bg-single

การเมืองท้องถิ่นฝ่ายก้าวหน้าของแคนาดา

30.10.2026

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ภูมิทัศน์การเมืองแคนาดาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนภาพพลวัตที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ในขณะที่รัฐแอลเบอร์ตามีท่าทีเอนเอียงไปสู่นโยบายอนุรักษนิยมทางการคลังและการจัดระเบียบสังคมที่เข้มงวด

และรัฐควิเบกเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งพรรคชาตินิยมอย่าง Parti Québécois กลับมาฟื้นตัวพร้อมวาระการผลักดันเอกราช

ภาพรวมในระดับภูมิภาคของประเทศจึงดูเหมือนกำลังเคลื่อนตัวไปทางฝั่งขวาและเน้นย้ำแนวคิดชาตินิยมมากขึ้น

ทว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การเลือกตั้งท้องถิ่นของนครแวนคูเวอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2026 กลับให้ผลลัพธ์ที่สวนทางอย่างสิ้นเชิง

ผลการเลือกตั้งซึ่งจบลงด้วยชัยชนะแบบถล่มทลายของพีท ฟราย (Pete Fry) แกนนำจากพรรค Green Party ด้วยคะแนนเสียง 98,494 คะแนน (47.8%) ทิ้งห่างเคน ซิม (Ken Sim) นายกเทศมนตรีคนเดิมจากกลุ่ม ABC Vancouver ที่ได้ไป 67,467 คะแนน (32.7%)

ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บ่งชี้ว่า ชาวเมืองแวนคูเวอร์กำลังปฏิเสธแนวทางการบริหารจัดการเมืองที่เน้นภาคธุรกิจและงบประมาณตำรวจ

พร้อมทั้งส่งให้พรรคฝั่งก้าวหน้าอย่าง Green, COPE และ OneCity ครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาเมือง สภาอุทยาน และสภาการศึกษาอย่างสมบูรณ์

ความเปลี่ยนแปลงในแวนคูเวอร์ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการสร้างเอกภาพทางยุทธศาสตร์ของกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายที่เลือกจะลดการแข่งขันกันเอง และหันมาสนับสนุนฟรายเป็นตัวแทนเดี่ยวเพื่อสู้กับฝ่ายขวา

แคมเปญของฟรายไม่ได้เน้นการตอบโต้ทางการเมือง แต่พุ่งเป้าไปที่ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งราคาที่อยู่อาศัย ความปลอดภัยในชุมชน และวิกฤตเศรษฐกิจท้องถิ่น

ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่รัฐบาลชุดก่อนไม่สามารถตอบสนองได้จริง

ในมิติของวิกฤตที่อยู่อาศัย แวนคูเวอร์ต้องเผชิญกับราคาอสังหาริมทรัพย์ที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ ด้วยค่าเช่าเฉลี่ยของอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนที่พุ่งสูงเกินกว่า $2,700 ดอลลาร์ต่อเดือน

ขณะที่ค่าแรงมัธยฐานของคนในเมืองเติบโตไม่ทันราคาตลาด ประกอบกับการที่รัฐบาลชุดเดิมสั่งระงับการลงทุนในที่อยู่อาศัยสนับสนุนผู้ยากไร้ (Supportive Housing Pause) ยิ่งซ้ำเติมให้ที่พักอาศัยราคาย่อมเยาสูญหายไปจากระบบ

รัฐบาลชุดใหม่ของฟรายจึงเตรียมปฏิรูปเกณฑ์ราคาที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งหมด

โดยยกเลิกการผูกคำว่า “ราคาที่จับต้องได้” ไว้กับราคาตลาด แล้วหันมาใช้เกณฑ์ผูกกับ 30% ของรายได้มัธยฐานจริงของครัวเรือนแทน ควบคู่ไปกับการตั้ง “ผู้ดูแลด้านที่อยู่อาศัย” (Affordable Housing Czar) เพื่อบริหารจัดการ “กองทุนจัดซื้อเร่งด่วน” (Rapid Acquisition Fund) สำหรับกว้านซื้ออาคารเช่าเอกชนที่สุ่มเสี่ยงจะถูกเก็งกำไร นำมาแปลงเป็นที่อยู่อาศัยของรัฐและสหกรณ์ในระยะยาว

รวมถึงผลักดันแบบบ้านโมดูลาร์สำเร็จรูป “Vancouver Special 2.0” เพื่อลดขั้นตอนอนุมัติและต้นทุนการก่อสร้างลงอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ปัญหาความปลอดภัยและการจัดการวิกฤตสาธารณสุขบนท้องถนนก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่แวนคูเวอร์กำลังจะเปลี่ยนวิธีคิดอย่างสิ้นเชิง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดในรัฐบริติชโคลัมเบียพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 6 คนต่อวัน

แต่มาตรการเดิมกลับเน้นการเพิ่มงบประมาณตำรวจและไล่กวาดล้างเต็นท์พักแรมของผู้ยากไร้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ

นโยบายใหม่จึงมุ่งปรับเปลี่ยนแนวทางจากการลงโทษทางกฎหมายมาสู่ระบบสาธารณสุข ผ่านการตั้ง “ทีมตอบสนองวิกฤตการณ์และงานชุมชนส่วนหน้า” ที่นำโดยนักสังคมสงเคราะห์และบุคลากรการแพทย์ เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่ไม่ใช่เหตุอาชญากรรม พร้อมจัดสรร “พื้นที่ปลอดภัยทางสาธารณสุข” เพื่อให้ผู้ติดยาเสพติดและผู้ยากไร้เข้าถึงการบำบัดและความช่วยเหลือได้มากกว่าการใช้กำลังตำรวจเข้าปราบปราม

ด้านเศรษฐกิจชุมชน อัตราพื้นที่ว่างของร้านค้าเชิงพาณิชย์ในย่านใจกลางเมืองและย่านวัฒนธรรมพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จากภาระภาษีอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าที่ประเมินตามศักยภาพการพัฒนาสูงสุด (Highest and Best Use Tax) จนร้านค้ารายย่อยต้องปิดตัวลงเป็นแถบ

รัฐบาลท้องถิ่นชุดใหม่จึงเตรียมตั้ง “ศูนย์อำนวยความสะดวกสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก” เพื่อลดขั้นตอนการขออนุญาตเปลี่ยนพื้นที่ร้านค้าว่างให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการได้เร็วขึ้น พร้อมประสานงานกับรัฐบาลระดับจังหวัดเพื่อปฏิรูปโครงสร้างภาษีไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้เช่า

และเดินหน้าโมเดล “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 24 ชั่วโมง” ผ่านการขยายขนส่งสาธารณะรอบดึกและการปรับโซนนิ่งผังเมืองเพื่อรองรับกิจกรรมทางศิลปะ ดนตรีสด และร้านค้ายามค่ำคืน

นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับวิกฤตโลกเดือดซึ่งเคยสร้างความสูญเสียจากคลื่นความร้อนรุนแรง (Heat Dome) และควันไฟป่าตามฤดูกาล

ฟรายจะนำงบประมาณจากการลงประชามติภาคโครงสร้างพื้นฐาน $790 ล้านดอลลาร์ มาลงทุนจัดตั้ง “ศูนย์คลายความร้อนและพื้นที่อากาศสะอาดสาธารณะ” ให้ครอบคลุมทุกชุมชน ควบคู่ไปกับการขยายเขตจำกัดความเร็วรถยนต์ 30 กม./ชม. ในพื้นที่รอบโรงเรียนและสวนสาธารณะ

เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนและระบบขนส่งมวลชนอย่างยั่งยืน

ปรากฏการณ์การเมืองในแวนคูเวอร์ครั้งนี้จึงให้บทเรียนสำคัญสำหรับขบวนการการเมืองทั่วโลก ว่าในสภาวะที่การเมืองระดับชาติหรือระดับภูมิภาคอาจเอนเอียงไปสู่อุดมการณ์ฝ่ายขวาหรือชาตินิยม การเมืองระดับท้องถิ่นยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองนโยบาย (Policy Sandbox) ที่มีประสิทธิภาพสูง

ชัยชนะของพีท ฟราย แสดงให้เห็นว่า การนำเสนอทางออกเชิงโครงสร้างที่ลงลึกในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการดึงที่อยู่อาศัยออกจากระบบเก็งกำไร หรือการจัดการความปลอดภัยด้วยงานบริการสังคมส่วนหน้า สามารถสร้างแรงดึงดูดและรวบรวมเสียงสนับสนุนจากประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวาทกรรมตอบโต้หรือนโยบายประนีประนอมที่ไร้จุดยืน

แต่คือการฉายภาพให้เห็นว่า Alternative ทางการเมืองอะไร จนประชาชนตื่นเต้นมากพอ

น่าสนใจมาก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ