bg-single

‘ซัวเถา’ เก่าแก่ทันสมัย (2)

26.07.2026

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

“โทนี่” ไกด์ทัวร์ชาวกวางตุ้ง ถามเพื่อนร่วมคณะระหว่างเดินทางไปเมืองซัวเถาว่า ขณะเครื่องบินลดระดับเพดานบินก่อนลงจอดที่สนามบินเจียงหยางเฉาซาน มีใครเห็นกังหันลมตามแนวชายฝั่งทะเลจีนใต้หรือเปล่า โทนี่มองหาเสียงคนตอบ ก่อนบอกว่านั่นคือโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งที่ทันสมัยที่สุดและใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่งเปิดใช้กระแสไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

กังหันลมขนาดใหญ่มองเห็นชัดจากหน้าต่างเครื่องบิน ตั้งเรียงเป็นแนวยาวหลายแถวกลางทะเลจีนใต้มีอยู่ 2 โครงการ โครงการแรกเป็นของบริษัท ไชน่าฮวาเดี้ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด แนวกังหันลมอยู่นอกชายฝั่งทะเลห่างจากเมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง ครอบคลุมพื้นที่ 54 ตารางกิโลเมตร

การนำกังหันลมขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ต่อหน่วยไปตั้งอยู่กลางทะเลลึกระดับ 50 เมตร ห่างจากชายฝั่ง 89 กิโลเมตร ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูงมาก เพราะต้องให้ฐานของกังหันลมน้ำหนัก 2,000 ตันตรึงนิ่งระหว่างคลื่นลมกระแทกหรือพายุไต้ฝุ่นพัดผ่าน ทั้งยังส่งกระแสไฟฟ้ามายังฝั่งได้อย่างเสถียรต่อเนื่อง

ไชน่าฮวาเดี้ยน 1 ใน 5 รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีน มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า semi-submersible platform หรือแท่นลอยน้ำกึ่งใต้น้ำ ที่มีเสาหลักที่สูงเท่ากับตึก 30 ชั้น ใบพัดที่มีความทนทานสูง ผลิตไฟฟ้าได้ในขณะใบพัดหมุนตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกา (two turbiness blades spin side by side) ทุ่นลอย (platoon) สมอระบบดูด (suction anchor) ระบบยึดเหนี่ยวเรือ (mooring system) และสายเคเบิลที่มีความเหนียวทนรองรับกระแสไฟขนาด 66 กิโลโวลต์

ทุ่นลอยทำหน้าที่เป็นตัวพยุงให้แท่นลอยน้ำไม่โคลงเคลง สมอระบบดูด เป็นเทคโนโลยียึดเกาะพื้นทะเล วิธีการติดตั้งต้องใช้หุ่นยนต์ใต้น้ำ ลงไปติดตั้งปั๊มสูบและวาล์วระบายน้ำใต้ท้องทะเล เพื่อสูบน้ำทะเลให้ถังเหล็กมุดลงไปในชั้นดินใต้ทะเลจนมิด

กังหันลมและกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งหมดใช้ระบบควบคุมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Inteligence) ที่ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน ประมวลข้อมูลวินิจฉัยข้อผิดพลาดโดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมที่มีความแม่นยำสูงในการตรวจสอบพื้นที่ การติดตามเฝ้าระวังแท่นกังหันลม และยังมีโดรนบินตรวจสอบการติดตั้งสายเคเบิลใต้ทะเลลึก

กระบวนทั้งหมดนี้ จีนทำเองไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ 1-2 เปอร์เซ็นต์ ลดความผิดพลาดได้ราว 20% เพิ่มรายได้ 5-10%

โครงการไชน่าฮวาเดี้ยน ติดตั้งกังหันลมและฐานลอยน้ำ 31 หน่วย ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 1,600 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นพลังงานสะอาด นำไปป้อนให้บ้านเรือนในมณฑลกวางตุ้งได้ราว 700,000 หลังคาเรือน

เมื่อเทียบกับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงถ่านหิน 500,000 เมตรตริกตัน โครงการพลังงานลมชายฝั่งของไชน่าฮวาเดี้ยนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 1.26 ล้านเมตริกตัน

ส่วนโครงการที่ 2 ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทะเลของมณฑลชานตง บริษัท ไชน่า ฮวาเนิ่ง กรุ๊ป รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานและการผลิตใหญ่ที่สุดของจีน เป็นเจ้าของโครงการ ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ราว 504,000 กิโลวัตต์

ถ้ารวมกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่งของจีนซึ่งมีอีกหลายแห่ง มีมากถึง 650 ล้านกิโลวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 22.8% ของพลังงานทั้งหมดที่จีนผลิตได้ในแต่ละปี ถือว่าจีนเป็นผู้นำการผลิตพลังงานสะอาดด้วยกระแสลมของโลก

กังหันลมนอกชายฝั่ง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดทันสมัย ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับชาวจีนนับแสนครัวเรือน ผลักดันให้จีนก้าวสู่ผู้นำเทคโนโลยีกังหันลม (ภาพ : สำนักข่าวซินหัว)

จีนผ่านประสบการณ์ก่อสร้างกังหันลมกลางทะเลลึกที่เป็นเส้นทางผ่านของพายุไต้ฝุ่น ไม่น้อยกว่า 20 ปี แต่ละปีมีพายุราว 10-15 ลูกถล่ม บางปีมีพายุไต้ฝุ่นระดับซูเปอร์ ความเร็วลมมากกว่า 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางปีเช่นเมื่อปี 2549 พายุไต้ฝุ่นเซาไม ถล่มมณฑลเจ้อเจียง ทำลายกังหันลมกลางทะเล ได้รับความเสียหายถึง 27ทุ่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท

แต่จีนไม่ย้อท้อ พยายามคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำทันสมัยสู้กับพายุร้าย ใบพัดที่ใช้เป็นกังหันลมนั้น ได้รับการพัฒนาจนมีความแข็งแกร่งมากกว่าคอนกรีตถึง 4 เท่า ทนแรงพายุที่มีความเร็วสูงได้มาก 7,530 กิโลกรัมต่อนิ้ว

วัสดุที่จีนนำมาใช้ในการสร้างกังหันลมและฐานลอยน้ำ ได้รับการคิดค้นวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำทะเล การคิดค้นเครื่องเทอร์ไบน์หรือไดนาโมสามารถผลิตกระแสไฟได้มากถึง 2.1กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง และการคิดค้นระบบติดตามชั้นสูงสามารถตรวจสอบเทอร์ไบน์ในระบบเรียลไทม์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจได้เร็วและถูกต้อง

เครื่องเทอร์ไบน์ได้รับการออกแบบพิเศษให้รองรับกับความเร็วลมของพายุไต้ฝุ่น ถ้าความเร็วเกิน 88 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สวิตซ์ตัดระบบเทอร์ไบน์โดยอัตโนมัติ และจะทำงานอีกครั้งเมื่อความเร็วลมลดลง

กังหันลมนอกชายฝั่ง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดทันสมัย ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับชาวจีนนับแสนครัวเรือน ผลักดันให้จีนก้าวสู่ผู้นำเทคโนโลยีกังหันลม (ภาพ : สำนักข่าวซินหัว)

การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านอุตสาหกรรมกังหันลม ผลักดันให้ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานลมของจีนขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก

เมื่อปลายปีที่แล้ว ทางการจีนรายงานว่า มีมากกว่า 57 ประเทศ ใช้เทคโนโลยีพลังงานลมของจีน ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 20 ล้านกิโลวัตต์ ล่าสุด รัฐบาลเวียดนามอนุญาตให้จีนติดตั้งแท่นกังหันลมผลิตไฟฟ้าในเมืองวินห์ลอง

เทคโนโลยีพลังงานสะอาดหรือพลังงานสีเขียวของจีนเป็นอีกหนึ่งของความทันสมัยที่มาจากการวางรากฐานของรัฐบาลจีน ตั้งแต่ยุคเติ้ง เสี่ยวผิง เรืองอำนาจและผลักดันนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และปฏิรูปเศรษฐกิจ เมื่อ 48 ปีที่แล้ว

“เติ้ง” เจ้าของวลีอันโด่งดัง “ไม่สำคัญว่าเป็นแมวดำหรือแมวขาว ขอเพียงให้จับหนูได้เป็นพอ” เป็นแนวคิดเน้นผลลัพธ์ให้จีนพัฒนาประเทศ มากกว่ายึดมั่นอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ยุคเก่าๆ

จีนยุค 4 ทันสมัย มุ่งมั่นพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุตสาหกรรม การเกษตรและการป้องกันประเทศ ซึ่งในเวลานั้นจีนยังประสบกับภาวะแร้นแค้นยากจน การเปิดประเทศทำให้ระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศของจีนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นักลงทุนต่างชาติหลั่งไหลมายังเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น จูไห่ เขตพัฒนาใหม่ผู่ตงเซี่ยงไฮ้ ได้สร้างความเจริญให้กับจีนเป็นอย่างมาก

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากจีนที่เคยยากจนข้นแค้น กลายเป็นจีนรวยปานกลาง และร่ำรวยมากในยุคนี้

แผงจอแอลอีดีระบบ 3 มิติ โฆษณาขายสินค้าในย่านศูนย์การค้าเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในอดีตเป็นเมืองท่าที่อพยพชาวซัวเถามาอยู่เมืองไทย วันนี้ซัวเถาเป็นดินแดนความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ

“ซัวเถา” เป็นพื้นที่ที่ “เติ้ง เสี่ยวผิง” ประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมกับเซินเจิ้น และจูไห่ นักลงทุนนำทั้งทุนและเทคโนโลยีเข้าในพื้นที่ซัวเถาด้วย ทำให้ดินแดนที่เคยได้รับการเล่าขานว่ายากจน ผู้คนแร้นแค้นต้องตัดใจทิ้งถิ่นบ้านเกิดอพยพขึ้นเรือสำเภาหัวแดงไปอยู่ในแผ่นดินโพ้นทะเลเช่นประเทศไทย พลิกเปลี่ยนโฉมไปสู่ “ซัวเถา” ทันสมัย

ความทันสมัยของซัวเถามาจากการดำเนินนโยบายพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุค “เติ้ง เสี่ยวผิง” จนกระทั่งยุคประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง”

พื้นที่เมืองซัวเถา 10,415 ตารางกิโลเมตร ได้รับการวางแผนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เน้นการส่งออกและท่องเที่ยว ในห้วงทศวรรษ 1980 เศรษฐกิจซัวเถาเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ จีดีพีบางปีโตถึง 12.69% และโตสุดสุด 28.65% ในปี 2534

รัฐบาลจีนในยุคเปิดประเทศใหม่ๆ เน้นให้เมืองซัวเถาเป็นเขตส่งออกสินค้าและลดภาษีนำเข้าสินค้า เป็นแรงใจให้นักลงทุนแห่มาเปิดธุรกิจ สร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ตรงนี้อย่างมาก ประกอบกับภาครัฐส่งเสริมแรงงานในท้องถิ่น ทำให้มีรายได้หมุนเวียนสูงมาก ขณะเดียวกัน รัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างสนามบินเจียงหยางเฉาซาน สถานีรถไฟ ท่าเรือขนาดใหญ่ ส่งเสริมการศึกษาระดับสูง สร้างทักษะให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อรองรับงานใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ

เมื่อ 6 ปีก่อน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางมาเยือนเมืองซัวเถา เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 40 ปีของการเปิดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในขณะนั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษซัวเถาขยายกว้างใหญ่ขึ้น ถมทะเลเป็นเขตทันสมัยอีก 1.6 ตารางกิโลเมตร นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งบริษัทมากกว่า 5,000 แห่ง มูลค่าการลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท

ชาวซัวเถาที่จนไร้ที่พึ่ง ต้องเอาลูกสาวไปแลกซาลาเปา 2 ลูก เพื่อประทังชีวิตเมื่ออดีต วันนี้ไม่มีภาพจำเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว ชาวซัวเถาเกือบๆ 5 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยเดือนละเกือบ 5 หมื่นบาท อุตสาหกรรมหลักในเมืองซัวเถา มีทั้งเสื้อผ้า ผลิตของเล่นส่งออกทั่วโลก

สองข้างทางระหว่างเข้าเมืองซัวเถา เป็นตึกแถวขนานไปกับแนวถนน ในย่านศูนย์การค้า มีตึกสูงใหญ่ ติดตั้งป้ายจอแอลอีดี ใช้เทคโนโลยี 3 มิติโฆษณาสินค้า ผู้คนเดินคึกคัก บนถนนรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์วิ่งขวักไขว่ ไกด์ “โทนี่” ให้เราสังเกตถ้ารถป้ายเขียว เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรืออีวี

ชาวซัวเถาส่วนใหญ่ใช้รถอีวีและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “โทนี่” บอกว่า จำนวนรถอีวีในซัวเถาพุ่งกระฉูด เพราะประหยัดพลังงานและทำให้อากาศเมืองซัวเถาสะอาด ไร้ฝุ่นไร้ควัน

รถอีวีเป็นอีก 1 เทคโนโลยีจีนก้าวล้ำทันสมัย กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมของโลกไปแล้ว สัปดาห์หน้ามาว่ากันต่อ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘ซัวเถา’ เก่าแก่ทันสมัย (2)
‘2 พระอู่ทอง’ เนื้อชิน พิมพ์ท้องช้าง จ.ลพบุรี กรุศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์
พยากรณ์ ‘ส่งออกไทย’ หลัง 24 กรกฎาคม สิ้นสุดมาตรการภาษีชั่วคราวสหรัฐ
จับตา รัฐบาลนับหนึ่ง แยกกีฬาฯ รวมวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว
ดร.มัลลิกา ประณามเหตุความรุนแรงชายแดนใต้ เรียกร้องยืนหยัดปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ พร้อมเสนอปฏิรูปสวัสดิการกำลังพลแนวหน้าและความโปร่งใสงบความมั่นคง
“พิชัย” ติง ไทยถูกสหรัฐเก็บภาษีสูงสุด 12.5% เหตุเจรจาล่าช้า จี้ เร่งแก้ไข หวั่นซ้ำเติมขาดดุลการค้าครึ่งปีแรกทะลุ 1.1 ล้านล้านบาท
เวียดนามแซงไทย อาจไม่ใช่แค่วาทกรรมอีกต่อไป?
จากสูตรแคร์สู่บำนาญไฮบริด: ภาคต่อของการปฏิรูปที่มองเห็นชีวิตจริง
กำเนิดระบบทุนนิยมกับสิ่งที่เรียกว่า ‘การสะสมทุนแบบปฐมภูมิ’ (2) (The So-called Primitive Accumulation of Capital)
เปิดสเป๊ก ‘BYD SEALION 5 DM-I’ ‘SUV’ ปลั๊กอินไฮบริด-เพิ่มรุ่นย่อยใหม่
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 24-30 กรกฎาคม 2569
อสังหาฯ ฉีกตำราสู้