิดอะไรกับการประชุมออนไลน์สักเท่าไหร่ แค่กดเข้าห้องประชุม เปิดกล้อง เปิดไมค์ ใส่หูฟัง แล้วรอให้มันจบลงเพื่อจะกระโดดไปห้องถัดไป

แต่ผลวิจัยในครั้งนี้ทำให้เรามองการประชุมออนไลน์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หรืออาจจะเรียกว่าทำให้เราเริ่มมองการประชุมออนไลน์ในแง่ของการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรกก็อาจจะได้

 

นักวิจัยคำนวณรอยเท้าทางคาร์บอน น้ำ และพื้นดินโดยเชื่อมโยงเข้ากับการใช้งานดาต้าแต่ละกิกะไบต์บนแต่ละแพลตฟอร์ม ทั้ง YouTube Zoom Facebook Instagram Twitter และ TikTok โดยนำตัวเลขมาจากหลายประเทศ และพบว่าการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ 1 ชั่วโมงแบบเปิดกล้องด้วยจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 150-1,000 กรัม และใช้น้ำ 2 ถึง 12 ลิตร

หากจะทำให้มองเห็นภาพได้ชัดขึ้นก็คือถ้าอัตราการใช้งานทางดิจิตอลยังคงดำเนินไปแบบนี้จนถึงสิ้นปี 2021 เราจะต้องใช้พื้นที่ป่าราว 71,600 ตารางกิโลเมตรในการจับก๊าซเหล่านั้น ส่วนน้ำที่จำเป็นต้องใช้ในการประมวลผลและส่งผ่านข้อมูลก็จะเป็นปริมาณที่มากพอจะเติมลงไปในสระขนาดโอลิมปิกได้มากถึง 300,000 แห่ง

นอกจากผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว การประชุมออนไลน์ทุกวันนี้ทำให้เราเกิดอาการที่ให้ชื่อเรียกกันว่า Zoom fatigue หรืออาการอ่อนเพลียที่เกิดจากการเข้าประชุมใน Zoom มากเกินไปด้วย

ถึงจะดูไม่น่าเหน็ดเหนื่อยอะไรเพราะก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางฝ่าการจราจรออกจากบ้านไปไหน

แต่ความเหนื่อยล้าที่ว่าเกิดขึ้นจากการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ก้นติดอยู่กับเก้าอี้ การต้องมองจ้องตากับคนในห้องประชุมออนไลน์ในระยะใกล้

และอีกอย่างที่อาจจะคาดไม่ถึงก็คือความเหนื่อยจากการต้องชินกับการมองเห็นหน้าตัวเองบนจออยู่เรื่อยๆ เหมือนมีกระจกมาวางไว้ตรงหน้าตลอดเวลา (พนักงานบริษัทที่วางกระจกไว้บนโต๊ะจะรู้ดีว่าการเหลือบไปเห็นเงาตัวเองอยู่บ่อยๆ มันทำให้สมาธิวอกแวกได้แค่ไหน)

ทั้งหมดนี้ก็ทำให้คนทำงานที่ต้องผันไปประชุมออนไลน์แทนเกิดความรู้สึกอ่อนล้า

 

แล้วเราจะทำอย่างไรกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประชุมออนไลน์ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขภาพของเราเอง สิ่งที่น่าสนใจก็คือคำตอบสำหรับทั้งสองปัญหานี้เป็นเรื่องเดียวกัน ก็คือ “เสียง”

แม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการประชุมออนไลน์ได้ แต่การปรับอะไรบางอย่างเล็กๆ น้อยๆ อย่างการปิดกล้องตอนเข้าประชุม สามารถช่วยลดรอยเท้าทางคาร์บอนจากกิจกรรมนี้ได้มากถึง 96% หรือยอมไม่สตรีมวิดีโอแบบ HD หรือความคมชัดสูง ก็ช่วยลดผลกระทบได้ถึง 86% แล้ว

การรับมือกับอาการอ่อนล้าจากการ Zoom มากเกินไปก็เช่นเดียวกัน เพียงแค่เราเพิ่มช่วงเวลาพักเบรกที่เราจะฟังเสียงเท่านั้นก็ช่วยได้แล้ว

การพักเบรกนี้ไม่ใช่แค่การปิดกล้องเฉยๆ แต่จะต้องปิดกล้องแล้วย้ายตัวเองออกจากหน้าคอมพ์โดยที่หูก็ยังฟังเสียงจากห้องประชุมไปด้วย

การจะทำแบบนี้ได้อาจจะต้องลงทุนในหูฟังไร้สายคุณภาพดีๆ สักอันเพื่อให้เราเป็นอิสระเดินไปเดินมาภายในห้องได้โดยที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมอยู่

 

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โซเชียลมีเดียใหม่ที่เน้นใช้เสียงอย่าง Clubhouse ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว การเข้าไปร่วมพูดหรือฟังในห้องสนทนาโดยที่เราเปิดลำโพงหรือสวมหูฟังไว้แล้วทำอย่างอื่นไปด้วยได้

ทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของโซเชียลมีเดียได้ในแบบที่ไม่ต้องใช้พลังเพ่งของสายตาอีกต่อไป

ปลดเปลื้องเราออกจากพันธนาการหน้าจอที่เราเสพคอนเทนต์วิดีโอหรือไลฟ์ตลอดปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ฉันเข้าใจดีว่าไม่ใช่ทุกคนจะสามารถปรับแต่งรูปแบบการประชุมออนไลน์ของตัวเองได้ตามที่ใจคิด เพราะก็จะยังต้องเชิญชวนทั้งหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานให้เห็นพ้องต้องกันถึงประโยชน์ของการประชุมออนไลน์แบบปิดกล้อง หรือพักเบรกเพื่อปิดบ้างเป็นระยะๆ

เพราะฉะนั้น ก่อนการนัดประชุมออนไลน์ครั้งต่อไป จะลองแนบบทความชิ้นนี้ไปให้ผู้ร่วมประชุมได้อ่านก่อนก็ได้นะคะ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ