bg-single

อาชญากรรม : พลิกคดีสยองเกาะสมุย ซิ่งเก๋งชน-มีดกะซวก แฉปมหักแก๊งมาเฟียยิว วางแผนดักลงมือที่ไทย

29.01.2018

เป็นเหตุการณ์สยองที่สร้างความตื่นตะลึง ที่เกิดขึ้นกลางสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวของไทยอย่างเกาะสมุย

ในขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศกำลังพักผ่อนหย่อนใจอย่างสบายอารมณ์

ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อมีรถเก๋งซีอาร์วี ขับซิ่งไล่ชนหนุ่มสาวต่างชาติ จนรถคว่ำระเนระนาด

และมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุ เมื่อคนขับเก๋งคันดังกล่าว พุ่งลงมาจากรถแล้วใช้มีดแทงไปที่ฝ่ายชายอย่างโหดเหี้ยม

ที่สำคัญคนร้ายก็เป็นชาวต่างชาติเหมือนกัน

แถมหลังก่อเหตุยังขับรถหลบหนีจนเจ้าหน้าที่ต้องไล่ติดตามกันอย่างจ้าละหวั่น

ดีที่วงจรปิดจับภาพชายต้องสงสัยไว้ได้ชัดเจน

ในที่สุดหลังจากสืบสวนอย่างถี่ถ้วนก็รู้ว่าคนร้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี

หลังก่อเหตุขึ้นสปีดโบ๊ตหลบหนีจากเกาะ เพื่อขึ้นเครื่องบินมายัง กทม. แล้วจะต่อเครื่องไปยังฟิลิปปินส์

แต่ก็หนีไม่พ้นการทำงานที่รวดเร็วฉับไวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กู้หน้า สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง

ซิ่งเก๋งชน-แทงซ้ำคาสมุย

เหตุระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆ วันที่ 21 มกราคม โดยศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 คน ที่เป็นคู่รักกัน ถูกรถเก๋งไล่ชนและทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดกระหน่ำแทง และถอยรถหวังเหยียบซ้ำ

เหตุเกิดที่ถนนสายหาดเฉวง-บ้านเชิงมนต์ หน้าโรงพยาบาลสมุยอินเตอร์เนชั่นแนล ม.2 ต.บ่อผุด จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีดำ ป้ายแดง สภาพพังเสียหายจากการถูกชน ริมฟุตปาธพบกองเลือดจำนวนมาก ขณะที่ผู้บาดเจ็บทั้งสองถูกนำส่งโรงพยาบาลสมุยอินเตอร์เนชั่นแนล

โดยผู้บาดเจ็บชายทราบชื่อว่า นายมาออ มาลิล อายุ 34 ปี ซึ่งบาดเจ็บสาหัส เสียเลือดมาก แพทย์ไม่สามารถยื้อไว้ได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา ฝ่ายหญิงคือ น.ส.ราเชล โอซาน่า อายุ 31 ปี ทั้งคู่สัญชาติอิสราเอล สภาพบาดเจ็บสาหัส แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว

ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่าถนนเส้นดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด เมื่อเปิดดูเหตุการณ์ก็พบว่าก่อนเกิดเหตุ มีชายหนุ่ม-หญิงสาวที่เป็นคู่รักชาวต่างชาติขี่จักรยานยนต์มาด้วยกัน จากนั้นก็มีรถเก๋งซีอาร์วี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กฉ 1707 อุตรดิตถ์ พุ่งชนทั้งคู่จนรถล้ม ทั้งคู่กระเด็นมานอนกลางถนน ขณะที่ฝ่ายชายรีบลุกขึ้นมาดึงแฟนสาวเข้าข้างทาง

จากนั้นชายชุดดำที่นั่งข้างคนขับ เปิดประตูลงมาจากรถ วิ่งไล่ทำร้ายโดยใช้มีดที่เตรียมมากระหน่ำแทงไปที่ร่างของนายมาออหลายครั้ง ก่อนขึ้นรถหลบหนีไปทางถนนเลียบหาด

หลังเช็กวงจรปิดเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็ปูพรมค้นหา ในที่สุดก็พบรถเก๋งคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านมั่นคง ม.2 ต.บ่อผุด ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร จากการตรวจสอบรถเก๋งพบด้านหน้าและด้านหลังมีรอยเฉี่ยวชน มีคราบเลือดติดอยู่ที่ตัวรถ

ส่วนคนร้ายชุดดำทั้ง 2 วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าด้านหลังวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยวเกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกไล่ล่า พร้อมนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าเป็นแก๊งมาเฟียอิสราเอลบนเกาะสมุย ออกแจกจ่ายตามท่าเทียบเรือทุกแห่ง และป่าละเมาะที่คาดว่าคนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่

พร้อมกันนั้นทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 4 ประจำเกาะสมุย ใช้อำนาจตามมาตรา 44 บุกค้นห้องพักในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.2 ต.บ่อผุด ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่ผู้ต้องสงสัยทั้งสองมาพัก

แต่ทั้งคู่เก็บเสื้อผ้าออกจากห้องพักไปก่อนแล้ว

คาดว่าหลบหนีออกจากเกาะสมุย มุ่งหน้าไปยัง จ.สุราษฎร์ธานีเรียบร้อย

ตร.ลุยคลี่-ล็อกตัวได้ทันที

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามอย่างไม่ลดละ ในที่สุดก็พบร่องรอย เมื่อมีรายงานว่าพบผู้ต้องสงสัยทั้งสอง นั่งสปีดโบ๊ตออกจากเกาะ แล้วนั่งรถต่อไปเพื่อขึ้นเครื่องบินจากท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี ของสายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่เอสแอล 747 ที่นั่ง 2อี และ 2เอฟ ออกเดินทางเวลา 20.30 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 21.30 น.

จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. จับตาดู ในที่สุดก็หนีไม่พ้น

โดยเมื่อเวลา 22.30 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายอียาล บรุเคล อายุ 25 ปี และนายโดเลฟ ซูอาเรซ อายุ 23 ปี ชาวอิสราเอลไว้ได้ ตรวจสอบร่างกายนายโดเลฟ พบร่องรอยถลอกตามข้อมือและร่างกาย นิ้วชี้ข้างขวาพบรอยแผลใหม่จากการถูกของมีคมบาด

จึงคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ท่องเที่ยว ภายในสนามบินดอนเมือง โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. สอบปากคำด้วยตัวเอง โดยเบื้องต้นทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธไม่รู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขึ้นเครื่องไปสอบสวนต่อที่ สภ.บ่อผุด

พร้อมกันนั้นตรวจสอบพบกระเป้าเป้สะพายสีดำตกอยู่ภายในรั้วของวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยวเกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ภายในมีหมวกแก๊ปและอาวุธมีด คาดเป็นของที่คนร้ายทิ้งไว้ขณะหลบหนี

ตรวจสอบพบมีดทำครัว 3 เล่ม มีคราบเลือดติด 1 เล่ม มีดพลาสติก 1 เล่ม เสื้อยืดคอกลมสีเทา 1 ตัว หมวกแก๊ป 1 ใบ กางเกงในผู้ชาย 4 ตัว ถุงเท้า 1 คู่ รองเท้าผ้าใบชาย 1 คู่ นาฬิกา 1 เรือน น้ำมันบรรจุในขวดน้ำดื่ม 1 ขวด กุญแจห้องพักและคีย์การ์ด บัตรสมาชิกสายการบิน

จึงนำมาตรวจหาดีเอ็นเอเพื่อมัดตัวคนร้าย

พร้อมแยกผู้ต้องหาทั้งสองสอบเครียด ครั้งแรกยังไม่ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เพียงแต่ยอมรับว่าอยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น

แต่เมื่อเค้นสอบหนักเข้า ประกอบกับพยานหลักฐานยืนยัน ทั้งมีดที่ใช้ก่อเหตุ และกล้องวงจรปิด คนร้ายก็ยอมรับสารภาพ

ว่าเป็นผู้ลงมือโหดครั้งนี้โดยมีสาเหตุจากความขัดแย้งของกลุ่มมาเฟีย

ถึงขั้นขึ้นเครื่องบินมารอลงมือที่ไทย

แฉปมหักมาเฟีย-ดักลงมือไทย

ทั้งนี้ การสอบสวนทั้งคู่ยอมรับสารภาพว่าปมความขัดแย้งระหว่างแก๊งโอมรี่ ซาเร็ต กับแก๊งบรัส บรุเคล ที่เมืองนันทานยา ประเทศอิสราเอล โดยนายมาออเป็นสมาชิกแก๊งมาเฟียโอมรี่ ซาเร็ต ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จักรยานยนต์บอมบ์ และคาร์บอมบ์ ที่เมืองนันทานยา

จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อน นายเอวี พี่ชายนายมาออ ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านพักที่อิสราเอล ทำให้นายมาออเจ็บแค้นเชื่อว่าเป็นการลงมือของแก๊งบรัส บรุเคล จึงก่อเหตุเมื่อปี 2558 พยายามที่จะฆ่านายโดเลฟ และนายบรัส บรุเคล หัวหน้าแก๊ง ด้วยการขับรถชนจักรยานยนต์ให้ล้ม แล้วใช้ปืนยิงซ้ำ

แต่กระสุนไปถูกขานายบรัสบาดเจ็บ จากนั้นนายมาออถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่า และถูกศาลสั่งจำคุก 20 เดือน และได้รับการปล่อยตัวออกมาเมื่อ 6 เดือนก่อน

จากนั้นแก๊งของนายบรัสสืบทราบว่านายมาออ พร้อมแฟนสาว และเพื่อนรวม 6 คน วางแผนจะมาเที่ยวเกาะสมุย ประเทศไทย ในวันที่ 14 มกราคม จึงเข้ามาดักรอเมื่อวันที่ 11 มกราคม

โดยส่งนายโดเลฟ และนายอียาล ซึ่งเป็นน้องชายนายบรัส หัวหน้าแก๊งมาลงมือด้วยตัวเอง

พร้อมวางแผนลงมือในวันที่ 21 มกราคม โดยทั้งคู่ขี่จักรยานยนต์มาจากที่พักตั้งแต่เช้า เปลี่ยนขับรถเก๋งซีอาร์วีที่สามแยกถนนลงหาดเฉวง หลังโรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนชั่นแนล แล้วไปดักรอนายมาออ ที่หน้าโรงแรมอนันตรา ลาวาน่า ที่นายมาออพักอาศัยอยู่

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายมาออพร้อมแฟนและเพื่อนขี่จักรยานยนต์ออกมา 3 คัน นายอียาลขับเก๋งตามและพุ่งชนท้ายจนจักรยานยนต์ของนายมาออกระเด็นล้มลง แล้วถอยหลังมาชนซ้ำ จากนั้นนายโดเลฟเปิดประตูลงมาใช้มีดแทงนายมาออบาดเจ็บไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

หลังก่อเหตุทั้งคู่ขับรถหนีมาที่หาดเฉวง แต่รถเกิดเสียที่ปากซอยหมู่บ้านมั่นคง จึงทิ้งรถวิ่งเข้าไปในซอยหมู่บ้านมั่นคง แล้วโยนกระเป๋าใส่มีดเข้าไปในรั้ววิทยาลัย ก่อนขึ้นเรือที่ท่าเรือซีทรานเฟอรี่ แล้วไปยังสนามบินสุราษฎร์ธานี ซื้อตั๋วเครื่องบินไปดอนเมือง เพื่อหวังจะหลบหนีต่อไปยังฟิลิปปินส์

แต่สุดท้ายไม่รอดฝีมือตำรวจไทย ที่แสดงให้มาเฟียต่างชาติเห็นว่าไม่ใช่จะเข้ามาก่อเหตุแล้วหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย

สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘ความฝันในหอแดง’ : อำนาจบารมีและข้อจำกัด (2)
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 12 – 18 มิถุนายน 2569
E-DUANG | ภาพสะท้อน ประชาชน กรณี AI PASSPORT
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (4)
ที่มาของการเต้นแอโรบิก และแรงบันดาลใจจากเจน ฟอนด้า
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (จบ)
โลกที่มนุษย์รับรู้ ไม่ใช่โลกที่แท้จริง
แตรฝรั่ง (4)
ปฏิบัติการกู้ชีพโดโด้ (และนกโมอา) ตอนพิเศษ : ‘เปลือกไข่สังเคราะห์’
สนทนา ‘อิสริยะ-ภาวุธ’ 2 ขุนพลไอที ‘พรรคประชาชน’ ‘รัฐเอไอ’ ควรทำงานกันอย่างไร?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’