bg-single

‘ร่วมเพศ-สาดน้ำ’ พิธีกรรมชาวบ้านขอฝน

23.08.2026

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

ขอฝนเป็นพิธีกรรมของประชาชนมีหลายอย่าง ตั้งแต่รดน้ำดำหัว, สาดน้ำ, แห่นางแมว, คาถาปลาช่อน, ร่วมเพศ, ปั้นเมฆ, จุดบั้งไฟ, เล่นเพลงโต้ตอบ ฯลฯ

รดน้ำดำหัว หมายถึงพิธีอาบน้ำให้บรรพชนที่ตายแล้ว และที่ยังมีชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของการขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร

บรรพชนตายแล้วถูกรดน้ำดำหัวที่ “เฮือนแฮ้ว” [คือเรือนจำลองที่ปลูกคร่อมหลุมฝังภาชนะใส่กระดูกบรรพชน (ไม่เผาศพ)] ด้วยการเซ่นผีซึ่งเป็นพิธีกรรมทางศาสนาผีของอุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว (ก่อนมีศาสนาในอินเดีย) หลังรับศาสนาจากอินเดียจะมีพิธีชักบังสุกุล

ส่วนบรรพชนมีชีวิต คือ ปู่ย่า, ตายาย, พ่อแม่ ถูกรดน้ำดำหัวด้วยการราดน้ำรดหัวให้เปียกทั้งตัวตั้งแต่หัวถึงตีน

สาดน้ำใส่สัตว์ (เช่น แมว) และคน เป็นการละเล่นหน้าแล้งทางศาสนาผีในพิธีกรรมขอฝนเดือน 5 (จันทรคติ) ของชาวบ้านในชุมชนดั้งเดิมมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว (ก่อนติดต่ออินเดียนานมาก)

[หลังรับสงกรานต์ เมษายน (สุริยคติ) จากอินเดียใต้ ราวหลัง พ.ศ.1000 สาดน้ำซึ่งเป็นพิธีกรรมขอฝนดั้งเดิมของอุษาคเนย์ ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสงกรานต์ (ทำให้ปัจจุบันเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าสาดน้ำสงกรานต์มาจากอินเดีย)]

แห่นางแมวที่บ้านหัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา (ในหนังสือ เพลงนอกศตวรรษ ของ เอนก นาวิกมูล สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2550)

แห่นางแมว เป็นการละเล่นอย่างหนึ่งในหน้าแล้ง เพื่อขอฝน ดังต่อไปนี้

(1.) แมวถูกจับใส่กรงเพื่อหามแห่ไปที่ต่างๆ

(2.) แห่นางแมวด้วยการร้องเซิ้ง (เหมือนเซิ้งบั้งไฟ) ไปทั่วชุมชนชวนให้คนตักน้ำสาดนางแมวในกรง

(3.) คนในชุมชนสาดน้ำนางแมว พร้อมกับเรียกฝนให้เทลงมา

สาดน้ำนางแมวเป็นความเชื่อว่าจะกระตุ้นให้ฝนตกตามท้องไร่ท้องนา เพื่อชาวบ้านทำไร่ทำนาตามปกติ ดังนี้

(1.) แมวเป็นสัตว์กลัวน้ำ จึงถูกตีความว่าแมวเป็น “ตัวแล้ง” ทำให้ฝนไม่ตก

(2.) ชุมชนแก้เคล็ดด้วยการสาดน้ำใส่นางแมว เพื่อนางแมวไม่เป็น “ตัวแล้ง” อีกต่อไป ด้วยหวังว่าจะทำให้ฝนตกตามฤดูกาล

(3.) สาดน้ำนางแมวเพื่อขอฝนยังพบที่อื่นๆ บริเวณเส้นศูนย์สูตร เช่น เกาะสุมาตรา, เกาะชวา ฯลฯ

คาถาปลาช่อน ของชาวบ้านภาคกลางมีบทร้องขอฝนด้วย แต่มีหลายสำนวน จะยกตัวอย่าง 2 สำนวน ดังนี้

“นิมนต์พระมา สวดคาถาปลาช่อน ปั้นเมฆเสียก่อน —–“

“นิมนต์ขรัวชั่ว สวดคาถาปลาช่อน ขี้เมฆสองก้อน มีละครสามวัน จับคนชนกัน ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา…”

ปลาช่อน เป็นสัญลักษณ์ของอวัยวะเพศชาย มีน้ำอสุจิสีขาวเป็นน้ำเชื้อให้กำเนิดใหม่ แสดงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ว่านยา ข้าวปลาอาหาร

คนดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว เซ่นวักเลี้ยงผีขอฝนด้วยปลาช่อน

ความเชื่อเกี่ยวกับปลาช่อนยังมีสืบเนื่องจนปัจจุบันในพิธีปั้นเมฆขอฝน ต้องนิมนต์พระสวดคาถาปลาช่อน มีบทร้องของชาวบ้านว่า

๏ นิมนต์พระมา สวดคาถาปลาช่อน

ปั้นเมฆสองก้อน มีละครสามวัน

จับคนชนกัน ฝนก็เทลงมา—-

[มีคำอธิบายอย่างพิสดารเรื่องคาถาปลาช่อน ในพระราชพิธีพรุณศาสตร์ เดือน 9 หนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ ร.5]

ปั้นเมฆขอฝนเป็นรูปหญิงชาย (ชื่อนางฝนกับนายเมฆ) กำลังเสพสังวาส โดยมีชายอีกคนหนึ่ง (ชื่อนายหมอก) นั่ง “ลุ้น” อยู่ข้างๆ
[ในภาพ ชาวบ้านขุดดินเหนียวมาปั้นกันเองขนาดเท่าคนจริงไว้กลางถนนทางสามแยกเข้าบ้านนาตะกรุด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2558 (จาก m.thairath.co.th)

ร่วมเพศ เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อเจริญเผ่าพันธุ์กับเจริญพืชพันธุ์ ขอความอุดมสมบูรณ์ให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ 3,000 ปีมาแล้ว พบหลักฐานโบราณคดีจำนวนไม่น้อยแสดงพิธีร่วมเพศ

เรื่องเพศไม่เป็นสิ่งน่ารังเกียจในศาสนาผี ซึ่งเป็นศาสนาของผู้หญิง เพราะเรื่องเพศยุคดึกดำบรรพ์เป็นพิธีกรรมดำรงเผ่าพันธุ์และเจริญพืชพันธุ์ข้าวปลาอาหาร

ฟ้ากับดินไม่สมสู่กันก็ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตคน, สัตว์ และพืช ส่วนสัตว์และพืช ถ้าไม่สมสู่กันเองก็ไม่มีชีวิตใหม่เกิด แล้วไม่มีข้าวปลาอาหารเลี้ยงคน ดังนั้น คนก็ต้องสมสู่กันจึงจะมีคนเกิดใหม่

ร่วมเพศเป็นพิธีกรรมกำเนิดมนุษย์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ ซึ่งมีเรื่องเล่าเป็นสัญลักษณ์ว่าเอาวัตถุแทงน้ำเต้าเป็นรูให้มนุษย์ (คลอด) ออกมา แสดงสัญลักษณ์น้ำเต้าคือมดลูกของแม่ วัตถุแทงน้ำเต้าคืออวัยวะเพศของพ่อ

การสมสู่ร่วมเพศทำให้มีน้ำอสุจิหลั่งออกมาจากอวัยวะเพศชาย ซึ่งคนแต่ก่อนเชื่อว่าจะบันดาลให้ฝนตกในไม่ช้า เรียกกันสืบมาว่า “เทลงมา เทลงมา” ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์เลี้ยงชีวิตคนในชุมชนได้ตลอดปี

พิธีกรรมอย่างนี้ยังมีสืบเนื่องจนปัจจุบันเรียกพิธีปั้นเมฆขอฝน

ปั้นเมฆ หมายถึงพิธีขอฝนโดยทำรูปจำลองหญิงชายเปลือยแสดงอวัยวะเพศ หรือสมสู่ร่วมเพศกัน แล้วจัดวางกลางแจ้งในที่สาธารณะให้คนเห็นทั่วไป แล้วเรียกรูปจำลองนั้นว่ารูปปั้นเมฆ (รูปจำลองทำได้หลายอย่าง เช่น หล่อโลหะ, แกะสลักไม้, ปั้นดินเหนียวแล้วทาปูนขาวหรือไม่ทาก็ได้)

“ปั้นเมฆ” กับ “เมฆสองก้อน” ในประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้าน คือปั้นหอยกับหำขนาดใหญ่ แล้วตั้งไว้ที่โล่งแจ้งให้คนเห็นทั้งชุมชน หรือมิฉะนั้นก็ปั้นหญิงกับชายเปลือยกายปี้กัน แล้ววางไว้กลางทุ่งนา หรือลานกลางบ้านก็ได้

ปั้นเมฆ เป็นคำเก่าแก่ดั้งเดิม หมายถึงพิธีขอฝน โดยทำรูปอวัยวะเพศหญิงกับชายไว้กลางแจ้งขนาดใหญ่และอุจาดที่สุด บางทีปั้นรูปหญิงชายร่วมเพศ เพราะเชื่อว่าทำให้มีน้ำฝนพุ่งหล่นจากเมฆบนฟ้า (เคยพบรูปหล่อสำริดหญิงชายเฮ็ดกันในวัฒนธรรมดองซอน อยู่ภาคเหนือของเวียดนาม) ราว 2,500 ปีมาแล้ว

เล่นเพลง (เช่น เพลงฉ่อย, เพลงลำตัด ฯลฯ) มาจากพิธีกรรมสมสู่เสพสังวาสเพื่อความมั่งคั่งและมั่นคงของชุมชนดั้งเดิม (ไม่ส่วนตัว)

เพลงโต้ตอบแก้กันของหญิงชายชาวบ้านสามัญชนคนธรรมดา เป็นสัญลักษณ์ของพิธีกรรมดำรงเผ่าพันธุ์และเจริญพืชพันธุ์โดยการเสพสมัครสังวาส เพื่อขอความมั่งคั่งและมั่นคงของชุมชนเป็นส่วนรวม (ไม่ใช่เพื่อความหฤหรรษ์ส่วนตัวของคู่หญิงชายนั้น)

จากนั้นร่วมกันร้องรำทำเพลงขอฝนด้วยถ้อยคำหยาบๆ เรียกกันว่ากลอนแดง หมายถึงคำคล้องจองโจ๋งครึ่มที่พาดพิงเรื่องเพศและการร่วมเพศ ซึ่งหญิงมักว่าเพลงชนะชาย ในกลอนเพลงโต้ตอบ เพราะแม่เพลงจะต่อว่าด่าทอจนพ่อเพลงยอมจำนนแล้วหาทางเลี่ยงไป แสดงอำนาจของหญิงที่มีเหนือชาย

เพลงโต้ตอบแก้กันของหญิงชายชาวบ้านด้วยถ้อยคำโลดโผนสองง่ามสองแง่ แหย่ไปทางเรื่องสมสู่หยาบๆ อย่างยิ่งยวด ก็เป็นอีกแนวหนึ่งของพิธีกรรมขอความมั่งคั่งและมั่นคงให้ชุมชนเมื่อฝนเทลงมา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หมอมือเทวดา : อยากเก่งต้องทำงานไม่หยุด
กะลาแลนด์ (4)
ปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ โจทย์ใหญ่ ‘ศธ.’ ปฏิรูปการศึกษา
หญิงตั้งครรภ์ คือสุดยอดนักกีฬาอึด อดทน
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (2)
การ์ตูน “สะดุดยิ้ม by พล”
‘ร่วมเพศ-สาดน้ำ’ พิธีกรรมชาวบ้านขอฝน
กระแสธุรกิจจีนสู่ไทย : จับมือพันธมิตร
คุยกับทูต | วิคเตอร์ เซเมนอฟ ยูเครน : พลังแห่งความยืนหยัด สู่ความหวังแห่งสันติภาพ (1)
ปีที่ 79
นางสีดา ‘รอยไถ’ แห่งความมั่งคั่ง ในการค้าโลกข้ามสมุทร
น้ำเชื้อ จุกอุด และเกมแห่งการสืบพันธุ์