bg-single

กรณี ‘ฟ้าผ่านักฟุตบอล’ ที่สุไหงโก-ลก มีทั้งกลไก Direct strike และ Ground current รวมทั้งอาจมีกลไกอื่นร่วมด้วย

23.08.2026

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

เมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2569 มีเหตุสลดเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลรายการโก-ลก เอฟเอคัพ ที่สนามสันติภาพ (สนามบาบู) เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เนื่องจากฟ้าผ่าลงในสนามใส่ตัวนักฟุตบอลท่านหนึ่งเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต และยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 9 ราย (ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2569)

ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติมิตรของผู้วายชนม์ไว้ ณ ที่นี้

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งทราบว่าได้เข้ารับการดูแลในโรงพยาบาล ก็ขอให้การรักษาเป็นไปด้วยดี และกลับมามีสุขภาพดีในเร็ววัน

อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว เรื่องที่สมควรทำคือ ทำความเข้าใจถึงสาเหตุ รวมทั้งผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อหาแนวทางลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุซ้ำอีก

ในกรณีของผู้จัดกิจกรรมกลางแจ้ง เห็นได้ชัดว่าหากมีภัยคุกคามจากฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะฟ้าผ่าอย่างเช่นในกรณีนี้ ก็มีเหตุผลอันสมควรมีนโยบายให้หยุดพักชั่วคราว หรือเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน

ตัวอย่างเอกสาร National Athletic Trainers’ Association Position Statement : Lightning Safety for Athletics and Recreation (เผยแพร่ในปี ค.ศ.2013 ) ระบุคำแนะนำว่า แผนควรส่งเสริมข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในเรื่องฟ้าผ่าตามที่ National Weather Service ระบุไว้ เช่น “When Thunder Roars, Go Indoors!” หรือ “เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง ให้เข้าที่ร่ม!” (คำว่า “Indoors” หรือ “ที่ร่ม” ในที่นี้หมายถึง อาคารที่มั่นคงและมีความเสี่ยงต่ำต่ออันตรายจากฟ้าผ่า)

ในกรณีของคนทั่วไป เช่น ผู้ชม หรือแม้แต่ตัวนักกีฬาเอง เมื่อได้ทราบว่าที่โล่งไม่ปลอดภัยต่อฟ้าผ่า ก็ควรถือหลักปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ

ทั้งนี้ อยากชวนมาเรียนรู้เรื่องทางเทคนิคเกี่ยวข้องกับฟ้าผ่าในกรณีนี้เพื่อให้ความเข้าใจคมชัดขึ้น

ภาพการ์ตูนจำลองสถานการณ์ฟ้าผ่าในสนามฟุตบอล แสดงฟ้าผ่าโดยตรงและกระแสไฟฟ้าไหลตามพื้น

ผมเคยอธิบายเรื่องฟ้าผ่าไว้หลายครั้งแล้ว อย่างในมติชนสุดสัปดาห์ก็มีบทความ เช่น ‘ฟ้าผ่าทำอันตรายคนเราได้ด้วยกลไกอะไรบ้าง?’ ที่

ในบทความดังกล่าว ผมเล่าภาพใหญ่แสดงกลไกที่ฟ้าผ่าสามารถทำร้ายคนเราไว้ทั้งหมด 7 แบบ สรุปได้ดังนี้

กลไกแบบที่ (1) สายฟ้าฟาดลงบนตัวคนหรือสัตว์แบบจังๆ เรียกว่า ฟ้าผ่าโดยตรง (Direct strike)

กลไกแบบที่ (2) ฟ้าผ่าโดนวัตถุอื่น แต่ร่างกายสัมผัสกับตัวนำที่เชื่อมต่อกับวัตถุนั้น กระแสไฟฟ้าจึงไหลเข้าสู่ร่างกายได้ เรียกว่า การสัมผัสกับวัตถุที่ถูกฟ้าผ่า (Contact หรือ Conduction)

กลไกแบบที่ (3) ฟ้าผ่าต้นไม้ เสาไฟ หรือโครงสร้างบางอย่าง จากนั้นกระแสไฟฟ้าบางส่วนได้ “กระโดด” ออกจากวัตถุที่ถูกฟ้าผ่าผ่านอากาศเข้าสู่คนหรือสัตว์ที่อยู่ใกล้ เรียกว่า ไซด์แฟลช (Side flash) หรือกระแสไฟฟ้าแลบด้านข้าง (Side splash)

กลไกแบบที่ (4) ฟ้าผ่าลงมายังพื้น จากนั้นกระแสไฟฟ้าไหลกระจายไปตามพื้น และไหลเข้าสู่ร่างกายของคนหรือสัตว์ เรียกว่า กระแสไหลตามพื้น (Ground current) หรือนักวิชาการชอบเรียกว่า แรงดันไฟฟ้าช่วงก้าว (Step voltage)

กลไกแบบที่ (5) ขณะที่ประจุลบจากฐานเมฆเคลื่อนที่ลงมา จะผลักประจุลบในวัตถุบนพื้นออกไป หรืออาจมองว่าเกิดกระแสไฟฟ้าไหลขึ้นจากพื้น เรียกว่า กระแสสตรีมเมอร์ไหลขึ้น (Upward streamer)

กลไกแบบที่ (6) ฟ้าผ่าทำให้เกิดสนามแม่เหล็กแผ่ออกไปโดยรอบ สนามแม่เหล็กนี้สามารถทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในโลหะได้ เรียกว่า กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (Induced current)

กลไกที่แบบ (7) อากาศที่ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจากสายฟ้า อาจทำให้เกิดคลื่นกระแทก (Blast wave)

การได้รู้จักกลไกทั้งหมด 7 แบบนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจผลกระทบจากกรณีฟ้าผ่าในสนามฟุตบอลที่สุไหงโก-ลกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้

กรณีที่นักฟุตบอลเสียชีวิต 1 ราย :

จากคลิปเหตุการณ์ จะเห็นสายฟ้าฟาดลงบนร่างกายของนักฟุตบอลโดยตรงตามกลไกแบบที่ (1)

ตามปกติสายฟ้ามีปริมาณกระแสไฟฟ้าหลายระดับ ถ้าปริมาณกระแสต่ำหน่อยก็อยู่ในช่วง 2,000-5,000 แอมแปร์ (ข้อมูลบางแห่งอาจให้ค่าช่วงอื่น แต่ก็ใกล้เคียงกับช่วงที่ให้ไว้นี้) ส่วนปริมาณกระแสที่พบบ่อยคือราว 30,000 แอมแปร์ (ข้อมูลบางแห่งอาจระบุ เช่น 20,000-30,000 แอมแปร์)

ทั้งนี้ แม้ว่ากระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านร่างกายในช่วงเวลาสั้นๆ ในระดับไมโครวินาที (1 ในล้านของวินาที) แต่ในหลายกรณีระยะเวลาก็นานเพียงพอที่จะทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แม้จะเป็นกรณีกระแสน้อยที่สุดก็ตาม

กรณีที่นักฟุตบอลได้รับบาดเจ็บ 9 ราย :

จากคลิปเหตุการณ์ในสนามฟุตบอล เราสามารถตัดกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ออก ได้แก่ กลไกแบบที่ (2) การสัมผัสกับวัตถุที่ถูกฟ้าผ่า, (3) ไซด์แฟลช และ (6) กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ

จึงเหลือกลไกที่ฟ้าผ่าทำอันตรายกับคนเราได้อีก 3 แบบ ได้แก่ กลไกแบบที่ (4) กระแสไฟฟ้าไหลตามพื้น, (5) กระแสสตรีมเมอร์ไหลขึ้น และ (7) คลื่นกระแทก

ภาพรอยไหม้ลิชเทินแบร์กบนสนามกอล์ฟที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าไหลตามพื้น
ที่มา : https://www.injuryjournal.com/article/S0020-1383%2802%2900313-3/pdf

ทั้งนี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวว่า นักฟุตบอลท่านหนึ่งที่รอดชีวิตระบุว่า

“…ทุกคนพยายามเข้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมอย่างเต็มกำลัง แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ว-ไม่คาดคิด รู้สึกเหมือนถูกของแข็งฟาดกลางหลัง ก่อนล้มลงและมีอาการชาทั้งร่างกาย”

การที่นักฟุตบอลท่านนี้รู้สึกเช่นนั้นบ่งชี้ว่าน่าจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าสู่กล้ามเนื้อ จนทำให้กล้ามเนื้อหดตัวอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จึงรู้สึกเหมือนถูกของแข็งฟาดและเกิดอาการชาตามมานั่นเอง

เมื่อประกอบกับข้อมูลจากบทความวิจัยชื่อ Distribution of Lightning Injury Mechanisms (การกระจายของกลไกที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บเนื่องจากฟ้าผ่า) ที่ระบุว่าคนที่ถูกกระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าทำร้าย ราว 50-55% เกิดจากกลไกแบบที่ (4) หรือกระแสไฟฟ้าไหลมาตามพื้น และอีกราว 10-15% เกิดจากกลไกแบบที่ (5) หรือกระแสสตรีมเมอร์ไหลขึ้น จึงเป็นไปได้ว่านักฟุตบอลที่ได้รับบาดเจ็บน่าจะเกิดจากกลไกที่ (4) มากกว่ากลไกแบบที่ (5) แต่ทั้งนี้ เราไม่อาจตัดกลไกแบบที่ (5) ทิ้งไปได้โดยสิ้นเชิง

ผมนำภาพผลกระทบจากกระแสไฟฟ้าไหลตามพื้นมาให้ชมกันอีกครั้ง เป็นภาพแสดงรูปแบบรอยไหม้ลิชเทินแบร์กบนพื้นหญ้าบริเวณกรีนหลุมที่ 9 ของสนามกอล์ฟที่ถูกฟ้าผ่า จะเห็นว่าเมื่อฟ้าผ่าลงพื้น ก็จะไหลไปตามพื้นดังลวดลายแตกแขนงที่แผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง

หมายความว่าหากใครก็ตามที่ยื่นคร่อมเส้นทางที่กระแสไฟฟ้าไหลแตกแขนงไปตามพื้น ก็จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ในหลายกรณี

นอกจากนี้ ยังเป็นไปได้ว่านักฟุตบอลบางคนอาจถูกคลื่นกระแทกตามกลไกแบบที่ (7) ร่วมด้วยหากเขาอยู่ใกล้จุดที่ฟ้าผ่า

โดยสรุป นักฟุตบอลที่เสียชีวิตเกิดจากถูกฟ้าผ่าโดยตรง ส่วนคนที่เหลือที่ได้รับบาดเจ็บน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าไหลตามพื้นเป็นหลัก แต่ก็อาจมีบางคนได้รับคลื่นกระแทก (หากอยู่ใกล้จุดที่ฟ้าผ่า) และเป็นไปได้ว่าบางคนอาจถูกกระแสสตรีมเมอร์ไหลขึ้น (เป็นไปได้ แต่มีโอกาสน้อย)

ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทุกปี และในบ้านเรามักเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง ดังนั้น จึงควรเรียนรู้ข้อเท็จจริงเพื่อที่จะได้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายจากปรากฏการณ์นี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หมอมือเทวดา : อยากเก่งต้องทำงานไม่หยุด
กะลาแลนด์ (4)
ปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ โจทย์ใหญ่ ‘ศธ.’ ปฏิรูปการศึกษา
หญิงตั้งครรภ์ คือสุดยอดนักกีฬาอึด อดทน
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (2)
การ์ตูน “สะดุดยิ้ม by พล”
‘ร่วมเพศ-สาดน้ำ’ พิธีกรรมชาวบ้านขอฝน
กระแสธุรกิจจีนสู่ไทย : จับมือพันธมิตร
คุยกับทูต | วิคเตอร์ เซเมนอฟ ยูเครน : พลังแห่งความยืนหยัด สู่ความหวังแห่งสันติภาพ (1)
ปีที่ 79
นางสีดา ‘รอยไถ’ แห่งความมั่งคั่ง ในการค้าโลกข้ามสมุทร
น้ำเชื้อ จุกอุด และเกมแห่งการสืบพันธุ์