ดินแดง ราชปรารภ ทาโวร์ เสริม เอ็ม 16 สไนเปอร์ จากบ่อนไก่ ดินแดง ราชปรารภ
ยุทธการแดงเดือด
ดินแดง ราชปรารภ
ทาโวร์ เสริม เอ็ม 16 สไนเปอร์
จากบ่อนไก่ ดินแดง ราชปรารภ
พยานลำดับที่ 026 ที่อยู่ในเหตุการณ์บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและให้สัมภาษณ์ต่อศูนย์ข้อมูลประชาชนหรือ ศปช. เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 โดยเข้าร่วมการชุมนุมกับเพื่อนอีก 1 คน
เนื่องจากทราบว่าทหารจะเข้ามาในพื้นที่ เมื่อเลิกงานแล้วจึงมาที่สามเหลี่ยมดินแดง
พยานได้ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 15.00-16.00 น.ช่วงที่ทหารเพิ่งเข้าไปในบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงฝ่ายผู้ชุมนุมได้โห่ไล่และขว้างปาสิ่งของใส่ทหารที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหา
แต่ไม่มีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ทหาร
จากนั้น ทหารประมาณ 20-30 นายวางกำลังเป็นแนวคู่ขนานกัน 2 ข้างถนนอยู่บริเวณหน้าโรงแรมเซ็นจูรี พาร์คและฝั่งตรงข้าม (บริษัทวิริยะประกันภัย)
ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาใกล้เลิกงานจึงมีคนและรถยนต์เข้าออกในบริเวณนั้น ทหารพยายามไล่คนออกจากพื้นที่ พร้อมกันนั้นก็ขัดขวางผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าไปในถนนราชปรารภ
โดยทหารประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเตือนว่า หากใครฝ่าฝืนจะมีการใช้กำลัง
ทั้งนี้ ไม่ได้บอกว่าจะมีการใช้อาวุธปืนหรือไม่
ขณะที่พยานลำดับที่ 046 ซึ่งให้สัมภาษณ์ต่อศูนย์ข้อมูลประชาชนหรือ ศปช. เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 เห็นว่า
ภายหลังมีการใช้อาวุธประจำกาย เช่น เอ็ม 16 และทาโวร์ด้วย
พยานลำดับที่ 026 ซึ่งเป็นผู้หญิงได้เล่าอีกว่า ระหว่างเหตุการณ์บริเวณใกล้แยกสามเหลี่ยมดินแดงในเวลานั้น เธอเห็นทหารเริ่มประทับปืนซุ่มอยู่หลังเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค
ก่อนจะมีการยิงด้วยกระสุนยาง กระสุนจริงและมีการใช้แก๊สน้ำตา
มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการยิงรัวของทหารและมีพยานเห็นทหารเดินเข้าไปในอาคารก่อสร้างคอนโดฯ ชีวาทัยก่อนจะมีเสียงปืนยิง
และนับตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ทหารได้เปิดฉากการใช้อาวุธปืนยิงด้วยกระสุนจริงโดยยิงในแนวราบ
ผู้ชุมนุมจึงต้องหาที่กำบัง กระสุนได้ยิงไปถูกรถที่สัญจรไปมาด้วย
หลังจากนั้นทหารจึงเอาลวดหนามมากั้นขวางถนนบริเวณหน้าโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค แล้วจึงถอนตัวกลับไปประจำจุดถัดจากบริเวณคอนโดฯ ชีวาทัย
โดยมีทหารยืนอยู่บนถนนคอยประกาศเตือนผู้ชุมนุมเป็นระยะ
หากดูจากคลิป “20100514_แนวทหารประตูน้ำ_senoh” ประสานกับรายงาน “กระชับวงล้อมดับ 7 101 รบ.ลั่นคุยต่อ” ของหนังสือพิมพ์ “มติชน” ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2553
ก็จะเห็นว่าในเวลาไล่เลี่ยกันเหตุการณ์ที่หน้าโรงแรมอินทรา ประตูน้ำ
ทหารเริ่มผลักดันผู้ชุมนุมออกจากบริเวณหน้าโรงแรมอินทรา ถอยกลับไปอยู่ที่แยกราชประสงค์ ผู้ชุมนุมจึงตอบโต้ด้วยการขว้างขวดบรรจุน้ำมันจุดไฟใส่ทหาร
ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นประปราย
ที่แยกราชปรารภเวลาประมาณ 17.30 น. ทหารยังตรึงกำลังไว้อยู่ มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 คนขว้างข้าวของ หิน ยิงลูกแก้วและลูกเหล็กใส่ทหาร ทหารตอบโต้ด้วยการยิงกระสุนยางใส่
จนผู้ชุมนุมล่าถอยไปทางฝั่งสามเหลี่ยมดินแดง
จากนั้น ผู้ชุมนุมได้โต้กลับด้วยการระดมยิงลูกแก้ว ลูกเหล็กใส่ แต่ทหารกลับยิงกระสุนยางและกระสุนจริงตอบโต้
ระหว่างการปะทะพบว่า นายปัจจัย กมลรัตติกาล ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ทะเบียน ทพ 3925 กรุงเทพมหานคร ผ่านมาในที่เกิดเหตุโดยมีผู้โดยสารหญิง 2 คนนั่งอยู่เบาะหลังมาส่งบริเวณดินแดงถูกกระสุนลูกหลงทะลุมาทางประตูหลัง
ทะลุแขนขวาของผู้โดยสาร 1 นัด จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี
ต่อมา เวลา 18.30 น. มีรถบรรทุกจีเอ็มซีของทหารวิ่งเข้ามาบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงมุ่งหน้าเข้าถนนราชปรารภ
แต่มีผู้ชุมนุมประมาณ 50 คนออกมาขวางถนนไม่ให้รถผ่าน
ภายในรถมีทหารนั่งอยู่ด้านหน้า 2 นาย และอีก 1 นายยืนที่กระบะท้าย สะพายอาวุธปืนเอ็ม 16
จากนั้น ผู้ชุมนุมได้เข้าไปยึดรถและทำร้ายร่างกายทหาร
จากรายงานข่าวของโทรทัศน์ไทยพีบีเอสจะเห็นว่า ระหว่างการชุลมุนมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และทหารที่ถูกรุมทำร้ายล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นถนน
เจ้าหน้าที่กู้ชีพที่ประจำอยู่บริเวณใกล้เคียงจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
ส่วนทหารอีก 2 นายถูกจับลงมาจากรถแต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชนบางคนช่วยกันออกมาจากการโดนทำร้ายได้สำเร็จ
ผู้สื่อข่าวระบุว่าปืนและรถบรรทุกของทหารถูกกลุ่มผู้ชุมนุมยึดไปด้วย
เมื่อดูจากคลิป “20100514_ยึดรถทหาร ดินแดง_ThaiPBS” จะเห็นภาพผู้ชุมนุมขับรถไปขวางถนนใกล้กับแยกสามเหลี่ยมดินแดง
ส่วนทหารที่บาดเจ็บรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
จากเหตุการณ์ตอนที่ผู้ชุมนุมเข้าไปดึงทหารลงจากรถจีเอ็มซีนั้น เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อ้างอิงเอกสารคดีแย่งปืนทหารและพยานแวดล้อมของ คอป. ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธานสรุปว่า
ขณะที่ผู้ชุมนุมเข้าไปดึงทหารให้ลงจากรถและอีกกลุ่มหนึ่งปีนขึ้นไปทำร้ายและแย่งปืนของทหารที่ยืนบนท้ายรถ
ขณะแย่งปืนมีปืนลั่นขึ้น 1 นัด
ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทหารถูกดึงลงมาจากรถและล้มลงโดยไม่ได้โดนกระสุนปืน
พยานลำดับที่ 044 ให้สัมภาษณ์กับ “ศปช.” เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 ในเหตุการณ์ในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดงว่า เขาจะเข้าไปที่ราชประสงค์โดยขับรถมาทางรัชดามาถึงสามเหลี่ยมดินแดง
กำลังจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชปรารภทำให้ได้เห็นว่าทหารยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่
ส่วนคนก็วิ่งหนีออกมา
จึงจอดรถตรงช่วงโค้งเลี้ยวเข้าถนนราชปรารภ เมื่อลงจากรถยังมีละอองแก๊สน้ำตาอยู่ทำให้สำลัก จากนั้นเดินไปหลบอยู่ตรงตึกแถวหน้าโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์คและเดินต่อจนเห็นทหารยืนเรียงหน้ากระดานบนถนนราชปรารภข้างโรงแรม
เมื่อทหารเห็นยังมีการชี้หน้าโบกมือท้าทายให้เข้าไปหาด้วย
ขณะยังอยู่หน้าโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค (ฝั่งติดถนนราชปรารภ) มีคนถือกล้องเดินตามไปด้วย จากนั้นทหารเริ่มมีการยิงกราดอีกครั้งจึงหลบหลังกระถางต้นไม้ (เป็นท่อปูนเหมือนท่อระบายน้ำใหญ่พอบังตัวได้)
ส่วนคนที่เดินตามก็หลบซ้อนข้างหลัง
ขณะมีการยิงรถบนถนนดินแดงยังสัญจรอยู่ การจราจรไม่ติดขัดเหมือนเป็นการระบายรถออก มีรถประจำทางถูกยิงจึงให้คนลงเดินไปทางดินแดง แต่เนื่องจากอยู่ไกลจึงไม่ได้ถ่ายไว้
เมื่อเสียงปืนสงบยังไม่กล้ามองไปด้านหน้าที่ทหารอยู่จึงหันกลับไปมองทางสามเหลี่ยมดินแดง เห็นคนเดินออกมาที่ถนนเข้าใจว่าไม่มีอะไรแล้วจึงออกจากที่กำบังเดินเข้าไปต่อก็เห็นทหารอยู่อีก คิดว่าไม่มีอะไรจึงถอยกลับหลัง
พยานลำดับที่ 046 ให้สัมภาษณ์ “ศปช.” เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554
ระบุว่าเห็นรถทหารที่มาจากทางดินแดงจะเข้าถนนราชปรารภแต่ถูกผู้ชุมนุมสกัดกั้นตรงหัวถนนและยึดรถ ทหารบนรถวิ่งหนีเข้าโรงแรม ผู้ชุมนุมวิ่งตามแต่ รปภ.โรงแรมขัดขวาง
หลังเหตุการณ์ผู้ชุมนุมจึงเข็นรถทหารไปขวางหน้าโรงแรม และมีการรื้อทำลายรถทหารและเผาประมาณ 19.00 น.
ช่วงที่มีการเผาได้ยินเสียงปืน
