‘ปฏิกิริยา’ นักข่าว-พิธีกรดัง ถล่มทรัมป์แกว่งเท้าหาเสี้ยน เปิดศึกห้าม CNN, MSNOW และ POLITICO
บทความพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล
‘ปฏิกิริยา’ นักข่าว-พิธีกรดัง
ถล่มทรัมป์แกว่งเท้าหาเสี้ยน
เปิดศึกห้าม CNN, MSNOW และ POLITICO
เข้าทำข่าวในทำเนียบขาว
CNN – Breaking News บ่ายวันที่ 18 กันยายน 2026 เสนอภาพข่าวประธานาธิบดีทรัมป์พูดแถลงข่าวในห้อง Oval ทำเนียบขาว ทรัมป์ประกาศ “แบน” ผู้สื่อข่าวของ CNN, MSNOW และ POLITICO ห้ามเข้ามาทำข่าวในทำเนียบขาว
ด้วยเหตุผลว่า พวกเขาเสนอข่าวปลอม (Fake News) วันแล้ววันเล่า – “day by day”
ทรัมป์ยังพูดอีกว่า The New York Times กับ The Washington Post ก็ทำอย่างเดียวกัน ต่อไปจะมีการประกาศแบนเพิ่มขึ้น
ทรัมป์ไม่ค่อยเป็นมิตรกับ CNN ปีที่แล้วผมเคยเห็นทรัมป์กราดเกรี้ยวพูดใส่หน้า Kaitlan Collins ผู้สื่อข่าวมือดีของ CNN ว่า CNN ใกล้เจ๊งแล้ว ไม่มีคนอยากดู
Kaitlan เป็นผู้ดำเนินรายการ The Source ที่เวลา prime time ของ CNN ตอน 3 ทุ่ม มีแฟนติดตามท่วมท้น
หลังจากข่าวนี้ออกมา CNN เอาหัวข้อข่าวของ CNN, MSNOW และ POLITICO ออกมาให้ดูทีละหัวข้อสำคัญ เอามาวางเรียงซ้อนกัน ทุกข่าวล้วนเป็นความจริง ไม่มีข่าวไหน Fake News
Kaitlan Collins ที่สื่อหลักทุกสำนักยืนเคียงข้าง แถลงตอนค่ำว่า เธอทำข่าวรายงานแต่เรื่องที่เป็นจริง ไม่เคยสร้างข่าว Fake News โจมตีทรัมป์
Kaitlan เป็นหัวหน้าข่าว CNN ประจำทำเนียบขาว เจ้าของรายการ The Source ที่เวลา prime time ตอน 3 ทุ่มของ CNN เธอมีรายได้ปีละ $12 ล้าน (384 ล้านบาท ที่ $1= 32 บาท)
Anderson Cooper มือ 1 ของ CNN ออกมาอ่านแถลงการณ์ของ CNN ว่าไม่เคยหวาดหวั่นต่อการกลั่นแกล้ง กีดกันในการเสนอข่าว และแถลงว่า
“This man _ _” “ชายคนนี้ ไม่มีอำนาจใดทางกฎหมายที่จะมาขีดกั้นการทำข่าวของสื่อ”
แถลงการณ์ของ CNN แข็งกร้าว เรียกประธานาธิบดีทรัมป์ว่า “ชายคนนี้ – this man” ไม่ต้องให้เกียรติเรียกชื่อหรือตำแหน่งกันอีกต่อไป
Anderson Cooper อยู่กับ CNN มานานเกินกว่า 20 ปี ไปทำข่าวมาแล้วทั่วโลก รายได้ของ Anderson ปีละ $20 ล้าน (640 ล้านบาท เมื่อ $1= 32 บาท)

ในความเห็นของผม ทรัมป์ไม่ค่อยชอบขี้หน้า CNN อยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อ 28 สิงหาคม 2026 CNN ทำสารคดีชุด
“ครบรอบ 5 เดือน อเมริกันยิงจรวดโทมาฮอว์กถล่มเด็กนักเรียนหญิงอิหร่านตาย 168 คน ผู้ใหญ่ 14 คน ยังไร้ความรับผิดชอบใดๆ นอกจากคำว่า กำลังตรวจสอบ (investigation)”
ในสารคดีชุดนี้ CNN นำภาพเหตุการณ์หลังจรวดถล่ม ภาพพ่อแม่ขุดคุ้ยหาร่างไร้วิญญาณของลูก ภาพพิธีงานศพ ดูแล้วหดหู่ยิ่งนัก
CNN ไปสัมภาษณ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชื้อสายอิหร่านคนเดียวจากรัฐแอริโซนา เธอระบุว่า อเมริกันทำสิ่งที่น่าละลายต่อชาวโลก และทำสิ่งที่เป็น War Crime – อาชญากรสงคราม
เป็นการจี้จุดความน่าละอายของทรัมป์
ถัดมาอีกหนึ่งเดือน 28 กันยายน 2026 CNN ทำสารคดีชุด ครบ 6 เดือน อเมริกันสังหารเด็กนักเรียนอิหร่าน 168 คน ยังไร้ความรับผิดชอบ ออกมาอีกครั้ง
CNN “กัดไม่ปล่อย” เช่นนี้ ย่อมสร้างความเจ็บแค้นให้ทรัมป์จนถึงขนาด “สั่งแบน แม่ง_ _” มันเลย
ในขณะเดียวกัน Fox News ก็ออกมาวิจารณ์เรื่องอเมริกันยิงจรวดถล่มเด็กอิหร่านตาย 168 คนว่า
“เลวร้ายไม่ต่างอะไรกับการกระทำของ Al Qaeda”
แต่ Fox News ยังไม่โดนแบนจากทรัมป์ ต้องกันเอาไว้เป็นพวก
ส่วน MSNOW เท่าที่ผมติดตาม ยังไม่เคยเห็นเสนอข่าว Fake News อะไรเกี่ยวกับทรัมป์
POLITICO ยังไม่เคยดู จึงไม่รู้ว่าทำไมทรัมป์สั่งแบน
หลังมีคำสั่งแบน ทีมงานของ CNN จะเข้าทำข่าวที่ทำเนียบขาวตามปกติ แต่ guard ของทำเนียบขาวไม่ให้เข้า ยึดใบอนุญาตผ่านไปตามคำสั่งเบื้องบน
CNN ให้ผู้สื่อข่าวยืนรายงานข่าวหน้าทำเนียบ บอกว่า
“รายงานข่าวหน้าทำเนียบก็ได้ ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องเข้าไปข้างใน”
Anderson Cooper ประกาศว่า
“วันจันทร์เจอกัน”
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2026 มีรายการทีวีพูลของทุกช่องมาทำข่าวร่วมกันที่ทำเนียบขาว พอทีมข่าวของ CNN จะเข้าไปทำข่าวก็โดน guard ของทำเนียบขาวกันไม่ให้เข้า
พลันที่ทีมของ CNN ถูกปฏิเสธการเข้าทำเนียบขาว Fox News – Washington Bureau Chief พร้อมตำแหน่งปัจจุบัน TV Pool Chair ชื่อ Bryan Boughton ออกแถลงการณ์ว่า
“นี่คือข้อแถลงที่จะมีผลวันนี้ทันทีว่า the TV Pool จะไม่นำเสนอกิจกรรมทุกอย่างของประธานาธิบดี”
ทั้งนี้ รวมทั้งการงดส่งกลุ่มผู้สื่อข่าวที่คอยติดตามประธานาธิบดีตลอดเวลาอีกด้วย
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน ทรัมป์เดินทางมานิวยอร์กโดยปราศจากผู้สื่อข่าวติดตามเป็นครั้งแรก
จะไม่มีข่าวทรัมป์ปรากฏใน 5 สื่อชั้นนำของประเทศ
ABC, CBS, CNN, MSNOW และ FOX NEWS
นั่นหมายถึงการปรากฏตัวของทรัมป์ที่ UN นิวยอร์กอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ ไม่มีภาพข่าวใดปรากฏบนจอทีวีหลักของประเทศ
โดยเฉพาะวันอังคารที่ 22 กันยายน ที่จะมีการประชุมของทรัมป์กับผู้นำประเทศกลุ่มอ่าวที่นิวยอร์ก จะไม่มีกล้องทีวีในห้องประชุม
และถ้าศึกครั้งนี้ยืดเยื้อ จะไม่มีภาพข่าวทรัมป์ต้อนรับการมาเยือนของสี จิ้นผิง วันที่ 24 กันยายน
เย็นวันจันทร์ Kaitlan Collins ผู้สื่อข่าวหลักประจำทำเนียบขาวของ CNN ออกมาแถลงว่า
This is HUGE นี่ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ทุกสื่อหลัก Major TV Network ล้วนยืนเคียง CNN ปฏิเสธที่จะส่งทีมเข้ามาแทนที่
ที่ White House Pool ผลคือ จะไม่มีกล้องทีวีที่ติดตามทรัมป์นับแต่วันนี้ไปโดยสิ้นเชิง
Kaitlan แถลงต่อไปว่า วงการสื่อทั้งหมด (Entire Industry) ยืนหยัดเคียงข้างกันต่อต้านการแบน (Against the BAN)
ในขณะเดียวกัน CNN MSNOW และ POLITICO ได้ยื่นฟ้องศาลให้ยุติคำสั่งแบนของทรัมป์ เพราะเป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อและปิดกั้นการรับรู้ของคนอเมริกัน
ศาลนัดฟัง hearing ครั้งแรกที่ CNN MSNOW และ POLITICO ยื่นฟ้องฝ่ายบริหารของทรัมป์ บ่ายวันพุธที่ 23 กันยายน
ศึกครั้งนี้จะรู้ผลช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดำเนินคดีในศาล
ผู้เชี่ยวชาญของ CNN บอกว่า การแบนสื่อของอเมริกาในประวัติศาสตร์เมื่อปี 1798 และอีกครั้งในช่วงปี 1860 ในยุค the Civil War – ยุคสงครามกลางเมือง
ทรัมป์แบนสื่อเป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์อเมริกา
ล่าสุด The Washington Post ประกาศไม่ลงตีพิมพ์ภาพข่าวเกี่ยวกับทรัมป์
ทรัมป์กำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยน
เปิดศึกกับสื่อครั้งนี้ไม่ง่ายดายอย่างที่คาดหวัง
ป.ล. สื่อที่เชียร์ทรัมป์อย่าง Fox News ก็มายืนหยัดเคียงข้าง CNN
จะเห็นว่า Fox News เริ่มวิจารณ์ทรัมป์ว่า สิ่งที่อเมริกันส่งจรวดสังหารเด็กนักเรียนอิหร่าน
ไม่แตกต่างจากการกระทำของ Al Qaeda แต่อย่างใด
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
