bg-single

My Sunday Lover หมาน้อยวันอาทิตย์ : เมื่ออำนาจการเล่าเรื่องเป็นของเพศหญิง

27.07.2026

บทความพิเศษ | ชาคริต แก้วทันคำ

My Sunday Lover

หมาน้อยวันอาทิตย์

: เมื่ออำนาจการเล่าเรื่องเป็นของเพศหญิง

‘My Sunday Lover หมาน้อยวันอาทิตย์’ ของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท เป็น 1 ใน 10 เรื่องสั้นในเล่ม ‘เธอทำลาย, เธอกล่าว’ ซึ่งหน้าปกระบุไว้ว่าเป็น ‘รวมเรื่องสั้นนักเขียนหญิง’

ดังนั้น ผมจึงตั้งชื่อบทความนี้ว่า ‘เมื่ออำนาจการเล่าเรื่องเป็นของเพศหญิง’ โดยศึกษาจากบทความ ‘วิกฤตความเป็นชายในรวมเรื่องสั้น สนธยาสโมสร ของอรวรรณ ฤทธิ์ศรีธร (2565) กล่าวคือ

การเล่าเรื่องนั้นต้องมีผู้พูดและผู้ฟัง ผู้พูดจะมีอำนาจในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ออกมาให้ผู้ฟังรับฟัง อาจมีการโต้ตอบสนทนากันบ้าง แต่การตอบมักจะเป็นของผู้พูดหรือผู้เล่าเรื่องเท่านั้น เพื่อให้เรื่องราวสมจริงและน่าเชื่อถือ

ความน่าสนใจจึงอยู่ที่ผู้พูดหรือผู้เล่าเรื่องจะประกอบสร้างเรื่องราวได้สมจริงมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้รับสารเข้าใจหรือคล้อยตามว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ ผู้เล่าเรื่องยังมีอำนาจเลือกว่าจะเล่าหรือไม่เล่าเรื่องราวรายละเอียดตอนใดตอนหนึ่งก็ได้

และในเรื่องสั้นนี้เมื่อระบุไว้บนปกหน้าว่าเป็น ‘รวมเรื่องสั้นนักเขียนหญิง’ อีกทั้งจิดานันท์ยังกำหนดให้ ‘ฉัน’ (เพศหญิง) เป็นผู้เล่าเรื่องตามที่ประสบพบมา และให้ ‘อ๊อด’ สามีเป็นผู้ฟัง ทำให้นักอ่านเห็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังดังที่ผมอธิบายไปข้างต้น

ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องสั้นนี้เพศชายตกอยู่ภายใต้อำนาจการเล่าเรื่องโดย ‘ฉัน’ ซึ่งผมจะได้วิเคราะห์ตัวบทต่อไป

อย่างไรก็ตาม เรื่องสั้นนี้มีตัวละครสำคัญ 3 ตัวคือ ฉัน (ภรรยาของอ๊อด) อ๊อด และซันเดย์ (เมียน้อยของอ๊อด)

เรื่องย่อมีอยู่ว่า ฉันแต่งงานกับอ๊อดได้หกปีและยังไม่มีลูก วันหนึ่งจับได้ว่าเขามีเมียน้อยนักศึกษา ม.เอกชน จึงบุกไปแสดงอิทธิฤทธิ์ที่คอนโดฯ

ทว่าฉันไม่ได้ให้อ๊อดเลิกกับเมียน้อยทันที แต่นัดให้มาคุยกัน ยื่นข้อเสนอความสัมพันธ์แบบเราสามคน โดยเมียน้อยต้องทำตามที่ฉันสั่ง ด้วยการควบคุมเธอไว้เป็นลูก เป็นของเล่น เป็นหมาน้อย เพื่อสร้างสีสันและความสุขในชีวิต

หากนักอ่านพิจารณาเรื่องย่อข้างต้น คงเห็นความแปลกพิกลที่เมียหลวงยอมให้เมียน้อยได้เข้ามามีบทบาทในความสัมพันธ์ โดยไม่ยอมให้สามีบอกเลิกหรือประจาน นอกจากขู่ว่าถ้าไม่ทำตามจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งๆ ที่การกระทำของอ๊อดถือเป็นความรุนแรงในครอบครัว (นอกใจภรรยา) ทว่าการที่ฉันทำเช่นนั้นเพราะมี ‘แผนการ’ บางอย่างที่ต้องการแก้แค้นเอาคืนสามีผู้มีอำนาจตามระบบชายเป็นใหญ่ ด้วยการสั่นคลอน ‘ความเป็นชาย’ ของเขา ถ้าอ๊อดไม่ยอมจะฟ้องพ่อแม่

ทำให้เขาตกอยู่ภายใต้อำนาจของเพศหญิงจากการทำผิดแบบไม่น่าให้อภัย

และ ‘ฉัน’ ยังเป็นผู้พูดที่กำลัง ‘ควบคุม’ เขา ผ่านการเล่าเรื่องด้วย

ที่สำคัญ นักอ่านจะเห็นว่าหลังเกิดเหตุการณ์บุกจับเมียน้อยได้ อ๊อดกลายเป็น ‘ผู้ฟัง’ ที่ดีโดยปริยาย เขาหมดอำนาจต่อรอง อีกทั้งซันเดย์ก็ต้องทำตามสั่ง หลังจากฉันใช้ให้อ๊อดนัดเธอมาคุยและขู่ด้วยเหตุผล “ฉันรวยและว่าง” (น.27)

นักอ่านจะเห็นว่า ฉันไม่ได้แสดงอำนาจเหนือกว่าสามีเท่านั้น แต่ยังต้องการแสดงอำนาจอยู่เหนือเมียน้อยหรือเพศหญิงด้วยกันที่เข้ามาทำลายชีวิตครอบครัวด้วย ฉันจึงเป็นผู้ควบคุมเรื่องเล่านี้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะทั้งคู่ต่างละเมิดสถานะของฉันนั่นเอง

จริงๆ แล้วปมความขัดแย้งก่อนหน้าการนอกใจที่ผมถือว่าเป็นสารัตถะของเรื่องสั้นนี้เกิดจากการถูกกดทับ ทั้งถูกบังคับให้แต่งงาน ฉันจึงเหมือนถูกขังในกรง มีสามีเป็นผู้นำและหาเลี้ยง รูปแบบดังกล่าวเท่ากับเพศหญิงต้องอยู่ภายใต้ระบบสังคมชายเป็นใหญ่ เพราะพ่อแม่เป็นคนเลือกภรรยาให้ลูก อีกทั้งในวันแต่งงาน อ๊อดยังพูดว่า “มีผู้หญิงที่เชื่องกับกู มันคงจะดีเหมือนกัน” (น.26)

ข้อความข้างต้น แม้จะเป็นคำพูดของอ๊อดกับเพื่อนในวันแต่งงาน แต่มันฝังใจเมื่อฉันได้ยิน ดังนั้น ข้อความนี้จึงเป็นที่มาของการทำให้ ‘เชื่อง’ ทั้งจากอ๊อด (สามี, เพศชาย) และซันเดย์ (เมียน้อย, หมาน้อย) ในเวลาต่อมา ด้วยการแสดงอำนาจผ่านคำสั่ง กลั่นแกล้ง จ้องมอง และมีเซ็กซ์หมู่

โดยทั้งอ๊อดและซันเดย์ไม่อาจโต้แย้งหรือปฏิเสธ เพราะเขาเป็นแค่หมูสกปรก ไม่มีสิทธิ์พูด กระทั่งซันเดย์เป็นแค่เมียน้อยและหมาน้อยผู้ต้องเชื่อฟังเมียหลวงหรือผู้เป็นเจ้าของเธอเท่านั้น

นักอ่านเห็นหรือยังว่า ‘ฉัน’ ในเรื่องสั้นนี้มีอำนาจนอกจากเล่าเรื่องแล้ว ยังควบคุมเรื่องเล่าและตัวละครที่เหลือได้อย่างอยู่หมัด

ทั้งนี้ ผมมองว่าการกระทำของ ‘ฉัน’ ไม่ใช่เพียงแค่การโต้กลับอำนาจชายเป็นใหญ่แบบผิวเผิน แต่ยังให้ซันเดย์ในบทบาทเมียน้อยและหมาน้อยของฉันเป็นผู้ต่อต้านอำนาจของสามีตนร่วมด้วย จนเขากลายเป็นคนจนตรอก ท่าทางหงอ ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก โง่ซึม ยืนกุมเป้า เพราะได้ถูกแย่งชิงอำนาจการควบคุมและความรักเมียน้อยไป

อีกทั้งการแสดงออกของอ๊อดยังสั่นคลอน ‘ความเป็นชาย’ ที่ต้องแข็งแกร่ง แต่เขากลับแสดงความอ่อนแอออกมาแทน

มันจึงสื่อความหมายของการถูกทำให้ ‘เชื่อง’ ได้สำเร็จแล้วนั่นเอง

โดยเฉพาะตอนจบที่อ๊อดไม่อาจส่งเสียงหรือโต้แย้งได้ ในเมื่อเขาถูกกำหนดให้เป็นเพียง ‘ผู้ฟัง’ เท่านั้น

คงมีนักอ่านถามผมว่า แล้วทำไมฉันถึงไม่เอาคืนด้วยการมีผัวน้อย จะได้แสดงให้เห็นความเท่าเทียมทางเพศ

ผมขอตอบว่า หากฉันทำแบบนั้น มันอาจได้แค่ความสะใจแบบฉาบฉวย แต่การมีอำนาจเหนือกว่าทั้งสามีและเมียน้อยของสามีมันคงเป็นความต้องการสูงสุด เพราะหากพิจารณาตอนจบของเรื่องสั้น เมื่อซันเดย์ยอมเป็นหมาน้อยเห่าโฮ่งๆ และร้องเอ๋ง ตอนถูกฉันเตะเข้าที่สีข้าง พอฉันโอ๋ แล้วถามว่า “ใครใจร้ายเตะหนูกันคะ พี่อ๊อด ซันเดย์รีบฟ้อง ฉันหัวเราะ จูบกระหม่อมเจ้าหมาน้อยก่อนสำทับว่า นั่นสินะ พี่อ๊อดแกล้งหนูอยู่เรื่อย ใจร้ายจังเลย” (น.37)

ซึ่งอาจตีความว่า อ๊อดกำลังตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรมทางจิตใจในความสัมพันธ์สามี เมียหลวง เมียน้อยหรือหมาน้อย ที่อาจดูมีความสุข แต่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เมื่อฉันเป็นผู้สร้างและกำหนดบทบาทใหม่ให้ซันเดย์ จากเมียน้อยของอ๊อดมาเป็นหมาน้อยของฉัน และซันเดย์ได้แสดงความเชื่องให้ฉันเห็น ซึ่งมันดูเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย

นอกจากนี้ คำพูดในคืนวันแต่งงานมันเหมือนกับดาบนั้นคืนสนองที่ฉันเอาคืนกลับอ๊อดได้อย่างสาสม ตอกย้ำว่าอย่าท้าทายระบบ

“ฉันยอมรับว่าเป็นข้อความที่น่าสนใจ แต่ตัวคนพูดควบคุมบังเหียนแห่งคำนั้นไม่ได้สักนิด ผู้หญิงสองคนหลุดรอดจากมือเขาสิ้นความเชื่อง ฝ่ายตัวเขาก้มหัวอย่างทางวันแล้ววันเล่า กลับเป็นฉันต่างหากที่กระโจนคว้าบังเหียนแห่งข้อความของเขา ริบเอามาช่วงใช้ ทั้งยังควบทะยานเหนือมันด้วยความปรีดาอย่างถึงที่สุด” (น.34-35)

ข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นว่าฉันอยากเป็นผู้กุมบังเหียนหรืออำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียวด้วยการถือโอกาสสลับบทบาท และผมมองว่าการกระทำนั้นเสมือนเป็นชัยชนะ เพราะว่าฉันได้ยืมมือระบบชายเป็นใหญ่มาทำร้ายอ๊อด

ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่สั่นคลอนความเป็นชายจนอ๊อดตกอยู่ในวิกฤตความเป็นชาย ทว่ามันยังทำให้โลกแบบชายเป็นใหญ่เริ่มไม่ไว้ใจเพศหญิง

นอกจากนี้ หากสังเกตข้อความที่ฉันบรรยายความคิดว่า “ความรักที่หลากหลาย บางทีความรักก็อยู่ในรูปแบบอยากขังไว้จนกว่าจะตาย รักและอยากล่ามโซ่ใส่กรงหมาเอาไว้” (น.35) คือฉันเองต้องการหลุดจากกรง กระนั้นก็ต้องการขังความรักที่ควร ‘เชื่อง’ ไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นจากผู้ชายหรือผู้หญิงเพศเดียวกันเอง

ขณะเดียวกัน “ฉันรักเด็กคนนั้น ผมรู้ อ๊อดพูด มือของเขาที่วางอยู่บนตักสั่นน้อยๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น คุณคิดจะทำอะไรต่อไป ก็ทำแบบนี้เรื่อยๆ คุณเป็นเลสเบี้ยนเหรอ ไม่รู้สิ” (น.33)

การถามตอบครั้งนี้มีนัยความหมายยิ่ง เท่ากับตอกย้ำเรื่องความเลื่อนไหลทางเพศได้อีกด้วย และมันยังสั่นคลอนความเป็นชายของอ๊อดให้กลายเป็นผู้แพ้อย่างราบคาบ เพราะเขาเป็นคนนำพาซันเดย์เข้ามาในชีวิต

กลับไปที่ทำไม ‘ฉัน’ ไม่มีผัวน้อย เพื่อแสดงอำนาจอย่างเท่าเทียมทางเพศล่ะ

ผมมองว่าเธอถูกกรอบศีลธรรมอันดีครอบไว้ เพราะเรื่องผัวมีเมียน้อย หากถูกเปิดเผยในที่สาธารณะมันจะนำมาซึ่งความอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงไม่ควรทำแบบนั้นเสียเอง

แต่การที่ฉันไม่ยอมมีผัวน้อย กลับใช้หรือมีเมียน้อยร่วมกับผัว อีกทั้งยังลดสถานะเธอให้ต่ำกว่าด้วยการเลี้ยงให้เป็นหมาน้อย พาไปไหนมาไหน บอกใครๆ ว่าเธอเป็นน้องที่สนิทกัน ซึ่งไม่มีใครสนใจสงสัย นอกจากจะสะท้อนความซับซ้อนในเรื่องความสัมพันธ์แล้ว มันยังแสดงถึงความเหนือชั้นกว่าของผู้ใช้อำนาจจากการเป็นผู้เล่าและควบคุมเรื่องเล่า อีกทั้งฉันได้เปลี่ยนแปลงตัวเองและแสดงออกในสิ่งที่ตนปรารถนาต่อหน้าอย่างเปิดเผย

เรื่องสั้นนี้ของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท อ่านสนุก ชวนติดตาม และหลายคนคงสะใจในตอนจบจนตบเข่าฉาด แต่ผมมองว่ามันยังมีประเด็นเรื่องของอำนาจที่น่าวิเคราะห์ตีความเพิ่มเติม รวมถึงวาทกรรมหรือการรื้อสร้างมายาคติเกี่ยวกับเพศด้วย

เอกสาอ้างอิง

จณิสตา ธนาธรชัย. (2565). The Patriarchal Dilemma : ในโลกที่ชายเป็นใหญ่ ผู้ชายเองก็ตกเป็นเหยื่อ. เข้าถึงได้จาก https://thepotential.org/life/the-patriarchal-dilemma/.

จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท. (2567). “My Sunday Lover หมาน้อยวันอาทิตย์”. ใน เธอทำลาย, เธอกล่าว. กรุงเทพฯ : เม่นวรรณกรรม, 15-37.

อรวรรณ ฤทธิ์ศรีธร. (2565). วิกฤตความเป็นชายในรวมเรื่องสั้น สนธยาสโมสร. เข้าถึงได้จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/257006.



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

พินิจนัย 2 ท่าที ปมน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนักข้ามแดน ผ่านถ้อยแถลง ของ ‘จีน’ และ ‘ประชาสังคมไทย’
World Cup 2026 ขับเคลื่อนด้วย AI
แลนด์มาร์กข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา…เพื่อใคร
ดินแดง ราชปรารภ ทาโวร์ เสริม เอ็ม 16 สไนเปอร์ จากบ่อนไก่ ดินแดง ราชปรารภ
Songs in the Key of Life : บทเพลงเพื่อการปลดแอก
‘ไหม’ มนัญชญา สว่างแก้ว นักเทนนิสหญิงไทย ผู้โค่นรองแชมป์เฟรนช์โอเพ่น ในวิมเบิลดัน 2026
My Sunday Lover หมาน้อยวันอาทิตย์ : เมื่ออำนาจการเล่าเรื่องเป็นของเพศหญิง
ดร.กรกฎ บุญลพ มองลึก ‘วัฒนธรรม’ ควบท่องเที่ยว โครงสร้างใหม่ กระทรวงไม่ใหม่ ‘โบราณคดี’ รอดหรือไม่?
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (15)
คุยกับ ‘ส.ส.ผึ้ง พนิดา’ ภารกิจตรวจสอบงบหมื่นล้าน ‘องค์กรอิสระ’ คุณจะมี ‘สปอร์ตคอมเพล็กซ์’ ไปทำไม?
ไม่เปลี่ยน ‘ม้ากลางศึก’ ตท.26 ยื้อ คุมแม่ทัพภาคต่อ เสียงแตก ‘แม่ทัพยูร-แม่ทัพต่อ’ คุม ทัพใต้ ดัน ‘บิ๊กเต้’ นั่ง ผบ.ทบ. ชี้ ตท.26 ถูกสร้างมาเพื่อภารกิจนี้
E-DUANG | ป้อมค่าย ทะลาย จากภายใน ปฏิบัติการ พริษฐ์ วัชรสินธุ