bg-single

แดง-เหลือง-ส้ม-น้ำเงิน | ปราปต์ บุนปาน

28.11.2024

ภาพการเป็น “พยัคฆ์ติดปีกทางการเมือง” ของอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังการหลุดพ้นออกจากบ่วงของกระบวนการ “นิติสงคราม” อย่างแทบจะสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการรับรองของศาลรัฐธรรมนูญ และการประกาศศักดานำพาผู้สมัครพรรคเพื่อไทยคว้าชัยชนะหรือรักษาเก้าอี้นายก อบจ.อุดรธานี เอาไว้ได้สำเร็จ

ด้านหนึ่ง

กับภาพสื่อมวลชนอาวุโสอย่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล” กลับออกมาเคลื่อนไหวทางสังคม-การเมืองอย่างคึกคักกระตือรือร้น จากประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับ “ดิไอคอน” ไปจนถึงกรณี “เอ็มโอยู 44” และ “เขากระโดง”

ทั้งยังได้รับการตอบรับจากแฟนคลับอย่างหนาแน่น เมื่อพิจารณาจากยอดวิวรายการสดออนไลน์ และการรวมตัวกันที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อีกด้านหนึ่ง

ทำให้คอการเมืองหลายคนรู้สึกว่า ตัวเองและสังคมไทยกำลังเดินทางย้อนกลับไปสู่บรรยากาศเก่าๆ อันคุ้นเคย

นั่นคือบรรยากาศความขัดแย้งสี “เหลือง-แดง” ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อปลายทศวรรษ 2540 และพุ่งถึงขีดสุดในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษ 2550

 

กระนั้นก็ดี นี่อาจเป็น “บรรยากาศคล้ายๆ เดิม” ที่ “ไม่เหมือนเดิม” เสียทีเดียว

เพราะสิ่งที่แทบทุกคนเห็นตรงกัน ก็คือ กลับมาเที่ยวนี้ ทั้ง “ผู้นำเสื้อแดง” และ “ผู้นำเสื้อเหลือง” ในวันนั้น มิได้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ด้วย “พื้นฐาน-ทรัพยากร” ที่เหมือนเดิมกับเมื่อเกือบสองทศวรรษก่อน

ถ้าจะบอกว่า “ฝ่ายสีแดง” เป็นหมุดหมาย-หลักยึดหนึ่งเดียวของ “พลเมืองฝ่ายประชาธิปไตย” ในประเทศไทย คำกล่าวเช่นนั้น ก็มิใช่ความจริงแล้วในปัจจุบันนี้

เช่นเดียวกับการบอกว่า “ฝ่ายสีเหลืองรุ่นแรกเริ่ม” คือแหล่งหลอมรวมของกลุ่มการเมืองสาย “อนุรักษนิยม” ทุกขั้วทุกฝ่าย และประสานงานกับพรรคการเมืองแนว “ขวาแท้ๆ” ได้อย่างแนบชิด ซึ่งดูจะไม่ใช่ความจริงสัมบูรณ์ ณ พ.ศ.นี้

ยิ่งกว่านั้น หากบอกว่าสังคมการเมืองไทยในปี 2567 ยังสลัดไม่พ้นจาก “การเมืองของกลุ่มสี”

ก็คงต้องบอกว่า ตัวละครหลักของการเมืองไทยไม่ได้มีแค่ “สีเหลือง” กับ “สีแดง” อีกแล้ว หากดุลอำนาจที่เปลี่ยนแปลงผันแปรไป ดุจเดียวกันกับสภาพสังคมและความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ยังทำให้บทบาทของ “กลุ่มการเมืองสีอื่นๆ” โดดเด่นน่าจับตาขึ้นมา

 

ด้านหนึ่ง

เรามี “กลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน” ที่เข้าถึงอำนาจรัฐได้อย่างต่อเนื่อง และเชี่ยวชาญวิธีการของการได้มาซึ่งคะแนนเสียงของคนชนบท รวมถึงเข้าใจไวยากรณ์การเมือง-การเลือกตั้ง-การประสานประโยชน์ของเครือข่ายสายสัมพันธ์ทางอำนาจต่างๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายแห่ง อย่างลึกซึ้งกระจ่างแจ้ง

แล้วที่สำคัญ คือ พวกเขามีเสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสภาอยู่ในมือ เท่ากับว่ามีอำนาจในการเล่นเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการกลั่นกรองผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

อีกด้านหนึ่ง

เราก็มี “พรรคการเมืองสีส้ม” ที่ประสบความสำเร็จและเก่งกาจกับการทำงานการเมืองในบริบทของการเลือกตั้งใหญ่ระดับชาติ ขณะที่ยังประสบความพ่ายแพ้อยู่บ่อยครั้งในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งยังถูกประเมินว่า อยู่ในช่วง “กระแสตก-ขาลง” ภายหลังจากการ “ยุบพรรคก้าวไกล” และต้องเริ่มตั้งไข่ “พรรคประชาชน” กันใหม่

กระนั้นก็ตาม ไม่มีใครกล้าดูถูกว่า “พรรคสีส้ม” ไม่มีฐานมวลชนกลุ่มใหญ่ที่แน่นเหนียวคอยสนับสนุนพรรคอยู่ และไม่มีใครกล้าเหยียดหยามว่า “พรรคสีส้ม” เป็นแค่พรรคการเมืองขนาดกลาง-เล็ก และไม่ใช่พรรคการเมืองใหญ่อีกแล้ว

นี่คือ “ดุลยภาพทางอำนาจ” ของ “การเมืองกลุ่มสี” ในสังคมไทย ที่หลากหลายกว่าเดิม และไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ