โชว์เหนือกว่า? | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
โชว์เหนือกว่า?
เวลาเราพูดถึงคำว่า “สิงห์เหนือ”- “เสือใต้”
น้ำหนักของคำ มักจะออกไปในทาง “(ใหญ่)พอๆกัน”
แต่เวลาเราพูดถึง “ษิณเหนือ” และ”เสือป้อม” แล้ว
ต้องยอมรับว่า ยากจะเปรียบเทียบ
ด้วยมันมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง รวม”การเมืองลี้ลับ”ด้วย
ซึ่งเมื่อลี้ลับแล้ว จึงแยกแยะยากว่า อันไหนจริง อันไหนลวง
เลยประเมินลำบาก ต้องอาศัยสิ่งที่เห็น และเป็นอยู่ มาอ้างถึง
แน่นอน ชัดเจนว่า สำหรับนายทักษิณ ชินวัตร หลังจากมีเรื่องคดีอาญามาตรา 112 เข้ามาผจญ
หลายฝ่ายพากันคาดหมายว่าคงทำให้ นายทักษิณ กลับเข้าที่ตั้ง และสงวนท่าทีมากขึ้น
เพราะหากแหลม หรือ รุกเกินไป อาจเผชิญ การ”ขัดขา” ทำให้สะดุดล้มได้
ล้ม ทั้งจากผลแห่งคดีโดยเฉพาะกรณีที่ถูกตัดสินว่าผิด” แต่คงใช้เวลานานกว่าจะมีคำพิพากษาออกมา
แต่เฉพาะหน้า ที่ต้องลุ้นกันอยู่ขณะนี้คือ จะมีการทบทวนการสั่งฟ้องหรือไม่
และหากยืนยันเดินหน้าฟ้องต่อไป นายทักษิณก็ต้องลุ้นต่อว่า วันที่นำตัวส่งฟ้องศาล จะได้รับประกันตัวหรือไม่
ซึ่งถ้าไม่ได้ประกันฝ่ายนายทักษิณคงยุ่ง
ภาวะที่ต้องลุ้นนี้เอง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่านายทักษิณคงระมัดระวังในการเคลื่อนไหว
แต่เอาเข้าจริง กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม
นายทักษิณ ดูเหมือนจะมั่นใจอะไรบางอย่าง ไม่มีอาการกลัว เดินหน้าลุย
ในทางคดีความให้ทีมกฎหมายยื่นขอความเป็นธรรมคดี 112 ต่ออัยการสูงสุดเพิ่ม ประเด็นเจ้าพนักงานถูกข่มขู่ให้ฟ้องต่อศาล
ในทางการเมือง ก็เดินสายพบปะ “บ้านใหญ่” ฟื้นสัมพันธ์ พร้อมทั้งประกาศที่จะทวงคืนเก้าอี้ส.ส.ที่ถูกแย่งชิงไปกลับคืนยกจังหวัด
ในทางแบบ”ลี้ลับ”ก็พาดพิงคนในป่า แบบไม่เกรงใจ
ซึ่งแม้จะไม่ระบุชื่อใคร แต่คนทั้งบ้านทั้งเมืองก็เชื่อมโยงไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เสือหรือพยัคฆ์บูรพา แห่งมูลนิธิบ้านป่ารอยต่อฯ
ชื่อของนายทักษิณ กับพล.อ.ประวิตร จึงนำมาเทียบเคียงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าการเคลื่อนไหวจะแตกต่างกันค่อนข้างมาก นายทักษิณเดินหน้าลุย ไม่เกรงใจใคร
ส่วน เสืออย่างพล.อ.ประวิตร เลือกที่จะเก็บตัวเงียบเชียบ
ปล่อยให้กระแสข่าว”ลี้ลับ”ทำงานในท่วงทำนอง “การเมืองพันลึก” เชื่อมโยงไปสู่ภาวะ ตุลาการภิวัฒน์ นิติสงคราม และฤทธิ์เดชขององค์กรอิสระ
ซึ่งแน่นอน ในห้วงที่ “3ป.”มีอำนาจเต็มในมือ “การเมืองพันลึก”เช่นนี้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ ชี้เป็นชี้ตายทางการเมืองได้สูงยิ่ง
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก
การเมืองพันลึกอาจมีฤทธิ์อยู่ แต่จะดำรงความศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนและพล.อ.ประวิตร ยังมีฤทธิ์เช่นเดิมไหม เป็นคำถามอยู่
และพลอยทำให้เกิดแนวโน้มทางการเมืองอย่างที่ นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ความเห็นไว้
นั่นก็คือ พรรคของฝ่ายบ้านป่า มีแกนนำบางคนใกล้ชิดสนิทสนมกับพรรคเพื่อไทยอยู่
ที่อาจนำไปสู่
“ปรากฎการณ์แปลกๆในการเมืองไทย คือร่วมรัฐบาลครึ่งพรรค และเป็นฝ่ายค้านครึ่งพรรค เรียกว่าเป็นรัฐบาลคนละครึ่ง ฝ่ายค้านคนละครึ่ง”
อันสะท้อนว่า พล.อ.ประวิตร อาจควบคุมพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ทั้งพรรค
จะถึงครึ่งพรรคหรือไม่ ก็ยังน่าสงสัยอยู่
นี้หรือเปล่า จึงทำให้ พยัคฆ์บูรพา ต้องเก็บตัวเงียบเชียบ
ปล่อยให้สิงห์เหนือ หรือ “ษิณ”เหนือ โชว์”เหนือ”กว่าให้เห็นอยู่ตอนนี้
——————
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
