ศึก 2 ลุง ภาคต่อ ศึก บ้านป่าฯ-บ้านวิภาฯ เดิมพัน เก้าอี้ ‘เศรษฐา’ แผน ชู ‘นายกฯ ป้อม’ ผู้กล้า เช็ก สถานะ 3 ป. ยังร้าวลึก

ปฏิบัติการของ 40 ส.ว. ที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี ทำให้บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถูกจับตามองทันที
เพราะในจำนวน 40 ส.ว. เป็นหน้าเก่าๆ ที่ไม่เอาระบอบทักษิณ และไม่ได้โหวตให้นายเศรษฐาขึ้นนายกฯ เป็น ส.ว.อดีตบิ๊กทหาร ที่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ และเป็นสายตรงของ พล.อ.ประวิตร และบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี และอดีตนายกฯ
แต่ก็มีเสียงมาจากคนใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ทันทีว่า “งานนี้ลุงตู่ไม่เกี่ยว”
แม้จะมีชื่อเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 12 ร่วมลงชื่อด้วย แต่ก็เป็นที่รู้กันเรื่องจุดยืนมายาวนานแล้ว เช่น บิ๊กตุ้ม พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีต ทส.ป๋าเปรม ส่วนบิ๊กเยิ้ม พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตรมากกว่า ส่วนบิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ และ พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ นั้นลงชื่อเพราะความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณ
ขณะที่ ส.ว.สาย พล.อ.ประวิตร ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของเตรียมทหาร 6 รุ่นฝนแรก ทั้ง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.สุนทร ขำคมกุล พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ และที่ยังได้ชื่อว่าเป็นสายตรงบิ๊กป้อม เช่น พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย และ เสธ.หลี พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน (ตท.15) และบิ๊กเข้ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ (ตท.18) อดีตปลัดกลาโหม
ถึงขั้นที่มีกระแสข่าวว่าบางคนต้องเซ็นชื่อร่วมปฏิบัติการด้วยในบ้านป่ารอยต่อฯ เลยทีเดียว เพราะในจำนวนนี้บางคนเคยสวนสัญญาณบ้านป่าฯ โหวตให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ จนทำให้ พล.อ.ประวิตรเคือง และไม่ให้เข้าบ้านอยู่นานเป็นเดือน จึงต้องพิสูจน์ใจว่าจะเลือกใครเลยทีเดียว ระหว่าง 2 ลุง รวมถึงนายทหารที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องรักของทั้ง 2 ลุง ก็ต้องร่วมด้วย
แต่ทั้งนี้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นองคมนตรี ไม่ต้องการให้มีเรื่องทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง อีกทั้ง ส.ว.ในสายของ พล.อ.ประยุทธ์หลายคน แม้อยากจะร่วมลงชื่อแต่ก็กลัวกระทบภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ร่วมปฏิบัติการ แต่ก็มีบางคนที่ต้องการแสดงจุดยืนส่วนตัว

งานนี้จึงมีความพยายามในการชี้เป้ามาที่ พล.อ.ประวิตร ว่าหนุนปฏิบัติการของ 40 ส.ว. เมื่อสบช่องในข้อกฎหมาย จากการที่นายเศรษฐาแต่งตั้งนายพิชิต
นอกจากนี้ลุงผู้พี่ถือว่าไม่ได้ไปร่วมเจรจา “ดีล” ตั้งนายเศรษฐา ด้วยเป็นเรื่องของลุงผู้น้อง และพลพรรคสายอนุรักษนิยมเท่านั้น ลุงผู้พี่ไม่ได้ดีลด้วย มีแค่พรรคพลังประชารัฐร่วมรัฐบาล แถมยังมีกฎ “มีเรา ไม่มีลุง” มากีดกัน จนต้องส่งน้องชายเป็นตัวแทน นั่งเก้าอี้ รมต.แทน อีกทั้งยังถูกมองโดนน้องหักหลัง จากการไปร่วมกับลุงผู้น้อง โหวตหนุนนายเศรษฐาเป็นนายกฯ
ครั้งนี้ นอกจากพี่ใหญ่จะเสียฟอร์มที่แพ้เลือกตั้ง แม้จะได้มา 40 ส.ส. แต่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ได้แค่ 1 คน และยังเสียเชิงที่ลุงผู้น้องชิงจบดีลเสียก่อน ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เลือกที่จะ ดีลกับลุงผู้น้อง และคีย์แมนสายอนุรักษนิยม มากกว่าที่จะดีลกับลุงผู้พี่ แค้นนี้จึงต้องชำระ
พล.อ.ประวิตรเองก็ต้องการแก้มือ เพราะหากโบกมือลาวงการการเมืองไปในเวลานี้ ก็จะได้ชื่อว่าจบไม่สวย อีกทั้งในห้วงที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรถูกด้อยค่า ไม่ได้รับความสำคัญ แม้แต่ในพรรคพลังประชารัฐก็เสมือนมี ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า เป็นหัวหน้าพรรคไปแล้ว
ปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้นายทักษิณและนายเศรษฐาเห็นว่าตัว พล.อ.ประวิตรเองยังมีศักยภาพ หลังจากที่นายทักษิณเลือกที่จะดีลกับฝั่ง พล.อ.ประยุทธ์ในการจัดตั้งรัฐบาล

หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย ส่งผลให้บรรดาทีมงานใกล้ตัวสายบ้านป่ารอยต่อฯ ถูกต้องสงสัยว่ายุยง สนับสนุนพี่ใหญ่ให้ปฏิบัติการครั้งนี้หรือไม่
จนมีการส่งเสียงมาจากบ้านป่ารอยต่อฯ ว่า ได้พยายาม โน้มน้าวใจให้ พล.อ.ประวิตรยุติบทบาททางการเมืองเพื่อที่จะพักผ่อน ดูแลสุขภาพ แต่ใครพูดเช่นนี้ก็มักจะถูกต่อว่า และทำให้อารมณ์เสียเสมอ
ด้วยเพราะ พล.อ.ประวิตรชอบทำงานการเมืองมาตั้งแต่เป็นทหารหนุ่มเมื่อครั้งอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ จ.สระแก้วและปราจีนบุรี ก็ได้รับฉายาที่น้องๆ ทหารเรียกแซวกัน ว่าเป็น “เจ้าพ่ออรัญฯ” จนมาเป็นพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ และพี่ใหญ่ 3 ป. ที่เรืองอำนาจมายาวนาน
สิ่งหนึ่งที่คนใกล้ชิดเป็นห่วง คือเรื่องสุขภาพ ยิ่งในระยะหลัง พล.อ.ประวิตรพักผ่อนน้อย เพราะนอนไม่ค่อยหลับ มักจะตื่นตั้งแต่ตีสอง และเดินทางจากบ้านพักย่านมีนบุรี มาที่บ้านป่ารอยต่อฯ เลยไม่รอให้ถึงรุ่งเช้า ก่อนที่จะมาเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้องโดยที่คนรอบกายรู้ดีว่า พล.อ.ประวิตรเครียด จนต้องพยายามชักชวนให้ไปเที่ยว เช่น ไปฮ่องกง สิงคโปร์ หาของอร่อยกิน และไปไหว้พระ
ประการหนึ่งอาจเป็นเพราะ พล.อ.ประวิตรยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวตั้งแต่ลงจากอำนาจไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่อยู่ในรัฐบาลไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้วจากที่เคยมีผู้คนไปมาหาสู่แวะเข้ามาจนบ้านป่ารอยต่อฯ อยู่ในสภาพที่เรียกว่าหัวกระไดไม่แห้ง แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลไม่ได้เป็นรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตรก็รู้สึกว่าว่างผิดปกติ บ้านป่ารอยต่อฯ ก็เงียบเหงา มีแต่เฉพาะทีมงาน คนใกล้ชิดและคนในพรรคพลังประชารัฐ แวะเวียนมาบ้าง
จนเมื่อ พล.อ.ประวิตรประกาศปรับโฉมพรรคพลังประชารัฐให้เป็นพรรคอนุรักษนิยม ที่ทันสมัยและเปิดบ้านป่ารอยต่อฯ อีกครั้งโดยทุกวันอังคารประชุมพรรค เสร็จแล้วจะให้มากินข้าวกันที่บ้านป่ารอยต่อฯ เพื่อคืนความคึกคักให้บ้านหลังนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประวิตรต้องการสู้ต่อและต้องการแก้มือในการเลือกตั้งครั้งหน้า

แต่ในระหว่างนี้ เมื่อสบช่องทางกฎหมายกรณีของนายพิชิต ชื่นบาน จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสที่ พล.อ.ประวิตรไม่ปล่อยให้หลุดมือ ไม่ว่าในที่สุดแล้ว หากนายเศรษฐาพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้ว พล.อ.ประวิตรจะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ก็ตาม
พล.อ.ประวิตรกลายเป็นฮีโร่ของแนวร่วมขั้วอนุรักษนิยม ที่ไม่เอาระบอบทักษิณ และต่อต้าน “ดีล” และเกิดแรงหนุนให้เป็นนายกฯ แม้คะแนนนิยมจะรั้งท้ายก็ตาม ได้ฉายาเป็น “ผู้กล้าแห่งบ้านป่ารอยต่อฯ” เลยทีเดียว
ไม่แค่นั้น คนใกล้ชิดยังเป็นห่วงว่า พล.อ.ประวิตรจะถูกหลอกให้มีความหวังว่าจะได้เป็นนายกฯ โดยมีกระแสข่าวอ้างว่าทีมการเมืองสามารถรวบรวม ส.ส.จากพรรคต่างๆ ได้อีกกว่า 60 คน จากทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมกับ พปชร.ด้วยแล้ว จะมี ส.ส.อยู่ในมือของ พล.อ.ประวิตร กว่า 100 เสียง และหากผิดหวังครั้งนี้อีก จิตใจคงบอบช้ำกว่าเดิมอีกหลายเท่า ทั้งๆ ที่แผลเก่าก็ยังไม่ถูกสมานเยียวยา
ว่ากันว่า พล.อ.ประวิตรยังคงมีอาการงอนน้อง 2 ป. ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และบิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ก็ยังยังคงพยายามง้อ มาหา พล.อ.ประวิตร และมาร่วมงานต่างๆ อยู่บ่อยๆ แต่ พล.อ.ประวิตรก็ยังงอน ไม่ยอมคุยด้วย ส่วน พล.อ.ประยุทธ์มีภารกิจ จึงไม่ค่อยได้แวะมาหา พล.อ.ประวิตร
หลังการปฏิบัติการของ ส.ว. ส่งผลให้นายทักษิณและนายเศรษฐาหวั่นไหว ถึงขั้นที่นายพิชิตต้องยอมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในขณะที่คีย์แมนขั้วอนุรักษนิยมต้องพยายามช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามดีล เพราะหากไม่ใช้พรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ ก็ยังไม่มีใครที่จะต่อสู้กับพรรคก้าวไกลได้
นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีเจ้าแห่งอภินิหารแห่งกฎหมาย จึงปรากฏเป็นตัวละครสำคัญในห้วงเวลานี้ หลังนายเศรษฐาเดินทางไปพบที่บ้าน รวมถึงการเชิญให้มาเป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ว่า ดีลดำเนินต่อไป ยังไม่มีแตกหัก และถือเป็นการแก้เกมสำคัญเพื่อที่จะสู้กับปฏิบัติการของ ส.ว. และบ้านป่ารอยต่อฯ
แม้นายวิษณุจะเคยอยู่มาหลายรัฐบาล หลายนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่ภาพลักษณ์จัดอยู่ในขั้วอนุรักษนิยม โดยเฉพาะห้วงเวลา 9 ปีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงถูกตีความว่าเป็นเสมือนตัวแทนที่ถูกส่งมาช่วยนายเศรษฐา
ดังนั้น ศึกครั้งนี้จึงถูกมองว่าไม่ใช่แค่ศึกของบ้านป่ารอยต่อฯ กับบ้านจันทร์ส่องหล้าเท่านั้น
แต่ยังเป็นศึกบ้าน ร.1 บ้านวิภาวดีฯ ของสองพี่น้อง 2 ป. 2 ลุง อีกด้วย
เพราะลุงผู้น้องต้องประคองดีล ส่วนลุงผู้พี่กำลังถูกมองว่าจ้องล้มรัฐบาลและนายกฯ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตรได้ปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของ 40 ส.ว. โดยมองว่า ส.ว. ก็มีจุดยืนและความคิดเป็นของตัวเอง แม้ว่าหลายคนจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 6 ของตนเองก็ตาม
แต่คำพูดของนายพิชิตก่อนที่จะลาออก ที่ระบุถึงวงจรอุบาทว์ และคำพูดของนายทักษิณที่ระบุ เมื่อเห็นชื่อ 40 ส.ว.ก็รู้ว่าเป็นคนของใคร พร้อมสำทับว่า การเมืองยังคงลี้ลับ
งานนี้อาจต้องร้อนถึงนางพญาแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับพี่ใหญ่ แห่งบ้านป่ารอยต่อฯ มายาวนาน ที่อาจจะต้องเจรจา และแน่นอนว่าทุกการเจรจาย่อมต้องมีการต่อรอง ไม่เช่นนั้นก็อาจถึงขั้นแตกหัก
สถานการณ์เวลานี้จึงถูกมองว่าเป็นการตอกลิ่มรอยร้าวในใจของพี่น้อง 2 ป. ให้เลือดไหลซิบออกมาอีกครั้ง ในเมื่อต้องแยกอยู่คนละฝั่ง
เกมนี้ น่าจับตามองยิ่ง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
