bg-single

‘ทางหลวง’ กับประชาธิปไตย / ของดีมีอยู่ : ปราปต์ บุนปาน

24.07.2022

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

‘ทางหลวง’ กับประชาธิปไตย

 

ระหว่างนั่งเขียนบทความชิ้นนี้ กำลังฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรกอยู่พอดี

ขณะฟังการอภิปรายก็นึกถึงเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือ “ราษฎรปฏิวัติ : ชีวิตและความฝันใฝ่ของคนรุ่นใหม่สมัยคณะราษฎร” โดย “ดร.ณัฐพล ใจจริง”

ในบทที่ 11 ของหนังสือเล่มดังกล่าว ที่มีชื่อว่า “เขียน ‘โลกใหม่’ ในเรียงความฉลองรัฐธรรมนูญ” มีหนึ่งในหัวข้อย่อย ที่ใช้ชื่อว่า “‘ทางหลวง’ แห่งความเจริญสมัยปฏิวัติ”

ในเนื้อหาส่วนนี้ อาจารย์ณัฐพลได้อ้างอิงถึงเรียงความหัวข้อ “การปกครองระบอบรัฐธรรมนูญอำนวยผลแก่ประเทศไทยอย่างไร?” ของ “วิชิต หอมโกศล” คนหนุ่มวัย 19 ปี นักเรียนเตรียมปริญญา มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ปีที่ 2 ซึ่งได้รับรางวัลบทความที่ดีที่สุดในการประกวดเรียงความฉลองรัฐธรรมนูญระดับนักเรียนมัธยม เมื่อ พ.ศ.2482

ในเรียงความชิ้นนั้น วิชิตได้เปรียบเทียบการก่อสร้างทางหลวงฯ กับพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยไทย ไว้อย่างคมคาย

หนังสือ “ราษฎรปฏิวัติ : ชีวิตและความฝันใฝ่ของคนรุ่นใหม่สมัยคณะราษฎร” โดย “ดร.ณัฐพล ใจจริง” สำนักพิมพ์มติชน

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 รัฐบาลคณะราษฎรได้อนุมัติแผนการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินทั่วประเทศ (พ.ศ.2479) เพื่อเชื่อมโยงท้องถิ่นต่างๆ เข้าหากัน และอำนวยประโยชน์แก่การคมนาคมและการพาณิชย์

การสร้างระบบทางหลวงแผ่นดินขึ้นมาใหม่ คือ การสร้างความเจริญก้าวหน้าผ่าน “ถนนแห่งความเจริญ” และถือเป็น “การปฏิวัติระบบคมนาคม” ซึ่งเข้ามาแทนที่รถไฟ อันเป็นกลไกในการรวมศูนย์อำนาจของระบอบอำนาจเดิม ตลอดจนการคมนาคมทางน้ำแต่ก่อนเก่า

นักเรียนเตรียม ม.ธ.ก. เช่น วิชิต แสดงความเห็นว่า ในเวลาเพียง 4 ปี รัฐบาลคณะราษฎรได้ก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสำเร็จไปแล้วหลายสาย

เช่น ถนนสายกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ สายฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-สัตหีบ สายนครปฐม-กาญจนบุรี สายตะพานหิน-เพชรบูรณ์ สายชนบท-มหาสารคาม สายขอนแก่น-อุดรธานี-หนองคาย สายเด่นไชย-แพร่ สายลำปาง-เชียงราย-เชียงแสน สายบ้านชะอำ-หัวหิน สายกระบุรี-ชุมพร สายตะกั่วป่า-ท่านุ่น-พังงา สายนครศรีธรรมราช-ปากพนัง สายหาดใหญ่-สตูล สายสงขลา-สะเดา และสายโคกโพธิ์-ปัตตานี-นราธิวาส

ทั้งยังมีทางหลวงที่กำลังก่อสร้างอีกมากมาย เช่น สายกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา สายกรุงเทพฯ-ขาณุฯ ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ สายบ้านภาชี-อรัญประเทศ ผ่านจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สายเพชรบูรณ์-หล่มเก่า สายพิษณุโลก-สุโขทัย สายขอนแก่น-เชียงคาน สายเลย-นครพนม ผ่านจังหวัดอุดรธานีและสกลนคร สายอุบลฯ-นครพนม สายอุบลฯ-มหาสารคาม สายพังงา-กระบี่ และสายคันหยงมัส-เบตง ฯลฯ

นอกจากนี้ รัฐบาลยุคนั้นยังได้ขยายและปรับปรุงถนนบางสายในกรุงเทพมหานครให้กว้างขวางขึ้น รวมทั้งมีการจัดระเบียบการจราจรและตั้งตำรวจจราจรขึ้นมา เพื่อรักษาความปลอดภัยในการสัญจรเดินทางของผู้คน

สัญลักษณ์สำคัญยิ่งประการหนึ่ง ที่บ่งบอกถึงความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง “ทางหลวงแผ่นดิน” และ “การปฏิวัติระบบคมนาคม” สมัยคณะราษฎร หลัง พ.ศ.2475 ก็คือ การสร้าง “ป้ายกิโลเมตรที่ 0” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมโยงทางหลวงแผ่นดินสายประธานเส้นต่างๆ

อันเป็นการสื่อสารความหมายว่า “ระบอบประชาธิปไตยเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความเจริญที่แผ่กระจายไปทั่วประชาชาติ”

 

นี่คือเรื่องราวของการกำหนดนโยบายด้านคมนาคมที่มีความสัมพันธ์กับอรุณรุ่งของระบอบประชาธิปไตยไทยในยุคคณะราษฎร

ซึ่งอาจมีสปิริต-เจตจำนงแตกต่างจากสภาพการณ์ของระบอบประชาธิปไตยยุคหลัง ตลอดช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ที่ความเจริญทุกสาย การพัฒนาทุกเส้น มักมุ่งหน้าไปสู่ “บุรีใดบุรีหนึ่ง”

โดยอิงแอบอยู่กับวัฒนธรรมทางการเมืองแบบ “นักเลือกตั้ง” “บ้านใหญ่” และการสร้าง “เครือข่ายอุปถัมภ์ในระดับท้องถิ่น” •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ