หมอมือเทวดา : อยากเก่งต้องทำงานไม่หยุด
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ชิอิชิอิ กับผลงานมังงะเล่มแรกของเขา เขาเขียนไว้ในคำตามท้ายเล่มหนึ่งว่า สมัยเป็นเด็กประถมที่โรงพยาบาลเล็กๆ ในชนบท เขาเคยถูกเย็บแผลที่นิ้วสดๆโดยไม่ใส่ยาชา
ชวนให้นึกถึงครั้งที่ผมไปทำงานที่ต่างจังหวัดห่างไกลหลังจบแพทย์ปีแรก เป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลสุดแดนเหนือเมื่อ 44 ปีก่อน รุ่นพี่สอนให้เย็บแผลเล็กๆ ของเด็กเล็กสดๆ เหมือนกัน
พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินอธิบายว่าฉีดยาชาไปก็เจ็บเพราะตัวยาชาอยู่ดี สู้เจ็บครั้งเดียวเลยดีกว่า
ชิอิชิอิเขียนต่อไปว่า การเย็บแต่ละเข็มเจ็บสองครั้ง ตอนที่ปักเข็มลงเนื้อไม่เจ็บมาก แต่ตอนที่สอยเข็มทะลุเนื้อและผิวหนังขึ้นมาเจ็บยิ่งกว่า
นอกจากนี้ เขายังเล่าประสบการณ์เรื่องกระดูกนิ้วหักซึ่งคุณหมอเวลานั้นได้เย็บแผลใส่เฝือกให้อย่างดี แต่ทุกวันนี้การขยับมือที่บาดเจ็บก็ไม่เหมือนเดิม
ชวนให้นึกถึงตัวเองครั้งประสบอุบัติเหตุรถชนเส้นเอ็นหัวเข่าขาด เข้ารับการผ่าตัดต่อเส้นเอ็นแล้วใส่เฝือกตลอดความยาวขาไว้นานมาก ถอดเฝือกออกแล้วขาลีบทำกายภาพบำบัดอีกสามเดือน เมื่อถอดเฝือกหัดเดินใหม่ แม้เดินได้แต่วิ่งไม่ได้อีกเลยนับแต่นั้น
เวลาผ่านมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว แพทย์กระดูกและข้อก้าวหน้าไปมาก
ศัลยกรรมกระดูกและข้อมีนวัตกรรมการผ่าตัดใหม่ๆ อุปกรณ์ใหม่ๆ อวัยวะเทียมใหม่ๆ เครื่องมือช่วยฟื้นฟูสภาพใหม่ๆ และกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือใหม่ๆ (ดังจะได้เห็นจากทุกตอนของหนังสือเล่มนี้) มีสาขาเชี่ยวชาญเฉพาะทางแยกออกไปหลายสาขา
หนึ่งในสาขาที่สำคัญมากที่สุดสาขาหนึ่งคือเรื่องมือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือขวาของคนทุกคนที่ถนัดขวา รวมไปถึงคนที่มีอาชีพเฉพาะ เช่น นักกีฬา นักดนตรี พ่อครัว ฯลฯ
มือเป็นอวัยวะที่สูญเสียมิได้ ทุกวันนี้เราซ่อมแซมมือขวาที่ขาดหรือใช้การไม่ได้ได้แค่ไหน

มังงะเรื่องนี้เล่าเรื่องศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมือและเรื่องราวของพวกเขา บ้านเรามีคุณหมอเก่งระดับในหนังสือนี้อยู่
แต่ที่มังงะไม่ได้เล่าคือ เรื่องค่าใช้จ่ายและการเข้าถึงบริการ พูดง่ายๆ คือหลักประกันสุขภาพ กรรมกรค่าจ้างรายวันมือขาดกับนักกีฬาระดับแนวหน้ามือขาดมีสวัสดิการรองรับต่างกันอย่างไร เงินที่มากกว่าช่วยให้เข้าถึงบริการที่ดีกว่าและรวดเร็วกว่าได้อย่างไร บ้านเราซื้อบริการที่เร็วกว่าและดีกว่าได้จริง
มังงะไม่ถึงกับดีเลิศ แต่นานๆ ได้อ่านมังงะดีงาม อ่านแล้วใจฟู จบในตอนด้วยความรู้สึกดีๆ ของการเป็นแพทย์ เช่นนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
การเขียนมังงะเรื่องสั้นมิใช่ของง่าย ต้องสร้างปมแก้ปมในเวลาจำกัดด้วยรูปวาดไม่มาก บทสนทนาไม่ยาว
ที่ยอดเยี่ยมชอบมากคือลายเส้นที่สวยงาม สบายตา
สำคัญเหนืออื่นใดคือลายเส้นแยกแยะตัวละครชัดเจนมาก อ่านแล้วรู้ว่าใครเป็นใครอย่างง่ายดายซึ่งหายากวันนี้
มังงะทุกวันนี้หลายเล่มผู้เขียนแยกใบหน้าไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร จะว่าผู้เขียนอายุมากแล้วก็อาจจะใช่ ฝีมือเขียนภาพโดยทาคาฮิโระ อาราอิ

พระเอกชื่อเทสึกะ อิชชิน เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านมือ ลายเส้นยังหนุ่มมาก เรียนจบแพทย์จากฝรั่งเศส เคยทำงานเป็นแพทย์ในสนามรบหลายแห่งทั้งแอฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก
ก่อนที่จะกลับมาญี่ปุ่นทำงานที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโอรันโด เป็นแพทย์หนุ่มฝีมือดี ประสบการณ์สูง และมีความสงบนิ่งอยู่ตลอดเวลา สามารถผ่าตัดได้นานหลายชั่วโมงโดยไม่อ่อนล้าแม้แต่น้อย
เขามีรอยสักรูปดอกไม้เต็มแผ่นหลัง เขามาจากไหน มีรอยสักใหญ่ขนาดมองเห็นได้ที่ลำคอจะเป็นหมอได้อย่างไร จะเป็นพล็อตเรื่องส่วนตัวที่คู่ขนานไปกับงานประจำวัน
วันทำงานหมออิชชินชอบไปนอนเล่นคุยกับเจ้าอาวาสที่วัดใกล้ๆ โรงพยาบาล เวลาถูกเรียกตัวก็จะเดินไปโรงพยาบาลด้วยกิริยาสงบ เป็นเช่นนี้ทุกครั้งไป
เล่มหนึ่ง ผู้ป่วยเป็นพ่อครัวทำซูชิขายทั้งชีวิตมาห้องฉุกเฉินด้วยเรื่องมือขวาขาด
หมออิชชินผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ ซ่อมกระดูกที่หัก ต่อเส้นเลือดใหญ่สองเส้น เส้นประสาทสามเส้น กินเวลาหลายชั่วโมง (มีเชิงอรรถบอกชื่อเส้นเลือดและเส้นประสาทรวมทั้งชื่อกระดูกที่หักให้เรียบร้อย)
ผ่าตัดเสร็จแล้วยังต้องออกมาพูดคุยกับผู้ป่วย ดับอารมณ์ตึงเครียดของญาติ ให้กำลังใจด้วยข้อมูลสถิติทางการแพทย์ และแผนติดตามการฟื้นฟูจนครบกระบวนการ

ทั้งหมดนี้มิใช่เพราะนิสัยดี แต่เป็นเพราะแพทย์ที่ดีย่อมอยากรู้ว่างานที่เราทำดีเพียงใดในตอนท้าย ผู้ป่วยฟื้นฟูถึงระดับทำงานได้หรือไม่
งานจิตแพทย์เป็นเช่นเดียวกัน การรักษามิได้จบลงที่ผู้ป่วยปลอดอาการทางจิต ไม่มีประสาทหลอน ไม่มีความคิดฆ่าตัวตาย อาการเหล่านี้เป็นเพียงตัวชี้วัดขั้นต้น
ตัวชี้วัดสุดท้ายจึงเป็นเรื่องผู้ป่วยกลับไปทำงานตามที่ควรจะทำได้หรือไม่ เป็นนักเรียนควรกลับไปเรียนได้ เป็นผู้ใหญ่ควรกลับไปหารายได้ได้ เป็นผู้สูงอายุควรกลับไปใช้ชีวิตที่ช่วยเหลือตนเองได้โดยเฉพาะการตักข้าว ขับถ่าย และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
อ่านมังงะเล่มนี้แล้วก็เห็นจริงว่างานของแพทย์แต่ละสาขามีหลักการสำคัญเหมือนๆ กัน คือช่วยให้ชีวิตผู้ป่วยกลับไปสู่สุขภาวะดีที่สุดเท่าที่จะดีได้
หลังการผ่าตัด แพทย์สามคนขอเข้าพบผู้อำนวยการร้องเรียนว่าหมออิชชินได้แต่ผู้ป่วยยากๆ สร้างชื่อเสียงไปหมด เช่นนี้เมื่อไรพวกตนจะได้ทำบ้าง ผู้อำนวยการจึงว่า ที่เรียกหมออิชชินทำก็เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นที่หนึ่ง ไม่ใช่ประโยชน์ของโรงพยาบาล ไม่ใช่ประโยชน์ของพวกคุณ
“เช่นนี้พวกเราก็ไม่มีโอกาสเสียที”
“หมออิชชินไม่รอให้ใครมอบโอกาส เขาวิ่งเข้าหาโอกาส พวกคุณอยากได้โอกาสเหมือนเขาไหมล่ะ สมัครไปทำงานในสนามรบสิ”
อยากเก่งต้องทำงานไม่หยุดเป็นคำพูดที่ใช้ได้เสมอ ไม่ใช่เฉพาะแพทย์แต่รวมความถึงทุกคนทุกอาชีพ เราเก่งเองไม่ได้หากเอาแต่อ่านโซเชียล ยึดหลักพอเพียง หรือปรึกษาเอไอ
แม้โลกจะมีเอไอแต่ที่เอไอทำไม่ได้คือออกไปทำงานแทนเรา งานยิ่งเข้าเรายิ่งทำ ทำไปจนถึงระดับสามารถทำงานที่คนอื่นทำไม่ได้ ทำงานด้วยสมองสองมือของเราเองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
เช่นเดียวกับหมอเทสึกะ อิชชิน
