bg-single

520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (15)

27.07.2026

บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

520 วัน บันทึกของคำจากลา

ในโลกหลังกำแพง (15)

ช้อน ชั้น ชีวิต

“ทางสะดวกแล้ว” พี่หมูบอก ก่อนทุกคนในห้องที่หมอบหน้าแนบพื้นจะค่อยๆ ลุกขึ้นมาจัดแจงข้าวของ เปิดทีวี พาห้องสู่สภาวะปกติ

“เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นครับพี่” เราหันไปถามพี่หมูในทันที ตัวเราทั้งสั่นและเสียขวัญกับเสียงอึกทึกนั่น แต่เมื่อมองไปรอบๆ เห็นทุกคนก็เริ่มกลับมาทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เขาซ้อม ‘จู่โจม’ น่ะขนุน” พี่หมูตอบพร้อมกับมือที่จับโน่น จับนี่ ย้ายไปมาอยู่

“แล้วมันคืออะไรครับ เขาซ้อมกันบ่อยมั้ย” เราถามต่อ พร้อมกับเริ่มคิดในใจ “หรือว่าเสียงตึงตังที่ดังทุกวันจะมาจากเสียงนี้”

“ก็ทุกวันแหละ ตั้งแต่อยู่มา มีที่นี่ที่แรกเลยที่ซ้อมแม่งทุกวันเลย” เสียงพี่กบดังขึ้นด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเล่าเรื่องต่อว่า

“เขาเรียกย่อๆ ว่า ‘จู่’ ปกติในเรือนจำเขาจะมีการตรวจค้นสิ่งของผิดกฎ พวกเหล็ก ยาเส้นอะไรพวกนี้ จะเป็นเจ้าหน้าที่มาตรวจ แต่นี่เป็นแค่พวกผู้ช่วย คงซ้อมควบคุมสถานการณ์ในแดนแหละ เพราะมีแต่พวกเสื้อดำ แต่น่ารำคาญจริง ที่เขาบินอยู่มา ‘ซูเปอร์แม็ก’ ไม่เห็นแม่งจะมีอย่างงี้เลย” พี่กบเสริมพร้อมบ่นให้ฟัง ก่อนต่อท้ายว่า “แหนะเดี๋ยวถามต่อแน่เลย ซูเปอร์แม็ก คืออะไร เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลัง”

“แหม่พี่ เล่นดักทางงี้ผมก็ว่างสิ พี่ไม่เล่าให้ฟัง แต่ข้างในแดนอื่นเขามีแบบนี้มั้ยครับ” เรายังคงถามต่อไป

“ข้างในมีแค่เจ้าหน้าที่จู่แบบที่พี่กบเล่าแหละ ไม่ได้มีอะไรแบบนี้หรอก มีแต่จ่าชุดดำค่อยดูแลผู้ต้องขัง แดนนี้มันแปลก จริงๆ มีซ้อมแสดงด้วยนะไปเห็นมา” พี่หมูเสริมด้วยประสบการณ์การเป็นอดีตผู้ช่วยแดน 8

“อ้าว แล้วคนที่โดนจับไปละ เขาจะโดนไรมั้ย” เราถามถึงผู้ต้องขังเคราะห์ร้ายที่ถูกคุมตัวลงไปข้างล่าง

“เดี๋ยวเขาก็พาตัวกลับมา แต่คงตกใจไม่น้อยเลยแหละ เล่นแรงขนาดนี้” พี่หมูว่า ก่อนแกจะเล่าเรื่องตัวเองต่อ

“ตอนเป็นผู้ช่วยแดน 8 ก็นานๆ ทีจะเจอจู่ลง จู่มีสองอย่าง ‘จู่ใน’ กับ ‘จู่นอก หรือจู่กรม’ ต่างกันมากเลยพี่กบคงเคยเจอ K9 มาแล้ว คือ ‘จู่ใน’ เป็นเจ้าหน้าที่ในเรือนจำนี่แหละจากแดนอื่นมาตรวจ ถ้าเกมก็โดนทำบันทึกหรือย้ายแดน แต่ถ้า ‘จู่กรม’ งานหยาบเลยแหละเพราะเป็นผู้คุมจากกรม เราไม่รู้จัก คุยกันไม่ได้ เจ็บจริง โดนจริง ถึงขั้นย้ายเรือนจำเลย ตอนนั้นเคยมีคนเกมเข็มสัก โชคดีเป็นจู่ใน เลยโดนแค่ขังซอย แต่ซอย 24 คือของจริงแดน 8 อย่าโดนดีสุด” พี่หมูเล่าไปพร้อมกับที่ทุกคนจัดของเสร็จแล้วมานั่งล้อมวงฟัง

“อ้าว แล้วรอบก่อนพี่ทำไมได้ไปอยู่แดน 8 นิคะ” ฟาถามต่อ

“ตอนนั้นได้ไปเป็นผู้ช่วย ขายหมูปิ้ง กองนอก เลยได้เห็นอะไรเยอะเลย เดี๋ยวพุธหน้ามั้งเราคงต้องจำแนกเหมือนกัน ไปอยู่แดน 8 สบายสุด ที่กว้าง ไม่ค่อยแน่น” พี่หมูเชิญชวน โดยไม่ได้ตอบคำถามอะไรฟา

ก่อนเราจะเบื่อแล้วหันไปนั่งดูทีวีต่อ

“ตอนนี้ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว คงไม่มีอะไรแล้วมั้งวันนี้”

โชคชะตาไม่เคยปรานีเราแม้แต่วิเดียว ในจังหวะที่เรากำลังดูทีวีได้ไม่นาน ก็มีเสียงเฮดังขึ้นตรงห้องใกล้บันไดพร้อมกับเสียงกองเชียร์ดังตามท้ายมา “ต่อยแม่งเลย” “เอาแม่ง” “เห้ย เห้ย เห้ย “พร้อมกับเสียงกระแทกและตรวนจะดังเป็นระยะ

“อีกแล้วหรอวะ ไม่จบไม่สิ้นจริงๆ ในนี้” ก็แบบคิดในใจ เราในตอนนั้นคงจะเริ่มชินกับความรุนแรงภายในนี้แล้วละมั้ง

“แม่งเอาอีกแล้ว รอบนี้จะยังไงอีกล่ะนี่” พี่หมูพูด ก่อนตามมาด้วยเสียงประกาศจากผู้คุม

“ในห้องแยกแม่งหน่อย ชุดดำขึ้นไปเอาพวกแม่งลงมา ใครที่ไม่เกี่ยว ‘หุบปาก’ แล้วอยู่กับที่” สิ้นเสียงผู้คุม ผู้ช่วยชุดดำวิ่งขึ้นมาอีกแล้ว แบบเดิมเลย แต่รอบนี้มาจัดการของจริง

“พวกมึงไม่เกี่ยว ‘หมอบ’ ลงไป” แล้วเสียงไขเปิดห้องก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวหน้าชุดดำสั่ง “ล็อกแม่งไว้ เอาให้แน่นๆ ไอ้อีกคนพาแม่งลงมาด้วย”

เราคิดในใจยังดีที่ยังไม่เจอเรื่องนี้ต่อหน้าต่อตา มากสุดก็เรื่อง ‘เตี้ย’ แล้วคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วแหละ (ขนุนขอร้องละ เลิกคิดแบบนี้เถอะ เราที่กำลังพิมพ์ตอนนี้คิด)

เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย พี่บัวขาวเดินผ่านหน้าห้อง ด้วยความขี้ใส่ใจของพี่หมูที่ดังไปหน่อย แกเลยตะโกนถามด้วยความสงสัยไป

“ใครต่อยกันพี่” พี่หมูถาม

“อ่อ ไอ้โย่ง ต่อยคนในห้อง มันบอกว่าคนในห้องที่นอนข้างๆ ไม่ใจ ไม่แบ่งของให้เลยต่อยเขา แม่งไม่ค่อยดี นี่ขนาดใส่ตรวนอยู่นะยังขนาดนี้” พี่บัวขาวตอบแล้วเดินต่อไป

“ใครหรอพี่ แล้วที่บอกอีกแล้วคือเคยต่อยคนอื่นมาก่อนหรอ” เราหันไปถามพี่เจี๊ยบ

“อีนี่หรอ วันก่อนเพิ่งโดนจับใส่ตรวนไป ได้ยินว่ามันแอบเหลาแปรงสีฟันซุกไว้ใต้หมอน พี่เขาเห็นในกล้องเลยจับไปรอบหนึ่ง พอได้ยินมาว่าคนในห้องไม่เอามันเลย รอบนี้น่าจะหนัก” พี่เจี๊ยบว่าก่อน

อยู่นี่มีแต่เรื่องไม่เว้นชั่วโมง เราจำได้ทุกรายละเอียด… ทั้งกลิ่นและเสียงร้อง มันบาดลึกไปในความทรงจำจนกลายเป็น “แผลเป็น” ที่ทั้งน่าเศร้าและสะเทือนใจจนถึงทุกวันนี้ ที่ได้จดจำช่วงเวลาที่โหดร้ายมากกว่า “เรื่องดีๆ ในชีวิต” จากการโดนคุมขังโดยไม่ได้รับสิทธิใดๆ จากรัฐไทย และใช่มันแย่ได้กว่านี้

“ห้อง 5 ฟัง เตรียมที่สำหรับ 3 คน พี่สั่งระเบิดห้อง 19 มาห้องนี้ 2 คน และไอ้โย่งอีกคน ดูแลมันหน่อยละ อีกไม่กี่วันก็จำแนกแล้ว” พี่บัวขาวเดินมาแจ้งข่าวกับทุกคนในห้อง

“เชี่ยไรวะเนี่ย” เราคิดในใจ พร้อมกับพี่กบที่ลุกขึ้น แล้วค่อยๆ บอกให้ทุกคนในห้องขยับที่ย้ายของ ในส่วนของเรา ยังคงเลือกที่จะนอนจุดเดิมไม่ขยับไปไหน

เวลาผ่านไป เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าสมาชิกใหม่ที่ก้าวเข้ามาในห้อง

แล้วความฉิบหายก็บังเกิด โย่งที่เดินพร้อมตรวนเส้นหนาเดินมาทางเราพร้อมโยนผ้าดัง ‘ปึ้ง’ ข้างเราที่มีกล่องนมกั้นอยู่ แล้วทิ้งตัวลงนอนเลย

พี่เจี๊ยบที่เป็นห่วงเรา ขยับตัวมาสะกิดถามว่า “สลับกับพี่มั้ย” เราที่ไม่อยากดูเรื่องเยอะ เลือกที่จะอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน แกก็บอกต่อว่า “ถ้าไม่สบายใจบอกพี่ได้นะ”

ส่วนอีกสองคนที่มาจากห้อง 19 เป็นห้องที่สร้างเสียงดังวุ่นวายในทุกวัน จนผู้คุมทนไม่ไหว เป็นการลดอิทธิพลแบบหนึ่ง อะไรที่เป็นปัญหาก็จับแยกมันซะ คนหนึ่งไม่ค่อยพูดอะไรเข้าไปลงล็อกที่ว่างอยู่ในทันที ส่วนอีกคนชื่อ “แม็กคอลาย” เหมือนจะตะโกนแซว “ฟา” เป็นระยะอยู่แล้ว ฟีลๆ ตามจีบแหละ เลยขอนอนข้างฟา

แล้วค่ำขึ้นก็ไหลผ่านมาถึงเวลาอาบน้ำ สิ่งหนึ่งที่เรารับไม่ได้คือการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้น ห้องนี้ล็อกแย่มาก มีแมลงสาบเดินไปมา คราบที่ขัดไม่ออก และไม่มีประตูปิด ฟาที่เดินเข้าไปอาบก็ต้องหันหลังเข้ากำแพง จังหวะนั้น แม็กคอลาย ก็พยายามเดินเข้าไปดูหยอกล้อ

บรรยากาศแบบนี้มันจะอยู่ไปอีกนานและจะหนักขึ้นตอนเราเข้าแดนใน

ถึงจะว่าแบบนั้น ตกดึกตอนที่ทุกคนนอน เราก็นั่งเขียนจดหมายตอบพี่อั๋น พี่รัฐศาสตร์ ปริญญาโท ที่เป็นคนแรกที่ส่งจดหมายตอบกลับได้ถึงเรา เราที่ระบายความรู้สึกและเรื่องราวส่วนตัวที่กังวลภายนอกลงไปในจดหมาย ก็ลุกขึ้นมาเห็น ฟาที่นอนกอดกับพี่แม็ก เราก็ได้แต่เก็บความย้อนแย้งภายในใจว่าอะไรทำให้คนเราที่เป็นผู้ถูกกระทำถึงต้องยอมรับอำนาจดังกล่าวได้

แล้ววันใหม่ก็มาถึง “อ้าวห้อง 5 พี่แจ้งมาว่า ถึงวันนี้จะเป็นวันหยุด แต่ช่วงบ่ายจะมีจัดอบรมก่อนจำแนกเหมือนเดิม เตรียมตัวให้พร้อมด้วยละ” พี่แซมเดินขึ้นมาแจ้งข่าว แล้วหันมาถามที่เรา

“ขนุน เป็นไงบ้าง หนังสืออ่านหมดยัง” แกถาม

“อ่านหมดแล้วครับ” เราตอบกลับไป แกเลยขอหนังสือเราคืนแล้วบอกว่าจะเอาลงไปแลกเล่มใหม่มาให้

จังหวะนั้นเราก็ลืมสิ้นเรื่องก่อนหน้านี้หมดแล้ว

เมื่อบ่ายมาถึงพวกเราทุกคนในห้องก็ถูกผู้ช่วยพาตัวลงไปศาลาหน้าแดนพร้อมกับผู้ต้องขังคนอื่นๆ ร่วมนับสิบชีวิต ตรงนั้นมีเก้าอี้ตั้งแถวเรียงกันอยู่ราวกับห้องเรียนกลางแจ้ง

“ทุกคนรู้มั้ยวันนี้เรามาทำอะไร ผมแซม บางคนก็เรียกว่าครู อาจารย์ ด็อกเตอร์ แต่ในนี้ผมเท่ากับพวกคุณ เพราะเราเป็น ผู้ต้องขัง อะไรที่อยู่ข้างนอกให้ทิ้งไว้ข้างนอก ในนี้เรามาแต่ตัว” พี่แซมว่า ก่อนเสริมต่อว่า “วันนี้เป็นวันหยุด แต่ผู้คุมส่วนทัณฑ์ใจดีสละเวลามาให้ความรู้กับเรา ยังไงก็ตั้งใจฟังละ”

แล้วผู้คุมที่ใส่แว่นดำ แต่งองค์เต็มยศที่นั่งทางด้านหลัง พร้อมมีผู้ช่วยหยิบน้ำใส่ถาดคลานไปมอบให้ จะเดินมาจับไมค์ บรรยายถึงหลักเกณฑ์ภายในเรือนจำ ทั้งเรื่อง ชั้น พักโทษ อภัยโทษ และสิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งรายละเอียดเราไม่เข้าใจเลยในวันนั้น เราจะขอเล่าต่อในวันที่ตอนนั้นเราเข้าใจแล้วละกัน แต่ประโยคหนึ่งที่เราจำได้จากวันนั้นคือ

“ช้อน ชั้น ชีวิต”

ถ้าไม่มี ‘ช้อน’ เราจะกินข้าวยังไง

ถ้าไม่มี ‘ชั้น’ เราจะไม่ได้อภัย และวันลด

และถ้าไม่มี ‘ชีวิต’ เราจะกลับไปได้ยังไง

แล้วเราก็กลับขึ้นห้องพร้อมพกคติชีวิตใหม่ไปนอนคิด แล้วถ้าเราไม่ได้ออกจริงๆ เราจะมีชีวิตอยู่ในนี้ได้ยังไง ทรมานจังชีวิต…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

พินิจนัย 2 ท่าที ปมน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนักข้ามแดน ผ่านถ้อยแถลง ของ ‘จีน’ และ ‘ประชาสังคมไทย’
World Cup 2026 ขับเคลื่อนด้วย AI
แลนด์มาร์กข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา…เพื่อใคร
ดินแดง ราชปรารภ ทาโวร์ เสริม เอ็ม 16 สไนเปอร์ จากบ่อนไก่ ดินแดง ราชปรารภ
Songs in the Key of Life : บทเพลงเพื่อการปลดแอก
‘ไหม’ มนัญชญา สว่างแก้ว นักเทนนิสหญิงไทย ผู้โค่นรองแชมป์เฟรนช์โอเพ่น ในวิมเบิลดัน 2026
My Sunday Lover หมาน้อยวันอาทิตย์ : เมื่ออำนาจการเล่าเรื่องเป็นของเพศหญิง
ดร.กรกฎ บุญลพ มองลึก ‘วัฒนธรรม’ ควบท่องเที่ยว โครงสร้างใหม่ กระทรวงไม่ใหม่ ‘โบราณคดี’ รอดหรือไม่?
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (15)
คุยกับ ‘ส.ส.ผึ้ง พนิดา’ ภารกิจตรวจสอบงบหมื่นล้าน ‘องค์กรอิสระ’ คุณจะมี ‘สปอร์ตคอมเพล็กซ์’ ไปทำไม?
ไม่เปลี่ยน ‘ม้ากลางศึก’ ตท.26 ยื้อ คุมแม่ทัพภาคต่อ เสียงแตก ‘แม่ทัพยูร-แม่ทัพต่อ’ คุม ทัพใต้ ดัน ‘บิ๊กเต้’ นั่ง ผบ.ทบ. ชี้ ตท.26 ถูกสร้างมาเพื่อภารกิจนี้
E-DUANG | ป้อมค่าย ทะลาย จากภายใน ปฏิบัติการ พริษฐ์ วัชรสินธุ