
ลึกแต่ไม่ลับ | จรัญ พงษ์จีน
ตัดสายสะดือ “บ้านป่ารอยต่อ”
ขอยกสำนวนไทยคลาสสิค “โจรปล้น 10 ครั้ง ไม่ร้ายเท่ากับไฟไหม้ครั้งเดียว” น่าหดหู่ห่อเหี่ยวใจ ใครโดนไฟไหม้บ้าน ทรัพย์สินเสียหาย สิ้นเนื้อประดาตัว ที่ “บ้านป่ารอยต่อ 5 จังหวัด” ของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” แจ้งสายด่วน 199 หาเบอร์สถานีดับเพลิงใกล้บ้านแจ้งเหตุฉุกเฉินไม่ทัน ใช้แก๊สปรุงอาหาร ไม่ได้เฝ้าหน้าเตา ผลดังที่ทราบ เละเป็นจุณนะซิครับ
มีการรวบรวมถึงตรรกะในการเปิดปฏิบัติการสางแค้นรุมกินโต๊ะ “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” หลั่งไหลมาทั่วสารทิศ เริ่มจากสมรภูมิทางการเมือง “พรรคพลังประชารัฐ” (พปชร.) ถูกตัดสายสะดือ เขี่ยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล “อุ๊งอิ๊ง 1” แบบทารุณ โหดร้าย “ลูกพรรค” จำนวน 20 คนภายใต้การนำของ “ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า” แหกด่านมะขามเตี้ยไปจับขั้วร่วมรัฐบาล แต่เครือข่าย “บิ๊กป้อม” ถูกเทกระจาดให้นั่งกินแห้วในซีกฝ่ายค้าน
หลังถูกเขี่ยออกจากสนามแม่เหล็กพรรคร่วมรัฐบาล “ลุงป้อม” ที่เปรียบประดุจต้นไม้ใหญ่ ใบดก นกเกาะ กลับเผชิญปัญหาสารพัดประดังประเดเข้ามาไม่หยุดหย่อน คนใกล้ชิด คนรอบข้างถูกตามเล่นงานจนโงหัวไม่ขึ้น สภาพตกต่ำมาก เข้าขั้น “สุดขีด” เลยก็ว่าได้
อู่ข้าวอู่น้ำ บ่อสำคัญอีกสถานีหนึ่งของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” สมัยที่เฟื่องฟูอำนาจ คือการเข้าไปมีบทบาทสำคัญในวงการกีฬา โดยเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้รับฉันทานุมัติให้กำกับดูแลด้านกีฬาของประเทศไทย นั่งแท่นในตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารกีฬาแห่งประเทศไทย ต่อเนื่องถึงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ที่มีเงินอู้ฟู่ ซึ่ง “บิ๊กป้อม” สามารถใช้อิทธิฤทธิ์เสกทุกสิ่งทุกอย่างได้ มีอำนาจเหลือล้น ทุกคนเกรงขาม
แต่เมื่อไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล “พปชร.” ถูกเขี่ยมาเป็นฝ่ายค้าน “ลุงป้อม” เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แค่พระอันดับนั่งอยู่ในโซนท้ายๆ ตำแหน่งแห่งหนที่เคยยิ่งใหญ่อลังการ ก็ค่อยๆ จมหายทีละตำแหน่งสองตำแหน่ง เริ่มจากประธานบอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย อันตรธานไปพร้อมรองนายกฯ
จากนั้นไม่นานก็มีข่าวฮือฮามาให้ดูชม เกี่ยวกับตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย เมื่อ “พล.ท.บุญชัย เกษตรตระการ” รองจเรกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สวมบทแจ๊กผู้ฆ่ายักษ์ ชื่อเสียงเรียงนามในวงการกีฬาแทบนไม่มีใครรู้จัก
แต่ไม่รู้ไปรับประทานดีหมีมาจากไหน ประกาศศักดา กล้าลงชิงชัยตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาทางน้ำฯ ที่ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ครองแชมป์มา 3 สมัย ซึ่งผลการเลือกตั้งออกมา ปรากฏว่า “พล.ท.บุญชัย” ได้รับเลือกด้วยเสียงข้างมาก 231 เสียง โดยที่ “บิ๊กบราเธอร์” ได้รับเสียงสนับสนุนเพียง 22 เสียง ทำให้ “บิ๊กป้อม” เสียเก้าอี้ในวงการกีฬาไปอีกหนึ่งที่นั่ง
ข่าวนี้สะเทือนเลื่อนลั่นวงการกีฬา เป็นการชี้ชัดว่า “บิ๊กป้อม” เสียรังวัด อยู่ในช่วงขาและตกต่ำสุดขีด ชีวิตพลิกตาลปัตรอย่างไม่น่าเชื่อ
ผลของความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ไม่เหลือลายในตำแหน่ง “นายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย” เสียแชมป์ให้กับโนเนมที่ชื่อ “พล.ท.บุญชัย เกษตรตระการ” สั่นสะเทือน ต่อจิ๊กซอว์ไปยังประธานคณะกรรมการโอลิมปิคกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ “บิ๊กป้อม” จะครบวาระในเดือนมีนาคม 2568 จะไม่สามารถลงชิงตำแหน่งประธานโอลิมปิคฯ ในวาระใหม่ได้ เนื่องจากไม่มีตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ตามไฟต์บังคับที่คณะโอลิมปิคฯ กำหนดไว้ ว่าผู้สมัครต้องดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกิฬาชนิดหนึ่งชนิดใด
ห้องเครื่องที่ “บิ๊กป้อม” ได้ดำรงตำแหน่งประธานโอลิมปิคฯ ต่อยอดมาจากนายกสมาคมกีฬาทางน้ำฯ เมื่อไม่ได้รับเลือก ก็หมดสิทธิโดยอัตโนมัติ ตามกฎของคณะกรรมการโอลิมปิคฯ
อย่างไรก็ตาม ลูกข่ายบ้านป่ารอยต่อฯ รู้แจ้งแทงทะลุดีว่า “ประธานโอลิมปิคฯ” ต้องหาช่องทางปกปักษ์รักษาไว้ ไม่ให้หลุดเฟรม วิ่งขาขวิดเจรจากับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมหนึ่งสมาคมใด ส่งชื่อ “บิ๊กป้อม” เข้าประกวดไปเป็นผู้แทนทำหน้าที่ “คณะกรรมการบริหารโอลิมปิคฯ ชุดใหม่” แล้วไปใช้บารมีดันเอาในก๊อกสุดท้าย ยึดเก้าอี้ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ กลับคืน แต่ดูเหมือนจะไม่หวานหมูดังที่คิด อำนาจบารมีไม่เหมือนเก่า
ล่าสุด “จอมยุทธ์โดนยึดกระบี่” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ตัวเปล่าๆ เมื่อ “การกีฬาแห่งประเทศไทย” ได้เซ็นหนังสือรับรองการจดทะเบียนการแต่งตั้งคณะกรรมการกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทยชุดใหม่ ตามที่มีการเลือกตั้งกันก่อนหน้านั้น ให้ “พล.ท.บุญชัย เกษตรตระการ” ดำรงตำแหน่งนายก
ส่งผลให้ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” เกิดสภาพขาลอย ไม่มีตำแหน่งใดๆ หลงเหลือในสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย หลุดวงโคจรไปโดยอัตโนมัติ เท่ากับตัดสายสะดือ ไม่สามารถข้ามห้วยไปเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้อีกต่อไป
สำหรับกระบวนการคัดเลือกประธานโอลิมปิคฯ ต่อไป ใช้วิธีการให้สมาคมกีฬา 38 สมาคม สำหรับบุคคลที่จะได้นั่งแท่นประธาน ต้องมาจากนายกสมาคมหนึ่งสมาคมใดก็ได้
“ลุงป้อม” ชั่วโมงนี้บอบช้ำหนักมาก อำนาจ ชื่อเสียงเกียรติคุณ กระแส กระสุน บริวารหายหมด เหลือตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นสมบัติก้นหีบอยู่เพียงเท่านั้น
ล่าสุด มีข่าวว่า ที่มั่นสุดท้าย คือที่ทำการบ้านป่ารอยต่อ 5 จังหวัด บ้านพักสวัสดิการของกองทัพบก ที่อยู่ในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ที่ “ลุงป้อม” นำมาตั้งมูลนิธิตั้งแต่ปี 2549 และต่อมานำมาเป็นจุดรวมศูนย์ ประชุม ชุมนุม ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ที่มั่นสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ มีการส่งสัญญาณอันตรายว่า การนำที่ดินทหารไปใช้เคลื่อนไหวทางการเมือง นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ไม่รู้มีใครสะกิดอะไรหรือไม่ มีข่าวว่า “นายภูมิธรรม เวชยชัย” ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กำกับดูแลกองทัพบก จะเรียกที่ดินที่เป็นที่ตั้งบ้านป่ารอยต่อ 5 จังหวัด คืนกองทัพ นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น หรือนำไปเป็นสวัสดิการให้กับทหาร
โลกใบนี้โหดร้ายมาก ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนจริงๆ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
