bg-single

ยกฟ้อง ‘ณัฐพล’ | ปราปต์ บุนปาน

15.11.2024

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” คดีที่ “ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต” (โจทก์) ฟ้อง “ณัฐพล ใจจริง” ผู้เขียนวิทยานิพนธ์หัวข้อ “การเมืองไทยสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ.2491-2500)”, สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ผู้จัดพิมพ์หนังสือ “ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ” และ “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี”, รวมถึงบรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการหนังสือทั้งสองเล่มนี้ (รวมจำเลยทั้งหมด 5 คน)

ในข้อหา “ละเมิดไขข่าวด้วยข้อความฝ่าฝืนความจริง”

และเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ศาลได้ชี้แจงเหตุผลในการ “ยกฟ้อง” รวมทั้งสิ้น 3 ประเด็น คือ

ประเด็นแรก ข้อความในวิทยานิพนธ์และหนังสือมิได้กล่าวพาดพิงโจทก์หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของโจทก์และครอบครัว ทั้งเรื่องการรับรองรัฐประหาร 2490 และการเข้าแทรกแซงการเมืองสมัยจอมพล ป. ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโจทก์ อันจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดในตัวโจทก์

อีกทั้งเมื่อกรมพระยาชัยนาทฯ สิ้นพระชนม์ก่อนแล้ว จึงเป็นการฟ้องที่กล่าวอ้างว่าเสียหายต่อผู้ที่ไม่มีสภาพบุคคลแล้วไม่ได้ แม้เป็นหลานของกรมพระยาชัยนาทฯ ก็ไม่ได้เสียหายต่อโจทก์ทายาทชั้นหลานด้วย

ข้อเท็จจริงตามเนื้อหาในหนังสือเป็นอย่างไร โจทก์ไม่ทราบและยังไม่เกิด ดังนั้น เมื่อข้อความในหนังสือไม่สื่อความหมายถึงโจทก์ ย่อมไม่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดในตัวโจทก์ซึ่งเป็นทายาทชั้นหลานได้

ประเด็นที่สอง ส่วนที่โจทก์เบิกความว่า มีการชุมนุมแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อกรมพระยาชัยนาทฯ โดยมีผู้นำสีแดงมาสาดใส่อนุสาวรีย์กรมพระยาชัยนาทฯ รวมถึงการชุมนุมกดดันให้ยกเลิกชื่อถนนอันเป็นนามวิภาวดีรังสิตตามภาพข่าว

ก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นการชุมนุมปลุกระดมอันสืบเนื่องมาจากข้อความในวิทยานิพนธ์และหนังสือแต่อย่างใด จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเสียหายของโจทก์

ประเด็นที่สาม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อฟังว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป

ณัฐพล ใจจริง

กรณีข้างต้น ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่เพิ่งเกิดขึ้นกับ “ระบบยุติธรรมไทย” และบรรยากาศของการแสดงความคิดเห็นในสังคมประชาธิปไตยไทยโดยรวม

เพราะไม่ว่าเราจะ “เห็นด้วย” หรือ “เห็นต่าง” พยายาม “จับถูก” หรือ “จับผิด” วิทยานิพนธ์และหนังสือของอาจารย์ณัฐพลอย่างไร

ความเห็นต่าง เห็นแย้ง และข้อถกเถียงที่เกิดขึ้น ก็ควรดำเนินผ่านเวทีเสวนาวิชาการ เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นสาธารณะ และเวทีการวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งยังควรดำเนินผ่านการเขียน การอ่าน การพูด และการฟังอย่างเสรี

มิใช่ดำเนินผ่านกระบวนการฟ้องร้อง ดำเนินคดี ซึ่งอาจนำไปสู่การเซ็นเซอร์ การห้ามเผยแพร่ การปิดกั้น การแบน “ความรู้” และกระบวนการศึกษาเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ของผู้คนในสังคม

การปลดล็อกวิถีทางแห่งการเซ็นเซอร์-ห้ามเผยแพร่-ปิดกั้น-แบนดังกล่าว บ่งชี้ว่าประเทศของเรายังพอมีความหวัง ยังพอมีแสงสว่าง ยังพอมีความยุติธรรม ขณะเดียวกัน เสรีภาพก็มิได้ปลาสนาการไปเสียทีเดียว •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ