bg-single

ตำนาน “วัดปงยางคก” ที่หลายคนอาจไม่ทราบมาก่อน

17.08.2022

ล้านนาคำเมือง

ชมรมฮักตั๋วเมือง

สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

“วัดปงยางคก”

 

วัดฯพ฿งฯยางฯฅ฿กฯ

 

อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า “วัดปงยางคก”

วัดปงยางคก เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ใน ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ.1243

มีตำนานเล่าว่า ครั้งเมื่อพระนางจามเทวี ผู้ครองนครหริภุญชัย มาเยี่ยมเจ้าอนันตยศ ราชบุตร ผู้มาครองนครเขลางค์ลำปาง

ระหว่างเดินทางนำฉัตรทองไปบูชาที่พระธาตุลำปางหลวง ช้างพระที่นั่งย่อตัวหมอบชูงวงคารวะ พระนางเห็นเป็นอัศจรรย์ จึงพักพล ณ ที่นั้น ตกกลางคืน พระนางอธิษฐานว่า หากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ปรากฏขึ้น จากนั้นมีแสงพุ่งออกมาจากจอมปลวก

พระนางจามเทวีจึงทรงให้ปลูกมณฑปปราสาท ครอบจอมปลวกไว้ ตลอดจนสร้างสิงห์คาบนาง สร้าง กู่จ๊างนบ ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ก่อโขงประตูไว้พร้อมสรรพ พร้อมให้นามอารามแห่งนี้ว่า “วัดปงจ๊างนบ”

ซึ่งหมายถึงวัดที่ช้างแสดงความเคารพ

ต่อมาหลายร้อยปีนามนี้ก็เพี้ยนเป็น “วัดปงยางคก” มาจนทุกวันนี้

 

ปัจจุบันมณฑปปราสาทประดิษฐานอยู่ในวิหารพระแม่เจ้าจามเทวี สร้างในสมัยที่พระยาสุรวฤๅไชยสงคราม (หนานทิพย์ช้าง) ครองเมืองลำปาง

วิหารมีขนาดกว้าง 3 ห้อง ยาว 5 ห้อง ไม่มีประตูหน้าต่าง หลังคาลดชั้น ด้านหน้า 3 ชั้น ด้านหลัง 2 ชั้น ผืนหลังคา 2 ตับ ช่อฟ้า ป้านลม

โครงสร้างของวิหารทั้งขื่อคานเสาเขียนลงรักลายทอง หน้าบันผนังด้านยาวเป็น ฝาย้อย คือ ทำด้วยไม้เข้าเดือยเป็นแผง ปิดลงมาประมาณครึ่งเสา ฝาด้านในเขียนภาพและลวดลายรูปต่างๆ ด้วยน้ำรักปิดทองบนพื้นสีแดงถือว่า เป็นจิตรกรรมเสาวิหารที่สวยงามลวดลายละเอียดประณีตวิจิตรบรรจงมีลายบูรณฆฏะหรือปูรณกลศ หมายถึง หม้อดอก ในภาษาล้านนาสื่อความหมายถึงหม้อที่มีน้ำเต็มเปี่ยม ใส่ดอกบัวที่ใช้สักการบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเป็นหนึ่งในมงคล 108 อย่าง

ในรอยพระพุทธบาทไม้เลื้อยนั้นหมายถึงความงอกงามของชีวิตและการสร้างสรรค์ห้องท้ายวิหารก่อผนังทึบ ด้านทิศใต้ของห้องที่สามและห้องที่สี่ ก่อผนังเจาะช่องแสง เพื่อกันฝนสาด ห้องท้ายวิหารเป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานพระประธาน มณฑปทรงปราสาท หรือเรียกว่า โขงพระเจ้า งดงามด้วยปูนปั้นและลวดลายประดับ

ปัจจุบันวิหารจามเทวีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และเป็นสถาปัตยกรรมด้านอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม เมื่อ พ.ศ.2543

ส่วนกู่จ๊างนบได้มีการบูรณะเมื่อ ปี พ.ศ.2507

วิหารฯโถ฿งฯแบบฯฯล้านฯนาฯที่วัดฯพ฿งฯยางฯฅ฿กฯ วิหารโถงแบบล้านนาที่วัดปงยางคก

 

ปงยางคกนี้เป็นถิ่นกำเนิดของเจ้าหนานติ๊บจ๊าง (หนานทิพย์ช้าง) หรือเจ้าพระยาสุรวฤาไชยสงคราม ตั้งแต่ พ.ศ.2110 ซึ่งล้านนาตกอยู่ในปกครองของพม่า แต่ละเมืองก็มีการแข็งเมืองอยู่เนืองๆ

และที่เขลางค์นคร (ลำปาง) มีการซ่องสุมผู้คนทางการจึงส่งท้าวมหายศที่ครองลำพูนยกทัพมาปราบสำเร็จและตั้งทัพอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงหนานติ๊บจ๊าง คนปงยางคก ที่มีอาชีพเป็นพรานป่าได้รวมผู้คนได้ 300 คน ล้อมวัดพระธาตุลำปางหลวงแล้วลอบเข้าไปในวัดทางท่อระบายน้ำทิศตะวันตก ปลอมตัวว่าถือหนังสือมาจากชายาท้าวมหายศ เมื่อส่งให้แล้วถอยมาพอระยะจึงใช้ปืนยิงท้าวมหายศตายคาวงหมากรุก

ลูกปืนนั้นทะลุไปถูกกรงเหล็กที่ล้อมพระธาตุลำปางหลวงซึ่งยังคงปรากฏเป็นหลักฐานมาจนถึงปัจจุบัน •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร