จีนไม่โตเหมือนเดิม : มองมุมอาจารย์เซินลี่ผิง (1) | เกษียร เตชะพีระ

ข่าวคราวเศรษฐกิจจีนหลังเลิกนโยบายซีโรโควิดและเปิดประเทศต้นปีนี้ไม่ยักดีดังคาดหวัง บีบีซีรายงานเมื่อ 11 กรกฎาคมศกนี้ว่า :
– อัตราว่างงานในหมู่เยาวชนจีนของเดือนพฤษภาคมศกนี้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 20.8%
– การส่งออกของจีนเมื่อเทียบกับปีก่อนลดลง 7.5%
– การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์จีนตกต่ำลง 21.5%
นำไปสู่ข้อสรุปเขย่าใจของเคนเน็ท โดนัลท์ นีลเวล นักวิเคราะห์สังกัด KKP Research แห่งกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรว่า “ไทยเตรียมรับมือ จีนไม่โตเหมือนเดิม” (22 มิถุนายน 2023)
ข้อน่าสนใจคือนักวิเคราะห์ในจีนเองเข้าใจแนวโน้มนี้อย่างไร? วิเคราะห์ว่ามันเกิดจากเหตุใดบ้าง?
เซินลี่ผิง (孙立平) ศาสตราจารย์สังคมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยซินหัวของจีน ได้บรรยายเรื่อง “แสวงหาความแน่นอนในยุคแห่งความไม่แน่นอน” แก่ที่ประชุมสุดยอดผู้ประกอบการเชียนไห่ปี 2023 ณ นครเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันที่ 20-21 เมษายนศกนี้ เขาชี้ว่าเศรษฐกิจจีนมีโครงสร้างทวิภาค โดยภาคที่เกี่ยวกับรัฐ (国计 กั๋วจี้) มีปริมาณเงินล้นเหลือ ทว่า ภาคการดำรงชีพของประชาชน (民生 หมิงเซิน) กลับตกอยู่ในภาวะเงินฝืด
เศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงระยะหดตัวอันยาวนานในขณะที่โลกผ่านกระบวนการ “ถอดรื้อใหญ่” (大拆解ต้าไชเจี๋ย) เพื่อถอนตัวออกจากการติดห่วงโซ่อุปทานจีนที่ผ่านมา
ดังมีเนื้อหาบางตอนที่ศาสตราจารย์เซินลี่ผิงนำเสนอดังนี้ :-
“ระยะโควิดระบาดจบลงโดยพื้นฐานแล้ว ผู้คนพากันกังวลว่าจะทำอะไรต่อไปดีกับเศรษฐกิจ ผมใคร่พูดถึง 3 หัวข้อต่อไปนี้ :

ศาสตราจารย์เซินลี่ผิงแห่งมหาวิทยาลัยซิงหัววิเคราะห์เศรษฐกิจจีนในที่ประชุม เมษายน 2023 (https://redian.news/wxnews/407847)
หัวข้อแรก : ความหวั่นวิตกเกี่ยวกับลู่ทางเศรษฐกิจระยะยาว
หัวข้อแรกเป็นทรรศนะของผมเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจ
ข้อมูลทางการแสดงว่าจีดีพี (Gross Domestic Product หรือผลิตภัณ์มวลรวมในประเทศ) ของจีนในไตรมาสแรกของปี 2023 เพิ่มขึ้น 4.5% ผมมองการเคลื่อนที่ของทุนเพื่อดูว่าผู้คนตีความตัวเลขนั้นอย่างไร มันแสดงชัดว่ามีความคาดหมายต่างกันสองประการเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ได้แก่ ทรรศนะเล็งผลเลิศในระยะสั้น กับทรรศนะเล็งผลร้ายในระยะยาว
อันดับแรกมาพูดเรื่องทรรศนะระยะสั้นกันก่อน
หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานว่าพวกนักลงทุนต่างชาติแห่กันมาซื้อหุ้นจีนในจังหวะก้าวเร็วที่สุดช่วงห้าปีหลังนี้ และด้วยจังหวะก้าวเร่งรัดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนนับแต่เดือนพฤศจิกายนศกที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผลผลิตเศรษฐกิจจริงของจีนหาได้สอดรับกับความคาดหวังทั้งหลายของนักลงทุนไม่
ความเห็นของผมสรุปได้เป็นสองประโยคคือ ประโยคแรก : การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นจริงอาจดีกว่า 4.5% ด้วยซ้ำไป ประโยคที่สอง : ทว่าผู้คนพากันรู้สึกว่ามันแย่กว่าที่ว่าโต 4.5%
ทำไมผมถึงพูดว่าตัวเลขจริงอาจมากกว่า 4.5% ด้วยซ้ำไป? นั่นก็เพราะตัวเลขจริงของจีดีพีปีก่อนนั้น น่าจะต่ำกว่าตัวเลขทางการอักโข
จีนรายงานว่าจีดีพีโตขึ้น 3% ในปี 2022 ทรรศนะของผมก็คือความเป็นจริงแย่กว่านั้นเหลือหลาย ตัวเลขที่ว่าถูกปั่นให้เฟ้อขึ้นกว่าตัวเลขจีดีพีของปีก่อนๆ มากพอควร ดูตัวอย่างบริษัทลีฟดีโอ ออโตในมณฑลชานตง บริษัทมีรายได้ปี 2022 กว่า 2 พันล้านหยวน (ราว 281 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลับลงบันทึกรายได้ของบริษัทไว้ถึง 6.7 พันล้านหยวน สูงกว่าตัวเลขจริงสามเท่า
อย่างไรก็ตาม ต่อให้เศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้โตกว่า 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นั่นก็เพียงเพราะปีฐาน (จีดีพีปีก่อน) มันต่ำเหลือเกิน กล่าวโดยรวมแล้ว ผู้คนไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจโต 4.5% อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ตำตา ผู้คนไม่เห็นว่าเศรษฐกิจกระเตื้องแรงดังที่คาดหวัง
มองระยะยาวแล้ว มันดูไม่เล็งผลเลิศเลยสักนิด พฤติกรรมการลงทุนระยะยาวบ่งชี้ว่านักลงทุนพากันลังเลและวิตกกังวล
ด้านหลักแล้วผมมองดูการลงทุนของทุนกิจการ (Venture Capital – VC) เพื่อหาแนวโน้มของทุนในระยะยาว การลงทุนของทุนกิจการถูกครอบงำโดยเงินดอลลาร์สหรัฐ
นิตยสารไซจิง (彩晶) ตีพิมพ์รายงานชิ้นหนึ่งมาสักพักหนึ่งแล้วว่าหุ้นส่วนคนหนึ่งของสถาบันการลงทุนบอกว่าแต่ก่อน เขาเคยบินไปสหรัฐปีละหลายเที่ยวเพื่อระดมเงินทุน แต่เขาไม่ได้ไปสหรัฐเลยในปี 2022 สาเหตุไม่ใช่เพราะโควิดระบาด แต่เพราะพวกนักลงทุนอเมริกันไม่ต้องการพบเขา นักลงทุนเงินดอลลาร์สหรัฐหลายคนบ่งบอกว่าถึงแม้พวกเขาจะยังทำธุรกิจในเมืองจีน แต่นั่นเป็นการลงทุนครั้งสุดท้ายของตนแล้ว
แนวโน้มโดยรวมในปี 2022 คือบรรดานักลงทุนอเมริกันและเงินทุนกิจการพากันถอยห่างจากการลงทุนในจีน
โครงสร้างทวิภาคใหม่ทางเศรษฐกิจ
เพื่อนบางคนถามความเห็นผมเรื่องการใช้จ่ายของผู้บริโภคปีนี้ ผมตอบว่าประการแรก อุปสงค์ต่อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นประจำวันจะกลับสู่ระดับปกติ
ประการที่สอง อุปสงค์ของผู้บริโภคประเภทการพัก ผ่อนหย่อนใจและบันเทิงจะกระเตื้องเฟื่องฟูกลับคืนมาในระยะสั้น และประการที่สาม อุปสงค์ต่อสินค้าคงทน น่าจะคงต่ำต่อไปในระยะเวลานานพอควร
ปีนี้ผ่านไปสามเดือนแล้วและคำทำนายของผมถูกพิสูจน์ว่าเป็นจริง
รู้ไหมครับว่าอะไรคือ 30 ปีที่สูญหายไปในญี่ปุ่น (จากทศวรรษ 1990 ถึงปัจจุบัน)? โดยแก่นแท้แล้ว มันก็คือการที่พอฟองสบู่ (การเคหะ) แตกโพละ ผู้คนก็ลงเอยโดยแบกหนี้ก้อนมหึมา จึงเลือกเพ่งเล็งรวมศูนย์ อันดับแรกที่จ่ายหนี้บ้านให้งวดลงก่อนแทนที่จะใช้จ่ายเพื่อการบริโภค
ตอนนี้ผู้คนทั้งหลายรวมทั้งเจ้าหน้าที่กับนักวิชาการกำลังโต้แย้งถกเถียงกันว่าเกิดเงินฝืดขึ้นในจีนหรือ เปล่า ข้อโต้เถียงที่สนับสนุนว่าเกิดเงินฝืดรวมทั้งที่ว่าปริมาณเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่ราคาข้าวของก็ ยังคงต่ำอยู่
สาเหตุก็คือชาวบ้านทั่วไปไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย ความข้อนี้สะท้อนความเป็นจริงของเศรษฐกิจจีนปัจจุบัน

ผมขอใช้แผนภาพรูปเลข 8 มาอธิบายเหตุผลที่รองรับอยู่ วงกลมบนคือภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับรัฐ (国计) ส่วนวงกลมล่างคือภาคการดำรงชีพของประชาชน (民生)
เศรษฐกิจภาคที่เกี่ยวกับรัฐรวมทั้งเหล่าอุตสาหกรรมด้านทรัพยากรสำคัญ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญไฮเทค อุตสาหกรรมการผลิตที่ก้าวหน้า และการทหาร รวมทั้งฐานช่องทางระดมเงินทุนของรัฐบาลด้วย รัฐวิสาหกิจ (State-Owned Enterprises – SOE’s) ก็นับอยู่ในนี้ รวมถึงบริษัทเอกชนสำคัญ ๆ บางแห่ง จุดเพ่งเล็งรวมศูนย์หลักของประเทศอยู่ที่ภาคนี้ มันมีทรัพยากรการเงินมหาศาลที่สุดโดยเปรียบเทียบกับจำนวนคนงานที่ต่ำสุด
ส่วนอีกภาคหนึ่งอันได้แก่ภาคการดำรงชีพของประชาชนนั้นรวมเอาบรรดาบริษัทของเอกชนขนาดเล็กหรือกลางส่วนใหญ่ไว้ มันมีทรัพยากรการเงินน้อยกว่าแต่ว่าจ้างจำนวนคนงานไว้มหาศาลที่สุด
ผมเรียกสิ่งนี้ว่าโครงสร้างทวิภาคใหม่ของเศรษฐกิจจีน
(ต่อสัปดาห์หน้า)
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
