bg-single

สายสัมพันธ์ใหม่ “เอสซีจี”

30.12.2022

แบบแผนการบริหารเอสซีจี เชื่อว่ายังคงมีผู้สนใจติดตาม และถือเป็นกรณีศึกษาอยู่อย่างที่เคยเป็น

ปรากฏการณ์จับต้องได้ในช่วงที่ผ่านๆ มา โฟกัสไปที่โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท สะท้อนให้เห็นมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ธุรกิจ ด้วยมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร

โดยเฉพาะเมื่อโฟกัสไปยังบริษัทแม่-ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี (SCG) แต่ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ฯ แตกต่างไปบ้าง (คือ SCC) บริษัทเอสซีจีแพคเกจจิ้ง (SCGP) เพิ่งเข้าตลาดหุ้นไปไม่นาน

และเอสซีจีเคมีคอลส์ (SCGC) กำลังเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น

 

ว่าเฉพาะบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ต่อมาเรียก เอสซีจี) มีโครงสร้างคณะกรรมการ เป็นแบบแผนสืบเนื่องกันมาช้านาน ว่ากันตั้งแต่ยุคพูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 2513-2530 และเลขาธิการพระราชวัง 2521-2530) เป็นประธานกรรมการ เมื่อ 4-5 ทศวรรษที่แล้ว ต่อมาถึงยุคสัญญา ธรรมศักดิ์ (นายกรัฐมนตรี 2516-2518) จนมาถึงยุคหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการ (2541-2562)

แบบแผนที่ว่า โครงสร้างคณะกรรมการมักมีสัดส่วนสำคัญ มาจากผู้มีประสบการณ์กำกับนโยบายทางเศรษฐกิจ การเงินและการคลังของประเทศ กับสายสัมพันธ์ทางธุรกิจบางส่วน เฉพาะระบบธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องในโครงสร้างผู้ถือหุ้น ส่วนกับธนาคารกสิกรไทย เป็นอีกช่วงยาวนานพอสมควร

กรณีธนาคารกสิกรไทย มีความสัมพันธ์มาตั้งแต่ยุคเปลี่ยนผ่าน จากทีมเดนมาร์ก มาสู่คนไทย ในยุคสงครามเวียดนาม มาพร้อมๆ กับความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างปูนซิเมนต์ไทยกับโลกตะวันตกที่มีมากขึ้น สัมพันธ์และเป็นไปตามบทบาทอันแข็งขันของธนาคารกสิกรไทย

ช่วงเวลานั้นโครงสร้างธุรกิจหลัก-อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อยู่ในสภาวะการแข่งขันน้อยราย ขณะปูนซิเมนต์ไทยมีความเหนือกว่าคู่แข่งค่อนข้างมากในฐานะมาก่อน สามารถวางรากฐานทางการตลาดอย่างมั่นคง

ขณะเดียวกันเริ่มมีแผนการร่วมทุน ลงทุนบางระดับ ในธุรกิจเกี่ยวข้องและธุรกิจอื่น

 

โครงสร้างคณะกรรมการซึ่งมีบทบาทเอาการเอางานกว่าบริษัททั่วไป คงอยู่อย่างยาวนาน ตราบช่วงวัยกรรมการแต่คนละคนก็ว่าได้ แต่ก็มีบางกรณีที่น่าสนใจ สะท้อนสายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริบทช่วงหนึ่ง บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ผู้นำเครือสหพัฒนฯ กลุ่มธุรกิจใหญ่ซึ่งมีความสัมพันธ์กับธุรกิจญี่ปุ่นมานาน และเป็นไปอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อปูนซิเมนต์ไทยมีความสัมพันธ์กับธุรกิจญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษในช่วงทศวรรษ 2530 เป็นต้นมา

โดยเฉพาะการเข้าสู่ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องไฟฟ้า บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ในฐานะ Japan Connection คนสำคัญในภาคธุรกิจ จึงถูกเชิญในการเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทยช่วงสั้นๆ และพ้นตำแหน่งไปคาบเกี่ยววิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจใหญ่

ในยุค ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้เข้ามาเป็นประธานกรรมการในช่วงวิกฤตการณ์ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริษัทครั้งใหญ่ แต่เค้าโครงที่มาของกรรมการดูไม่แตกต่างจากยุคก่อนหน้านั้นนัก

การปรับโครงสร้างคณะกรรมการเอสซีจีครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีมานี้ ในจังหวะเดียวกับมีการเปลี่ยนแปลงนามผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด

ถือว่าได้สิ้นสุดยุค ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา

 

โครงสร้างคงแบบแผนเดิมอย่างเคร่งครัด คือผู้แทนผุ้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด คงมีจำนวนพอสมควร และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ขณะค่อยๆ ปรากฏภาพใหม่ คณะกรรมการผู้มีบทบาทมากขึ้นเป็นพิเศษ คือกลุ่มอดีตผู้บริหารเอสซีจี

“ชุมพล ณ ลำเลียง ผู้มีบทบาทในเอสซีจีอย่างยาวนาน ตั้งแต่เข้าร่วมงานครั้งแรกปี 2515 ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเอสซีจีก้าวพ้นจากยุคบริหารโดยเดนมาร์ก (2456-2517) สู่คนไทย (2517-ปัจจุบัน) กล่าวขานกันว่า เขามีบทบาททุกช่วงทุกตอนในแผนการเติบโตอย่างโลดโผน ก่อนมาเป็นผู้จัดการใหญ่ (2536-2548) ในช่วงสำคัญอีกช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์เอสซีจี จากนั้นเขาดำรงตำแหน่งกรรมการเอสซีจีอย่างต่อเนื่อง เป็นกรรมการชุดปัจจุบันผู้อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดด้วย” อย่างที่ผมเคยว่าไว้ ในฐานะเวลานี้เขาคือกรรมการเอสซี ผู้อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ (2535-ปัจจุบัน) ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมการ ซึ่งว่ากันว่าอีกเช่นกัน เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก

มีบุคคคลหนึ่งในประวัติศาสตร์เอสซีจียุคแรกๆ พอเทียบเคียง อ้างอิง “พระยามานวราชเสวี ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย เป็นเวลายาวนานถึง 28 ปี โดยเป็นประธานกรรมการนานถึง 22 ปี (2485-2507) อาจสรุปได้ว่า ท่ามกลางสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อและผันแปรมากที่สุด เขาเป็นสัญลักษณ์ของความต่อเนื่องและสมดุล” ผมเคยนำเสนอไว้เช่นกัน

พระยามานวราชเสวี ในฐานะนักกฎหมาย บุคคลผู้มีบทบาทต่อเนื่อง ทั้งทางการเมืองและราชสำนัก เมื่อเข้ามามีบทบาทในบริษัทบริษัทปูนซิเมนต์ไทย มีหลายช่วง ได้ไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปด้วย โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อเนื่องหลายรัฐบาล เป็นเวลาถึง 11 ปี (2478-2489) ในช่วงท้ายพระยามานวราชเสวี ดำรงตำแหน่งองคมนตรี ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาถึง 25 ปี (2492-2517)

โดยเปรียบเทียบแล้ว ชุมพล ณ ลำเลียง ถือว่าอยู่ในตำแหน่งกรรมการยาวนานกว่า ถึงปัจจุบัน 3 ทศวรรษแล้ว

หากเทียบเคียงเฉพาะกรรมการ ผู้เป็นอดีตผู้จัดการใหญ่แล้ว บุญมา วงศ์สวรรค์ (ผู้จัดการใหญ่/2517-2519) ดูจะมีบทบาทเป็นกรรมการยาวนานพอสมควร กว่าทศวรรษ ส่วนคนอื่นๆ อย่าง จรัส ชูโต (ผู้จัดการใหญ่ 2523-2527) และพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา (ผู้จัดการใหญ่ 2538-2536) เมื่อพ้นตำแหน่ง ได้เป็นกรรมการบริษัทช่วงสั้นๆ ในระยะคาบเกี่ยวเท่านั้น

 

นอกจากนี้ ในคณะกรรมการเอสซีจีชุดปัจจุบัน มีอดีตผู้จัดการใหญ่อีกคนอยู่ด้วย-กานต์ ตระกูลฮุน (ผู้จัดการใหญ่ 2548-2558) เป็นผู้บริหารคนถัดจากชุมพล ณ ลำเลียง คงดำรงตำแหน่งกรรมการเอสซีจีต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จะว่าเป็นกรรมการชุดปัจจุบัน ผู้อยู่ในตำแหน่งนานรองมาจากชุมพล ณ ลำเลียง ก็ว่าได้ ว่ากันว่า กานต์ ตระกูลฮุน มีบทบาทในเอสซีจีอย่างต่อเนื่อง และดูจะเพิ่มขึ้น ขณะควบคู่ไปกับบทบาทในวงกว้างอย่างแข็งขัน ในฐานะกรรมการบริษัทสำคัญ โดยเฉพาะเครือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBX ปัจจุบัน) และเอไอเอส กับอินทัช โฮลดิ้ง ทั้งนี้ ยังรวมอีกหลายตำแหน่งในคณะกรรมการเกี่ยวข้องกับนโยบายทางเศรษฐกิจรัฐ

ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น มีอดีตผู้บริหารเอสซีจีอีกคน อยู่ในคณะกรรมการชุดปัจจุบันด้วย อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้บ้าง

ชลณัฐ ณาณารณพ ในช่วงคาบเกี่ยว เขาดำรงตำแหน่งผู้นำกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เอสซีจี (2548-2562) กลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเอสซีจี บทบาทดูจะกว้างขึ้นด้วยตามลำดับ โดยเฉพาะการก่อตั้งบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ (SBS) ในฐานะกรรมการตั้งแต่ต้น (ตั้งแต่ปี 2559) ต่อมาก้าวขึ้นเป็นรองผู้จัดการใหญ่เอสซีจี (2560-2562) ด้วย

เมื่อเกษียณในเอสซีจี (วัย 60 ปี) ชลณัฐ ณาณารณพ คงบทบาทต่อเนื่องไม่ขาดตอน โดยเข้ามาเป็นกรรมการเอสซีจีตั้งแต่ปี 2563

“…ชลณัฐ ณาณารณพ เป็นหนึ่งไม่กี่คนในเอสซีจียุคหลัง จากผู้บริหารก้าวสู่ตำแหน่งกรรมการ นับจากชุมพล ณ ลำเลียง (ผู้จัดหารใหญ่ 2536-2548) และกานต์ ตระกูลฮุน (ผู้จัดการใหญ่ 2548-2558) ทั้งนี้ ยังถือได้ว่าเป็นกรณีพิเศษ ชลณัฐ ญาณารณพ เป็นคนเดียวในประวัติศาสตร์เอสซีจียุคใหม่ ที่มาจากตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่”

ถ้าจะว่าในปัจจุบัน ทีมคณะกรรมการหลัก กับทีมคณะจัดการเอสซีจี เป็นทีมเดียวกัน เป็นโครงสร้างการบริหารธุรกิจ โดยมืออาชีพที่มีความต่อเนื่อง เป็นปึกแผ่นมากที่สุดในสังคมธุรกิจไทยก็คงได้

ในมิติที่กว้างขึ้น โครงสร้างคณะกรรมการเอสซีจีชุดปัจจุบัน มีทั้งการสืบทอดแบบแผนบางระดับในอดีต ขณะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทใหม่ทางสังคมธุรกิจไทยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนด้วย

ในปีหน้า จะขอว่าต่ออีกตอน •

 

วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน