ไม่เปลี่ยน ‘ม้ากลางศึก’ ตท.26 ยื้อ คุมแม่ทัพภาคต่อ เสียงแตก ‘แม่ทัพยูร-แม่ทัพต่อ’ คุม ทัพใต้ ดัน ‘บิ๊กเต้’ นั่ง ผบ.ทบ. ชี้ ตท.26 ถูกสร้างมาเพื่อภารกิจนี้
รายงานพิเศษ
ไม่เปลี่ยน ‘ม้ากลางศึก’
ตท.26 ยื้อ คุมแม่ทัพภาคต่อ
เสียงแตก ‘แม่ทัพยูร-แม่ทัพต่อ’ คุม ทัพใต้
ดัน ‘บิ๊กเต้’ นั่ง ผบ.ทบ.
ชี้ ตท.26 ถูกสร้างมาเพื่อภารกิจนี้
เดดไลน์ ที่โผโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล กำหนดที่จะต้องจบในที่ประชุมบอร์ด 6 เสือกลาโหม ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569นี้ หลังจาก บิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ได้นัดประชุมรอบสุดท้าย แล้ว
นั่นหมายถึง ทุกตำแหน่งต้องลงตัว ผบ.เหล่าทัพตัดสินใจแล้ว และนำเข้าที่ประชุมบอร์ด ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ผบ.เหล่าทัพมีอำนาจเด็ดขาด รมว.กลาโหม หรือฝ่ายการเมืองแม้แต่นายกรัฐมนตรีก็แทรกแซงหรือสั่งการไม่ได้
ทั้งนี้ บอร์ด 6 เสือกลาโหมจะไม่มีประเพณีโหวตลงคะแนน ลงมติ เพราะ ผบ.เหล่าทัพต่างให้เกียรติกัน ไม่แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของเหล่าทัพอื่น แม้ว่าใน พ.ร.บ.กลาโหม 2551 จะระบุให้มีการโหวตลงคะแนน ในกรณีที่ความเห็นไม่ตรงกันก็ตาม
เดิมมีการหารือนอกรอบ ของ ผบ.เหล่าทัพ ในการจัดโผ รวมทั้งตำแหน่งแลกเปลี่ยนเช่น รองปลัดกระทรวงกลาโหม รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด รองเสนาธิการทหาร เพื่อยืนยัน ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ก่อน แต่ติดรับ รมว.กลาโหม จีน จึงมีการหารือวงเล็ก ก่อนการประชุมสภากลาโหม 23 กรกฎาคม ก่อนแล้ว
ในยุคนี้ เมื่อ รมว.กลาโหมเป็น พล.ท.อดุลย์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 เดียวกันกับ ผบ.เหล่าทัพหลายคน ด้วยความเป็นเพื่อนจึงไม่ต้องเกรงใจกันมากนัก
แต่ในขณะเดียวกัน พล.ท.อดุลย์แม้เป็นรุ่นน้องของ บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกลาโหม และ ผบ.หยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมถึง บิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ที่เป็นรุ่นพี่ ตท.24 และ รมว.กลาโหมยังมียศเพียงพลโท แต่กระนั้นรุ่นพี่ก็ยังมีความเกรงใจเจ้ากระทรวง ในวิถีทหารอยู่

กรณีที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน นำข้อมูลเรื่องกระบวนการคัดเลือกเรือฟริเกตลำใหม่ของ ทร. ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าโจมตี พล.ท.อดุลย์ จากการไม่อนุมัติงบประมาณจัดซื้อเรือฟริเกต ลำที่ 2 ในงบฯ ปี 2570 โดยอ้างเรื่องเพดานหนี้งบฯ ผูกพันของ ทร.สูงเกินไป ทั้งๆ ที่ ทร.ยืนยันความจำเป็น และเตรียมเรื่องงบฯ ไว้แล้ว
ทำให้เกิดความกังขาว่า เป็นข้อมูลจากกองทัพเรือ หรือคนใน ทร.ยืมมือฝ่ายค้านมาโจมตี รมว.กลาโหม และกรุยทางเรื่องเรือฟริเกตหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านสนับสนุนให้ ทร.ต่อเรือฟริเกต
อีกทั้งการที่ ทร.กำหนด TOR ด้วยการระบุว่า ต้องได้มาตรฐานนาโต (NATO Standard) จนทำให้เรือฟริเกตจากจีนและรัสเซียตกรอบแรก ท่ามกลางกระแสข่าวลือในเวลานั้น เรื่องมีผู้ไม่พอใจที่เรือฟริเกตจีนตกรอบ
แต่ พล.ท.อดุลย์ก็ชี้แจงยืนยันว่า ไม่เคยสั่ง ผบ.ทร.ว่าจะเอาเรือฟริเกตของจีน หรือประเทศใด แค่ต้องการให้ซื้อสินค้าการเกษตรของไทยตอบแทนกลับคืนเท่านั้น
แต่ก็ทำให้เกิดเสียงเล่าลือในกลาโหมว่า เป็น รมว.กลาโหมแต่ไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะไปแทรกแซง ทั้งการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หรือการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร

ดังนั้น การแต่งตั้งโยกย้ายโดยเฉพาะในส่วนของกองทัพบกซึ่งเป็นเหล่าทัพใหญ่ จึงถูกมองว่าอยู่ในมือของบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. แกนนำ ตท.26 เป็นหลัก
และยืนกรานจะไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก ในระดับแม่ทัพคุมกำลังของ ตท.26 เพื่อให้การทำงานต่อเนื่องราบรื่นโดยเฉพาะปัญหาชายแดนรอบบ้าน
จึงมีข่าวว่าทั้ง บิ๊กเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ ก็จะยังเป็น แม่ทัพภาค 2 ต่อไป ไม่ขึ้นเป็นพลเอกเพื่อเตรียมเกษียณในตุลาคม 2570
ส่งผลให้ พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 เตรียมทหาร 27 หมดโอกาสที่จะขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 2 เพราะเกษียณ 2570 พร้อม พล.ท.วีระยุทธ แต่ก็ลุ้นเป็นแม่ทัพน้อย 2 แทน
ขณะที่ แม่ทัพกุ้ง พล.ท.วรเทพ บุญญะ นั่งแม่ทัพภาค 3 ต่อไป ทำให้ พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อย 3 จาก ตท.27 หมดโอกาสขึ้นแม่ทัพภาค 3
ส่วน แม่ทัพยูร พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 จากเดิมที่จะต้องขยับขึ้นพลเอกเพื่อเตรียมเกษียณราชการในปลายปี 2570 แต่กลับมีข่าวว่า ในโยกย้ายครั้งนี้ พล.ท.นรธิป ต้องการนั่งแม่ทัพภาค 4 ต่อไป โดยอ้างการทำงานให้ต่อเนื่อง ในการแก้ปัญหาภายใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
แม้ว่าผลงานเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาจะไม่ปรากฏ และไม่อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ดีขึ้นเลยก็ตาม
อีกทั้งยังเป็นการปิดโอกาสของแม่ทัพต่อ พล.ท.นิติ ติณสูลานนท์ แม่ทัพน้อยที่ 4 เพื่อน ตท.26 ที่ต่อคิวรออยู่ จนส่งผลให้เพื่อนร่วม ตท.26 เสียงแตก เพราะบางส่วนก็สนับสนุนให้ พล.ท.นิติได้นั่งแม่ทัพภาค 4 ต่อ
ส่วน รองคิ้ว พล.ต.ชาคริต อุจจรัตน์ รองแม่ทัพภาค 4 จาก ตท.28 สายรบพิเศษ อาจต้องรอไปก่อนเช่นกัน แต่อาจจะได้เป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 จ่อคิวรอไว้ก่อน

ที่น่าจับตาคือ พล.อ.พนาจะวางอนาคตของ รองด้วง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาค 1 ที่ลงมาปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ผบ.ฉก.นราธิวาส) อย่างไร จะให้กลับไปเติบโตในกองทัพภาค 1 หรือว่าจะให้ลงมาอยู่ชายแดนภาคใต้ นั่งรองแม่ทัพภาค 4 เพื่อต่อคิวรอเป็นแม่ทัพภาค 4 หรือไม่
เพราะหาก แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 ไม่ได้ขยับขึ้น 5 เสือ ทบ. แต่นั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ต่อไปจนเกษียณตุลาคม 2571 ตามแผนเดิมของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) หรือ ฉก.ทหารคอแดง ก็จะทำให้ในกองทัพภาค 1 มีการขยับตำแหน่งน้อยลง
ดังนั้น หากสัญญาณพิเศษยังไม่เปลี่ยนแปลง พล.ท.วรยสก็จะนั่งแม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ต่อไปเช่นเดิม ซึ่งจะถือเป็นการเปลี่ยนธรรมเนียมเส้นทางเติบโตของแม่ทัพภาค 1 ใหม่
และจะกลายเป็นข้ออ้างหรือเหตุผลที่ทำให้กองทัพบกจะไม่เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค โดยจะยังคงเป็นเตรียมทหารรุ่น 26 ต่อไป แม้จะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนายทหารรุ่นหลัง แต่ในเมื่อ ตท.26 กุมบังเหียนอำนาจในมือเช่นนี้โดยมีสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนเป็นเหตุผลประกอบทุกอย่างจึงจะคงเดิม
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม แม้ภายใน ตท.26 มีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการวางตัวบุคคลในตำแหน่งต่างๆ ยังคงมีอยู่ก็ตาม แต่ที่เห็นตรงกันคือ ตท.26 จะต้องรับหน้าที่ในการดูแลชาติบ้านเมืองต่อไป
“ตท.26 เราถูกสร้างมาเพื่อให้มาทำหน้าที่ตรงนี้ มาดูแลประเทศชาติ ปกป้องอธิปไตย” แกนนำ ตท.26 คนหนึ่งระบุ
โดยจะเห็นได้ว่าการสู้รบกับกัมพูชาก็เกิดขึ้นในห้วงที่ พล.อ.พนา ตท.26 มาเป็น ผบ.ทบ.พอดี ได้นำสู้ศึก และทวงคืนแผ่นดินไทยกลับคืนมาได้สำเร็จ รวมกว่า 18,000 ไร่
รวมถึงการที่ บิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา แกนนำ ตท.26 ก็ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ ในห้วงก่อนการสู้รบรอบสอง และเป็นผู้บัญชาการการรบด้วยตนเอง

แม้พลังของเตรียมทหารรุ่น 26 จะมาแรงและคุมแผงอำนาจในกองทัพ และจ่อที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.เหล่าทัพแบบยกแผงก็ตาม
แต่ที่ต้องยกเว้นให้คือ ในส่วนของการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แกนนำ ตท.34 มาแรง จนเรียกขานกันว่าเป็น “สำราญ นอนมา” คือแน่นอนแล้วที่จะขึ้นไปเป็น ผบ.ตร.คนใหม่
ก่อนหน้านั้นมีความพยายามของ ตท.26 ที่จะต่อรองและผลักดันให้ “บิ๊กหวาน” พล.ต.อ.ดร. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ให้ขึ้นเป็น ผบ.ตร. ก่อน 1 ปี เพราะมีผลงานในด้านแก้ปัญหา ความมั่นคง อีกทั้ง พล.ต.อ.สำราญยังมีอายุราชการถึงปี 2576 ให้ “นอนรอ” ไปก่อน
แต่ในที่สุดพลังของ ตท.26 ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้จะส่งสัญญาณออกไปก่อนหน้านี้มาเป็นปีแล้วแต่ไร้การตอบสนอง จึงทำให้การประชุม ก.ตร. ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ พล.ต.อ.สำราญขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ในตุลาคม 2569 นี้เลย
แต่เป็นที่จับตามองกันว่า จะไม่ได้นั่งยาวจนเกษียณ โดยมีชื่อของ บิ๊กก้อง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อนร่วมรุ่นในสายเดียวกันต่อคิวที่จะขึ้นมาแทน

ดังนั้น ในส่วนของเตรียมทหาร 26 จึงไปรอลุ้นการคุมอำนาจเฉพาะในส่วนของกองทัพ
ส่วนปลัดกลาโหมคนใหม่ คาดว่าจะเป็น รองตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ถูกวางตัวไว้ตั้งแต่ยุคของ บิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ เป็นปลัดกลาโหม ให้ขึ้นเป็นปลัดกลาโหมคนต่อไป
ขณะที่ ผบ.หยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ จะยังคงนั่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดต่อไปเป็นปีที่ 2 ก่อนที่จะเกษียณในตุลาคม 2570 โดยจะยังเป็น ตท.24 คนเดียว ที่เป็นพี่ใหญ่ของผู้บัญชาการเหล่าทัพ เนื่องจากเพื่อน ผบ.เหล่าทัพที่เป็น ตท.24 ทั้ง พล.อ.ธราพงษ์ และ พล.ร.อ.ไพโรจน์ จะเกษียณราชการตุลาคมนี้แล้ว
โดยจะแวดล้อมไปด้วยผู้บัญชาการกองทัพ ที่คาดว่า ตท.26 ขึ้นมาแทน เช่น ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ที่คาดกันว่าจะชิงกัน ระหว่างบิ๊กโอ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ที่มีอายุราชการเหลือ 1 ปีเกษียณตุลาคม 2570 หรือ บิ๊กเอก พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร.คนใหม่
หากเป็นสูตรรอมชอมของ ทร. และ ตท.26 ก็อาจจะให้เป็นคนละ1 ปี ต่อกัน
เพราะ พล.ร.อ.กรวิทย์ก็มีผลงานจากการเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาเรือฟริเกต ขณะที่ พล.ร.อ.นเรศก็เติบโตมาในเส้นทางเหล็กสายประดู่ ในสายยุทธการ และมีอายุราชการอีก 2 ปี
ขณะที่ พล.อ.พนา และ พล.อ.อ.เสกสรรยังเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพจาก ตท.26 ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในโผนี้ พล.อ.พนาจะต้องตัดสินใจในการผลักดันและวางตัว ผบ.ทบ.คนต่อไป ให้มาอยู่ในห้าเสือกองทัพบก โดยเฉพาะ บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ เพื่อน ตท.26 ที่เพื่อนร่วมรุ่นเห็นพ้องที่จะให้เป็น ผบ.ทบ. คนที่ 2 ของ ตท.26
แต่ก็ต้องวัดพลังและแข่งกับทั้ง ตท.27 และ 28 ทั้ง บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. และ พล.ท.วรยส ที่กำลังวัดพลังว่าจะขยับจากแม่ทัพภาค 1 ขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในโผนี้ เพื่อมาเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ. ได้หรือไม่ เพราะมีแรงกดดันที่จะให้ พล.ท.วรยสนั่งแม่ทัพภาค 1 ยาว 3 ปีจนเกษียณ เปลี่ยนเส้นทางชีวิตรับราชการทหาร และเท่ากับเป็นการเปลี่ยนธรรมเนียมของแม่ทัพภาค 1 ไปด้วย
ฤดูกาลโยกย้ายครั้งนี้เข้มข้นในทุกเหล่าทัพ แต่ ทบ.เข้มสุด เพราะนอกจากเป็นการวัดพลังระหว่าง ตท.26 ตท.27 และ ตท.28 แล้ว
ใน ตท.26 ก็ยังวัดพลังกันเองด้วย
