bg-single

ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ชาว ราชปรารภ ท่ามกลาง เสียงปืน กึกก้อง

05.10.2026

ยุทธการแดงเดือด

ดินแดง ราชปรารภ

น้ำใจ ไมตรี ชาว ราชปรารภ

ท่ามกลาง เสียงปืน กึกก้อง

ยังเป็นข้อมูลจากปากคำของพยานลำดับที่ 024 แอบดูอยู่หลังผ้าม่านระเบียงบนคอนโดมิเนียมเดอะคอมพลีท เห็นกลุ่มคน 2 กลุ่ม กลุ่มละประมาณ 10 คน ยืนอยู่บนทางเท้า คือฝั่งตรงข้ามคอนโดมิเนียมบริเวณร้านไท่หยางร้องตะโกนโหวกเหวก

มีการยิงหนังสติ๊ก มีการจุดประทัดตรงปากซอยวัดตะพาน (ราชปรารภ 16) อยู่กับที่

อีกฝั่งหนึ่งเห็นทหารอยู่บนสะพานลอย เป็นสะพานลอยอยู่ก่อนปั๊มเอสโซ่และร้าน 7-11 ด้านหลังก็มีทหารอยู่หลังบังเกอร์กระสอบทรายบนทางเท้าและใต้สะพานลอย

และยังมีทหารอยู่บริเวณฝั่งซอยรางน้ำและด้านตรงข้าม

ทั้งสองฝั่งทั้งซ้ายและขวา ทหารมีจำนวนมากและอยู่เป็นกลุ่มๆ ส่วนผู้ชุมนุมแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อยู่เลยร้านไท่หยางขึ้นมาทางทหารกับก่อนถึงร้านลงไปทางราชปรารภ

ตรงนี้มีเชิงอรรถจาก “ความจริงเพื่อความยุติธรรม” ระบุ

ตัวเลขซอยเพิ่มขึ้นเมื่อขึ้นทิศเหนือ คำบอกเล่านี้หมายความ “ขึ้นมาทางทหาร” หมายถึงลงมาทางทิศใต้ และ “ลงไปทางราชปรารภ 22” ซึ่งหมายถึงขึ้นมาทางทิศเหนือ

หลังจากนั้นก็เห็นชายเสื้อสีฟ้า (นายสมาพันธ์ ศรีเทพ) ถูกยิงที่ศีรษะจนตัวหมุนก่อนล้มลง

โดยตอนนั้นคนที่ถูกยิงหันหน้าไปทางทหาร

ก่อนหน้าที่เขาจะโดนยิงเหมือนเขาจะตะโกนด่าใส่ทหาร และผู้ชายตรงรถจักรยานยนต์ (นายสุภชีพ จุลทรรศน์) ก็โดนยิงด้วย

ระหว่างนั้นมีคนตะโกนให้หมอบ

และเห็นคนคลานถอยออกจะเข้าไปในร้านอาหาร โดยร้านอาหารเองก็เปิดประตูให้คนเข้าไป

ในเหตุการณ์เดียวกันนี้มีพยานอีกคนหนึ่ง คือ พยานลำดับที่ 046 ซึ่งสัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 เล่าว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์พยานได้เข้าไปในซอยข้างสวนสันติภาพและออกไปยังถนนรางน้ำ

พบทหารหน้าปั๊มเอสโซ่ซึ่งมีการตั้งบังเกอร์เอาไว้แล้ว

ตอนนั้นยังมีชาวบ้านในละแวกนั้นออกไปทำงานและมีรถยนต์วิ่งผ่านอยู่บ้าง หลังจากนั้นพยานก็ไปเข้าร่วมกับผู้ชุมนุมที่ฝั่งโรงแรมออลซีซั่นส์ และเมื่อถึงเวลาประ มาณ 07.00 น. ผู้ชุมนุมก็แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรกมี 5-6 คนเดินไปตามทางเท้าจากด้านสามเหลี่ยมดินแดงเข้าหาแนวทหารที่อยู่บริเวณซอยรางน้ำฝั่งโรงแรมออลซีซั่นส์

อีกกลุ่มมีกัน 2 คน ข้ามถนนไปฝั่งคอนโดมิเนียมเดอะคอมพลีท

โดยพยานได้ข้ามไปร่วมกับกลุ่มที่สอง แล้วจึงเดินเข้าหาทหาร ในเวลานั้นผู้ชุมนุมได้เข็นที่กั้นถนนพร้อมกับกลิ้งยางรถยนต์เข้าไปด้วยเพื่อใช้เป็นที่กำบัง

เมื่อทหารเห็นคนเหล่านี้ก็เปิดฉากยิงจากทางด้านปั๊มเอสโซ่

ทำให้ผู้ชุมนุมต้องหมอบหลบและพยานได้ตะโกนบอกคนที่อยู่อีกฟากถนนให้หลบด้วย แต่ไม่ทันเห็นชั่วขณะที่ นายสมาพันธ์และนายสุภชีพถูกยิง เนื่องจากกำลังหมอบหลบลูกกระสุน

จุดที่พยานหมอบอยู่นั้นตรงกับที่นายสุภชีพล้มลงพอดี

เมื่อดูจากคลิป “20100515_8am รถกู้ชีพไม่กล้าไปเอาผู้บาดเจ็บอ้างว่ากลัวโดนยิง_YT_smylz100” จะเห็นได้ว่า กว่าจะมีคนเข้าไปนำร่างของนายสมาพันธ์ออกจากสถานที่เกิดเหตุได้ก็เป็นเวลาประมาณ 11.00 น.แล้ว

เนื่องจากรถพยาบาลไม่สามารถเข้าไปรับคนเจ็บได้ในทันที

และคำให้การของเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊งที่ให้การในบันทึกการรับฟังความเห็นของ “คอป.” จากโครงการ Public Hearing ครั้งที่ 8 เรื่อง “กรณีความรุนแรงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง-รางน้ำ ช่วงวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2554” เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2554

เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม คอป.1 อาคารจอดรถชั้น 5 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้กล่าวไว้ว่า

ในช่วงเช้าได้รับแจ้งว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่เข้าไปในพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ทหารห้าม

ส่วนนายสุภชีพเมื่อดูจากคลิป “20100515_มานะ_พรสวรรค์_เฌอ_ศุพชีพ_59000fred” ก็จะเห็นมีคนดึงร่างเขาออกมาจากที่เกิดเหตุแล้วก่อนที่กู้ภัยจะไปรับศพออกมา

ในความเห็นของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ นักรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แม้พยานไม่สามารถระบุเวลาที่ทั้ง 2 คนถูกยิงให้ชัดเจนลงไปได้ แต่ก็เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเวลาใกล้ๆ กับ 08.00 น.

ส่วนทิศทางของกระสุนที่ยิงนั้น จากหลักฐานภาพถ่ายและการสำรวจรอยเลือด รอยกระสุนในพื้นที่บริเวณรายรอบ ประกอบกับรอยกระสุนที่หมวกของนายสุภชีพสามารถระบุได้อย่างไม่มีข้อสงสัยว่า

กระสุนถูกยิงมาจากทิศทางของปั๊มเอสโซ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของแนวทหาร

จากคำบอกเล่าของพยานลำดับที่ 052 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2553 อันเป็นเหตุการณ์ในตอนสาย

เป็นความต่อเนื่อง

ช่างภาพของหนังสือพิมพ์ “เดอะ เนชั่น” ได้ไปถึงบริเวณนั้นประมาณ 10.30 น. โดยไปกับ นายอุทธรณ์ ศรีพันธ์ เพื่อทำข่าวในพื้นที่ราชปรารภช่วงสามเหลี่ยมดินแดง-รางน้ำ เข้าไปทางด้านซอยรางน้ำ

เมื่อไปถึงก็ได้ยินเสียงผู้ชุมนุมตะโกนจากจุดที่ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ ถูกยิง ว่าให้ไปช่วยคนที่ถูกยิง

เขาไม่ได้ยินเสียงปืนแล้ว

จึงออกไปช่วยพาร่างของ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ ออกไปทางซอยราชปรารภ 20 (เหนือขึ้นไป) หลังจากนำร่างออกไปทางซอยราชปรารภ 20 ได้แล้วพยานก็ถ่ายภาพศพเอาไว้

จากนั้นจึงไปที่อื่นต่อ

ส่วนกรณี นายอำพล ชื่นสี เนื่องจากยังไม่มีภาพถ่ายจากบัตรประชาชนของนายอำพลจึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นผู้เสียชีวิตรายใดจากภาพถ่ายเหตุการณ์ แต่สันนิษฐานตามหลักฐานที่มีได้ว่า

มีความเป็นไปได้ 2 กรณี คือ

กรณีที่ 1 เป็นชายสวมเสื้อทีมฟุตบอลสีแดงซึ่งได้รับบาดเจ็บอยู่บริเวณหน้าทางเข้าคอนโดมิเนียมเดอะคอมพลีท ถนนราชปรารภ

กรณีที่ 2 ชายสวมเสื้อสีน้ำเงินในภาพที่ถ่ายโดย Paula Bronstein ที่แสดงเหตุการณ์เดียวกันกับที่ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ และ นายสุภชีพ จุลทรรศน์ โดนยิง

เด่นชัดอย่างยิ่งว่า ทั้ง 3 กรณีมีความสัมพันธ์ทั้งในเชิงพื้นที่และในเชิงสถานการณ์

และด้านหลักประกอบด้วยพยานหลักฐาน 2 ส่วน

ส่วนหนึ่ง เป็นพยานในลักษณะอันเป็นบุคคล ขณะเดียวกัน ส่วนหนึ่ง เป็นพยานในลักษณะอันเป็นภาพ

การทำความเข้าใจจึงต้องอิงอยู่กับ 2 องค์ประกอบนี้

โดยจะเริ่มจากกรณีของชายสวมเสื้อสีแดงและตามมาด้วยกรณีของชายสวมเสื้อน้ำเงิน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ความก้าวหน้า ของระบบนิเวศโดรนของยูเครน อาจทำให้สงครามขยายตัวแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ชาว ราชปรารภ ท่ามกลาง เสียงปืน กึกก้อง
มีเหตุอันควรให้เชื่อ…
Songs in the Key of Life : ค่ำคืนแห่งฝัน
‘ปฏิกิริยา’ นักข่าว-พิธีกรดัง ถล่มทรัมป์แกว่งเท้าหาเสี้ยน เปิดศึกห้าม CNN, MSNOW และ POLITICO
‘สรยุทธ-ผู้ก่อตั้งเบเกอรี่มิวสิก-ผู้บริหารจีเอ็มเอ็มทีวี’ กับรางวัล ‘เกียรติคุณแห่งความสำเร็จ’ FEED X KHAOSOD Awards
บอก ‘เอาอยู่’ เมื่อไหร่ให้เก็บของ ดร.ฐนพงศ์ ลือขจรชัย ตอบจริง ไม่เอาฮา ทำไมคนไทยไม่เชื่อรัฐ?
รัฐธรรมนูญใหม่ กับการสร้าง ‘อำนาจร่วม’
โผทหาร ภาค 2 ‘บิ๊กปู’ เคลียร์ใจเพื่อน ตท.26 วัดฝีมือ ‘บิ๊กจอย’ บนเก้าอี้ เสธ.ทบ. จับตา ‘บิ๊กดุลย์’ ลุยน้ำท่วม ฝ่ากระแสลือ ‘อำลา’ ชัด เก้าอี้แข็งโป๊ก
E-DUANG | เบื้องหน้า เนเน่ นายแน่มาก สะท้อน ความสุก ทางปัญญา
รพ.ตร. ลงพื้นที่ สน.ร่มเกล้า ตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม เน้นย้ำ “ไม่เพิ่มภาระเจ้าหน้าที่หน้างาน”
‘ลิณธิภรณ์’ เปิดงาน TEDxNU Final 2026 จุดไฟผู้บริหาร “รู้จักฟัง–กล้าตัดสินใจ–ลงมือทำ” พาการศึกษาไทยก้าวทันโลก