| สุจิตต์ วงษ์เทศ
นวดข้าวเพื่อเอาเมล็ดออกจากกอข้าวแล้วเป็นข้าวเปลือกเอาไปใส่ครกตำกะเทาะเปลือกเป็นข้าวสารไปหุงกินในชีวิตประจำวัน
เป็นประเพณีพิธีกรรมเดือนยี่ (ธันวาคม-มกราคม)
หมายถึง เดือนลำดับที่ 2 ของปีนักษัตรตามปฏิทินจันทรคติ


ชาวนานวดข้าว
ลานนวดข้าว คือสถานที่ถากถางเป็นลานดินรูปวงกลม โดยใช้ขี้ควายละลายน้ำชโลมลาน เมื่อตากแห้งจะเป็นพื้นแข็งรองรับน้ำหนักการนวดข้าว
แม่ข้าว เป็นรวงข้าวตกที่ชาวนาเก็บไว้ถูกเชิญเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์วางบนแท่นไม้หรือศาลเพียงตาที่ลานนวดข้าว
ทำขวัญลาน เพราะมีขวัญสิงอยู่ลานนวดข้าวตามความเชื่อในศาสนาผีหลายพันปีมาแล้ว ดังนั้น ก่อนใช้งานต้องมีพิธีทำขวัญ เรียกทำขวัญลาน หมายถึงทำขวัญลานนวดข้าว
ครั้นหลังรับศาสนาพุทธ ประเพณีถูกปรับความเชื่อศาสนาผีเข้ากับศาสนาพุทธแล้วเรียกบุญคูนลาน หมายถึงทำบุญเลี้ยงพระบนลานที่มีฟ่อนข้าวกองเป็นพะเนิน (คูน มีความหมายเดียวกับ พูน แปลว่า ทำให้กองทับถมสูงขึ้น หรือพอกพูนขึ้น)
ต้นข้าว มีลำต้นกับรวงเมล็ดข้าวสีเหลืองแก่หรือน้ำตาลแก่ติดปลายรวงเป็นช่อยาวที่ต้องเกี่ยวหรือตัดเพื่อเอาไปนวด (หรือตี หรือฟาด) บนลานนวดข้าว เอาเมล็ดข้าวออกจากรวง
นวดข้าว เป็นงานหลังเก็บเกี่ยวซึ่งได้รวงข้าวจำนวนหนึ่ง จากนั้นทำให้เมล็ดข้าวหลุดจากรวงข้าวโดยจูงควายขึ้นย่ำบนกองข้าวที่เกี่ยวแล้วมัดรวมเป็นฟ่อนซึ่งจัดวางบนลานนวดข้าว เมื่อควายเหยียบย่ำฟ่อนข้าวคะเนว่าเมล็ดข้าวหลุดจากรวงหมดแล้วจูงควายออกไป
สงฟาง ชาวนาร่วมกันเอาฟางออกจากเมล็ดข้าวที่กองสุมรวมกัน เรียกสงฟาง โดยใช้ตะขอไม้ไผ่เป็นคันหลาวยาวเขี่ยฟางออกจากเมล็ดข้าวเปลือก (สง แปลว่าหยิบหย่งๆ หรือเขย่าให้อีกสิ่งหนึ่งร่วงไป, ฟาง คือต้นข้าวแห้งที่ถูกเกี่ยวมาแล้วนวดเอาเมล็ดออกหมด)
[เพลงสงฟางไม่เล่นขณะสงฟาง (คือเล่นไปสงฟางไป) ถ้าเล่นเพลงสงฟางมีจริง สมัยดั้งเดิมก็เล่นเมื่องานสงฟางเสร็จแล้ว]
ชักกระดาน เมื่อสงฟางออกหมดแล้ว จะมีเมล็ดข้าวตกกระจายเรี่ยรายปนเศษผงฟางข้าวเต็มลานนวดข้าว ชาวนาต้องร่วมกันใช้ไม้กวาด (จากต้นมอน หรือต้นไม้กวาด) กวาดเมล็ดข้าวไปกองรวมกัน แต่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเอาเชือก 2 เส้น ผูกแผ่นกระดานเป็นสองสาย แล้วช่วยกันลากเอาข้าวเป็นกองพูนสูงขึ้นไป เรียก “ชักกระดาน” เพื่อเตรียมขนไปเก็บในยุ้ง (หรือเล้า)
[เพลงชักกระดานของชาวบ้านสมัยก่อน ได้ชื่อจากงานชักกระดานพูนข้าวเปลือกในลานนวดข้าว แต่ไม่เล่นขณะทำงานชักกระดาน เพราะเหนื่อย ถ้าจะมีเล่นจริงๆ ก็เล่นเมื่อเสร็จงานแล้ว]
ยุ้งข้าว เมื่อได้ข้าวเปลือกกองอยู่ลานนวดข้าว ต้องขนเก็บในยุ้งข้าว (บางแห่งเรียก เยียข้าว, เล้าข้าว) หมายถึงเรือนเก็บข้าวเปลือกไว้กินตลอดปี
ทำขวัญยุ้งข้าว ก่อนขนข้าวเปลือกขึ้นยุ้งต้องทำขวัญยุ้ง (เช่นเดียวกับทำขวัญลานนวดข้าว) เมื่อเก็บข้าวขึ้นยุ้งแล้วจะแบ่งไปหุงกินไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะยังไม่ได้ทำขวัญข้าว ต้องรอทำขวัญพร้อมกันทั้งชุมชนเสียก่อนถึงจะเอาไปตำสีซ้อมเป็นข้าวสารหุงกินได้ตามปกติ

นวดข้าวของราชสำนักอยุธยา
หลังรับวัฒนธรรมอินเดีย พิธีกรรมทางศาสนาผีของชาวนาถูกทำเป็นพราหมณ์-พุทธ จากนั้นยกเป็นพระราชพิธีของราชสำนัก
นวดข้าวของราชสำนักอยุธยา พบในคำให้การขุนหลวงหาวัดเล่าเรื่องแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศเสด็จออกไปนวดข้าวในนาหลวงที่ทุ่งหันตรา (หานตรา) บริเวณวัดหันตรา (อยุธยา) และอีกแห่งหนึ่งเรียกสาคู (หรือสารคู) เมื่อได้ฟางข้าวจำนวนหนึ่งขนใส่เกวียน (รันแทะ) และใส่กระบะ (ล้อ) เข้าวัง
จากนั้นเอาฟางประดิษฐ์เป็นฉัตรข้าวถวายพระทุกวัด แล้วมีการละเล่นมหรสพฉลองและให้ทาน
นาหลวง อยู่บริเวณทุ่งหันตราถึงย่านสาคู ปัจจุบันอยู่พื้นที่ ต.หันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา
ทุ่งหันตรา มีวัดหันตราตั้งอยู่ริมคลองหันตรา (ในพระราชพงศาวดารฯ ว่า พระเจ้าบรมโกศ เสด็จฉลองวัดหันตราเมื่อ พ.ศ.2281)
ย่านสาคู มีคลองสาคูทอดยาวตามแนวตะวันตก-ตะวันออก (ถนนสายเอเชียผ่านข้ามคลองสาคูตรงหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ)
พ้นเขตนาหลวงไปทางตะวันออกเป็นทุ่งชายเคือง พื้นที่ทำนาของราษฎร พบในพระราชพงศาวดารฯ ว่า พ.ศ.2112 เมื่อพระมหาอุปราชากรุงหงสาวดียกทัพล้อมกรุงตั้งอยู่ตำบลชายเคือง เท่ากับขัดขวางราษฎรมิได้เกี่ยวข้าว ดังนั้น พระนเรศวรกับพระอนุชาธิราชเสด็จยกกองทัพขับไล่เพื่อให้ราษฎรทั้งปวงเกี่ยวข้าวในท้องทุ่งได้สะดวก
