bg-single

อาชญากรรม : พลิกคดี “หวยอลเวง” ครู-อดีต ตร. ซัดกันนัว แย่งสลากกินแบ่ง 30 ล้าน ถูก 12 ล้านที่บุรีรัมย์ก็วุ่น!

18.12.2017

กลายเป็นเรื่องราวสุดอลเวงของคนดวงเฮง

เมื่อคนที่ถูกรางวัลลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงินหลายล้านบาท

สร้างความยินดีให้กับเจ้าตัวและครอบครัว ที่จะพลิกชีวิตให้อยู่อย่างสะดวกสบายร่ำรวย

แต่แทนที่จะได้เสพสุขแบบสบายๆ กลับต้องเผชิญเรื่องราวคดีความที่น่าปวดหัว

อย่างกรณีร้อยตำรวจโทเกษียณ ที่ จ.กาญจนบุรี ที่ถูกรางวัล 30 ล้าน แต่กลับถูกแจ้งความฐานขโมยลอตเตอรี่

จนต้องต่อสู้กันวุ่นวาย

หรือกรณีหนุ่มบุรีรัมย์ที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยรับเหมาว่า กรณีลอตเตอรี่ 12 ล้านก็ยุ่งเหยิงไม่แพ้กัน

ยืดเยื้อนยาวนานมาร่วม 3 เดือนก่อนที่ผลดีเอ็นเอจะชี้ชัดว่าสุดท้ายเป็นความเข้าใจผิดของหนุ่มที่แจ้งความเอง

คลี่คลายไป 1 คดี รอดูคดี 30 ล้านว่าจะมีบทลงเอยอย่างไร

พลิกคดีหวยอลเวง 30 ล้าน

กรณีหวยอลเวง 30 ล้าน ปรากฏในความรับรู้ของสังคม เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี

โดยระบุว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ข้าราชการตำรวจเกษียณ ขโมยลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หมายเลข 533726 จำนวน 5 คู่เป็นเงิน 30 ล้านบาทไป

นายปรีชา เปิดเผยที่มาที่ไปของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ตนจะซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำทุกงวด และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และ 16 ตุลาคม ก็จะซื้อสลากกินแบ่งที่มีเลขท้าย 26 ซึ่งถือเป็นเลขมงคลไว้ตลอด

จนกระทั่งก่อนถึงงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน ก็โทรศัพท์สั่งซื้อลอตเตอรี่กับแม่ค้าที่เคยซื้อกันมากว่า 5 ปี จนรู้จักมักคุ้น ให้เก็บสลากกินแบ่งเลขท้าย 26 เอาไว้ให้ และบอกว่าไม่ว่ามีกี่ชุดก็เหมาหมด

ต่อมาวันที่ 26 ตุลาคม แม่ค้าลอตเตอรี่โทรศัพท์มาบอกว่า หาเลขท้าย 26 ให้ได้แล้ว มีทั้งหมด 4 ชุด ชุดละ 5 ใบ จึงเดินทางมาเอาที่ตลาดนัดเรดซิตี้ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เวลาประมาณ 16.00 น.

เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย ก็เอาสลากทั้งหมดใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินซื้อของตามตลาดนัด จากนั้นก็ไปรับลูกสาวกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านก็ควักลอตเตอรี่ออกจากกระเป๋าเสื้อ เพื่อเอาไปเก็บ แต่ปรากฏว่ามีลอตเตอรี่เพียงแค่ 3 ชุดเท่านั้น ซึ่งจำได้ว่าชุดที่หายไปคือหมายเลข 533726 จึงโทรศัพท์ไปถามแม่ค้า เขาก็ยืนยันว่าให้มาแล้วแน่นอน ก็ไม่ได้คิดอะไร

จนมาวันที่ 1 พฤศจิกายน ตนป่วยไม่ได้ไปทำงาน ตอน 4 โมงครึ่ง หลังลอตเตอรี่ออก แม่ค้าก็ขับรถมาหาตนที่บ้านเพื่อแสดงความยินดี บอกว่าเราถูกรางวัลที่ 1 แต่ไปหายังไงก็ไม่พบ คนขายกลับไปเช็กต้นขั้วก็ยืนยันว่าตนถูกรางวัลที่ 1 แน่นอน

จึงไปแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจน์ แล้วนำใบแจ้งความไปแจ้งต่อกองสลากฯ

กระทั่งวันที่ 28 พฤศจิกายน กองสลากฯ แจ้งมาทางตำรวจ และตำรวจก็ประสานตนไปพบ เนื่องจากมีคนนำสลากรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ชุดไปขึ้นรางวัล พบว่าเป็น ร.ต.ท.จรูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานให้มาพบตามที่นัดหมาย และได้เจรจากันโดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นคนไกล่เกลี่ยเจรจา เพราะไม่ต้องการขึ้นศาล เนื่องจากเป็นข้าราชการเหมือนกัน แต่เมื่อเจรจาไม่รู้เรื่องจึงต้องแจ้งความดำเนินคดี

ขณะที่ น.ส.พัชริดา พรมตา แม่ค้าลอตเตอรี่ ระบุว่า มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าลอตเตอรี่เป็นของนายปรีชา เนื่องจากลอตเตอรี่เลขดังกล่าวอยู่ที่แผงของตน จากนั้น นางรัตนาพร สุภาทิพย์ อายุ 58 ปีแม่ค้าอีกคนที่เปิดแผงในตลาดเรดซิตี้ มาถามหามีเลขท้าย 26 หรือไม่ ก็ตอบว่ามี 3 ชุด ลงท้ายด้วย 326, 226 และ 726 เพื่อนก็เอาไปให้ลูกค้า

ด้าน พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ระบุว่า พยานของนายปรีชา ที่เป็นแม่ค้าลอตเตอรี่ยืนยันว่าขายเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 ให้จริง แต่เมื่อตรวจสอบวงจรปิดใกล้เคียงพบว่าลบไปแล้ว เพราะผ่านมานาน แต่ก็สั่งอายัดเงินในธนาคารตามอำนาจของพนักงานสอบสวน

ส่วนที่กล่าวหาว่ามีขบวนการอะไร ยืนยันว่าไม่มี หากกล่าวหาให้เกิดความเสียหายก็ต้องฟ้องร้องกัน

เป็นข้อมูลจากฝั่งผู้กล่าวหา

แจ้งกลับกันนัว-ลามบิ๊ก ตร.

ขณะที่ ร.ต.ท.จรูญ ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี เผยว่า ยืนยันว่าสลากที่ถูกรางวัลเป็นของตน โดยช่วงเย็นวันที่ 31 ตุลาคม ตนไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดนัดเรดซิตี้ แวะซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 26 เมื่อถึงแผงค้าพบเลขท้าย 26 อยู่ 2 ชุด จึงซื้อมา 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงิน 500 บาท และไม่ได้สนใจว่าเลขข้างหน้าเป็นอะไร หวังแค่ถูกเลขท้าย 2 ตัวเท่านั้น

ต่อมารู้ตัวว่าถูกรางวัลที่ 1 ก็ตอนเพื่อนส่งไลน์ให้ดู จึงนำลอตเตอรี่ไปถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานไปตรวจทางอินเตอร์เน็ต จนมั่นใจว่าถูกรางวัลใหญ่ 30 ล้าน จึงพากันไปปรึกษาผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขากาญจนบุรี

โดยผู้จัดการแบงก์ ก็ไปเป็นพยานเพื่อขึ้นรางวัลในวันที่ 3 พฤศจิกายน ได้รางวัล 29,850,000 บาท ผู้จัดการธนาคารเองก็เป็นคนเอาเข้าบัญชีให้ จากนั้นก็ถอนเงิน 3 บ้านบาทไปปิดบัญชีบ้าน แล้วก็ถอนอีก 2.5 ล้านซื้อรถ เป็นของขวัญวันเกิดลูก

ต่อมามีคนโทรศัพท์อ้างว่าสลากที่ตนนำไปขึ้นเงินเป็นของเขาที่ทำหายไป พร้อมสั่งอายัดบัญชีแล้วเชิญตนไปโรงพัก จึงเดินทางไปพบ ก็พบคู่กรณีอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากตัวจริง เขาก็เกลี้ยกล่อมให้ยอมรับว่าไปเก็บของเขามา

“บอกว่าเป็นคนธรรมะธัมโม เป็นคนจิตใจดี แบ่งปัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนทำบุญด้วยกันมา ให้เรายอมรับผิด เดี๋ยวเขาจะให้ 15 ล้าน แบ่งกันคนละครึ่ง ผมก็ไม่ยอม เพราะเป็นคนซื้อมาเอง และอยากฝากบอกเจ้าหน้าที่ที่สั่งอายัดบัญชีให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะทำให้ผมและครอบครัวกลายเป็นจำเลยสังคม”

ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม ร.ต.ท.จรูญ และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนางรัตนาพร และ น.ส.พัชริดา 2 แม่ค้าลอตเตอรี่ ในข้อหาจำหน่ายสลากเกินราคา เนื่องจากพบว่าขายสลากชุด 5 ใบราคา 700 บาท เท่ากับใบละ 140 บาท ซึ่งถือว่าแพงมาก

และขอให้สอบสวนว่ารับสลากมาจากยี่ปั๊วซาปั๊วที่ไหน ถึงมีราคาแพงขนาดนี้

นอกจากนี้ ยังพิจารณาว่าจะแจ้งความกับนายปรีชา ในข้อหาแจ้งความเท็จ เพราะ ร.ต.ท.จรูญยืนยันว่าซื้อมาเองจริง เท่ากับว่าต้องมีคนให้การเท็จ

และจะยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบกรณีมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่พยายามเข้ามาเคลียร์คดี มีการนัดหมายให้ไปพบกันที่บ้านพัก ซึ่งดูไม่เหมาะสม

ล่าสุด ตร. สั่งตั้งกรรมการสอบให้รู้ผลใน 30 วัน

เป็นข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา

ซึ่งต้องรอดูว่าผลสรุปจะเป็นอย่างไร

12 ล้านที่บุรีรัมย์จบที่ดีเอ็นเอ

นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังมีกรณีหวย 12 ล้านบาท ที่ พันธุ์ศักดิ์ เสือชุมแสง หรือปื๊ด อายุ 31 ปี ชาว ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความ สภ.นางรอง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 สิงหาคม หมายเลข 715431 จำนวน 2 คู่ เป็นเงิน 12 ล้านบาท

โดยตามซื้อมาตลอดจากเลขรถจักรยานยนต์ แต่ถูกขโมยไปหลังจากจอดไว้ที่บ้านพัก

ขณะที่มีคนนำไปขึ้นเงินเมื่อวันที่ 23-24 สิงหาคม คือ นายวิทยา ธนทรัพย์สิน และ นางขวัญศิริ ธนทรัพย์สิน สามีภรรยาชาว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

ทั้งคู่ยืนยันว่าซื้อจากแม่ค้าเร่ ที่ อ.นางรอง ขณะแวะกินข้าว และทั้งหมดถูกรางวัล 3 ใบ 18 ล้านบาท ไม่ใช่ 12 ล้าน แต่นายวิทยา มาขึ้นเงิน 12 ล้าน ส่วนอีกใบ เป็นนางขวัญศิริ ขึ้นรางวัล 6 ล้านบาท

และมีรูปถ่ายลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลมาเป็นหลักฐานยืนยัน

จนกระทั่งต้องส่งไปตรวจดีเอ็นเอ ในที่สุดผลก็ออกมา โดยวันที่ 12 ธันวาคม พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ แถลงผลคดีว่า จากหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอบนสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลงวดดังกล่าว ไม่พบลายนิ้วมือแฝงของนายพันธ์ศักดิ์ แต่มีลายนิ้วมือของนายวิทยา และนางขวัญศิริ

สรุปได้ว่ารางวัลดังกล่าวเป็นของนายวิทยา อย่างถูกต้องคือ 18 ล้านบาท

ด้านนายพันธ์ศักดิ์ ยอมรับผลดีเอ็นเอ และอยากจะขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสลากกินแบ่งของตนได้หายไปจริง ไม่มีเจตนาใส่ร้ายแต่อย่างไร และขอรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่าเป็นการเข้าใจผิด

“แม้ในใจจะยังคิดว่าสลากที่ซื้อมาถูกรางวัลก็ตาม แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว พร้อมขอโทษนายวิทยา และขอโทษสังคมที่มีกระแสก่อนหน้านี้”

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาแจ้งความเท็จต่อนายพันธ์ศักดิ์ เนื่องจากมาแจ้งความว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลหายไปเท่านั้น ไม่ได้ระบุกล่าวหานายวิทยา

หวย 12 ล้าน จบลงเป็นเรื่องเข้าใจผิด

แต่หวย 30 ล้านยังรอการพิสูจน์ต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)