bg-single

เหรียญทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ พระเกจิภาคตะวันออก

29.12.2024

พระครูวรเวทมุนี ปรากฏนามเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร” เกจิอาจารย์ชื่อก้องแห่งภาคตะวันออก จ.ชลบุรี

สร้างพระเครื่องรางต่างๆ ไว้มาก ทั้งตะกรุด เสื้อยันต์ เหรียญ พระปิดตา “พระสาม” และ “พระสี่” หรือพรหมสี่หน้า

รวมทั้งเครื่องรางปลัดขิกที่มีชื่อเสียงมาก สร้างออกมามากแบบในปี พ.ศ.2484 ช่วงสงครามโลก และตาม พ.ศ.นี้เอง “พระสาม” และ “พระสี่” หรือพระพรหมสี่หน้า ก็กำเนิดตามออกมาด้วย

พระทั้ง 2 พิมพ์เป็นพระเนื้อเมฆพัด องค์หนึ่งทำเป็นพระ 3 หน้า ประทับนั่งบนฐานบัวกลีบ (3 หน้า 3 องค์) ส่วนพระสี่หรือพระพรหมสี่หน้าก็ทำเป็นพระประทับนั่งบนฐานเขียงเหมือนกันทั้ง 4 หน้า (4 หน้า 4 องค์)

ส่วนเหรียญยอดนิยม นอกจากเหรียญรูปไข่ เนื้อทองแดง ยังมี “เหรียญพิมพ์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์”

ย้อนไปในปี พ.ศ.2473 วัดสัตหีบ กำหนดหล่อพระพุทธรูปพระประธาน ประจำพระอุโบสถ คณะศิษย์จึงขออนุญาตสร้างเหรียญรูปเหมือนขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมสมทบทุนสร้าง มีทั้งเหรียญรูปไข่ และทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

ลักษณะเหรียญด้านหน้ามีรูปเหมือนนั่งขัดสมาธิ ด้านซ้ายเขียนคำว่า “วัดสัต” ด้านขวาเขียนคำว่า “หีบฯ” ใต้รูปเหมือน เขียนคำว่า “พระอุปัชฌาย์อี๋”

ด้านหลัง เขียนว่า “ที่ระฤก ในงานหล่อพระพุทธรูป” และ “พ.ศ.2473” โดยมียันต์อยู่ตรงกลาง

รุ่นนี้เป็นที่นิยม ราคาเช่าสูงมาก ปัจจุบันหายาก นักสะสมสายตรงนิยมเล่นหา

วัดสัตหีบ หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนาม “วัดหลวงพ่ออี๋” เพราะเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นโดยตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ 1 ถนนชายทะเล ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เหรียญหลวงพ่ออี๋ พิมพ์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

พระครูวรเวทมุนี หรือ หลวงพ่ออี๋ มีนามเดิมว่า อี๋ ทองขำ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2408 ที่ ต.สัตหีบ กิ่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เมื่ออายุ 25 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอก มีพระอาจารย์จั่น จันทโส เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า พุทธสโร

ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักของพระอุปัชฌาย์รวม 6 พรรษา ทั้งท่องบ่นพระพุทธมนต์ และพระปาฏิโมกข์

ต่อมาศึกษาวิปัสสนาธุระ ในสำนักของท่านพระครูนิโรธาจารย์ (หลวงพ่อปาน) วัดบางเหี้ย จ.สมุทรปราการ จนมีความชำนาญ จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดอ่างศิลา

พรรษาที่ 11 กลับมาเยี่ยมญาติที่วัดสัตหีบ และในพรรษานั้นเองได้ร่วมมือกับญาติโยมจัดการย้ายสำนักสงฆ์เดิมที่มีอยู่ที่หัวตลาด มาสร้างที่วัดสัตหีบในปัจจุบัน โดยได้อาราธนาให้ท่านครองวัดสัตหีบ สืบจนสิ้นอายุขัย

เป็นพระเถระที่มีศีลาจารวัตรงดงาม มีเมตตาธรรม เป็นพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ให้การสงเคราะห์แก่ผู้เดือดร้อนและผู้ที่เจ็บป่วยไข้ด้วยยาแผนโบราณและเวทมนตร์คาถา

หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร

มีตำนานเล่าขานว่าเมื่อครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพพันธมิตรได้โจมตีฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งอยู่ในน่านน้ำ อ.สัตหีบ แต่ปรากฏว่าลูกระเบิดที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบิน ไม่ลงมาในพื้นที่สัตหีบแม้แต่ลูกเดียว

มีผู้เห็นว่าในขณะที่เกิดสงครามมีการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินอยู่นั้น หลวงพ่ออี๋ได้นั่งบำเพ็ญจิตภาวนาอยู่กลางแจ้ง อธิษฐานจิต ทำให้ลูกระเบิดจากเครื่องบินกองทัพพันธมิตรที่โจมตีฐานทัพเรือสัตหีบ เที่ยวแล้วเที่ยวเล่าไม่ลงมาในพื้นที่สัตหีบเลยแม้แต่ลูกเดียว

ประชาชนชาวสัตหีบจึงเลื่อมใสศรัทธาในพระบุญญาธิการ จนเกิดความเคารพรัทธามาอย่างไม่เสื่อมคลาย

ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้กับ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี อย่างมากมาย อาทิ สร้างโรงเรียนประชาบาลบั๊กเส็งขึ้นภายในวัดสัตหีบ ปัจจุบันได้ย้ายไปตั้งและทำการอยู่ที่ถนนบ่านนา และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนสัตหีบจนถึงปัจจุบัน ในการให้การศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น

ด้านวัตถุมงคลสร้างไว้ให้เป็นขวัญและกำลังใจของประชาชนไว้แจกทหารเรือหรือเสื้อยันต์ ผ้าพันหมวก ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในบรรดาเครื่องรางของท่าน ได้แก่ ปลัดขิก ที่มีชื่อเสียงในด้านมงคล ทำมาค้าขึ้นที่ผู้คนนิยมเช่าไปบูชากัน

ต่อมาเริ่มอาพาธ ด้วยอาการฝีที่คอตั้งแต่เดือนมีนาคม 2489 แม้เอายาสมุนไพรปิดพอกบ้าง แต่อาการไม่ทุเลาลง จนโรคฝีได้กำเริบ ทำให้ต้องพักการทำวัตรสวดมนต์ กำลังวังชาเริ่มถดถอยลงตามลำดับ

 

พอถึงวันที่ 20 กันยายน 2489 ตรงกับแรม 10 ค่ำเดือน 10 ปีจอ เวลา 21.05 น. จึงละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 82 ปี พรรษา 57

จนถึงปัจจุบันชื่อเสียงยังเป็นที่บอกกล่าวเล่าขานกันสืบต่อมา บารมีและวัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ก็ยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน

ด้วยเหตุนี้ วัดสัตหีบ จึงได้จัดงานประจำปีติดต่อกันมา เพื่อให้ศิษยานุศิษย์และผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาร่วมทำบุญบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย และผลรายได้จากการจัดงานได้นำไปก่อสร้างและซ่อมแซมเสนาสนะวัดสัตหีบ มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในแต่ละปี และบริจาคเป็นสาธารณกุศลต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก

เกียรติคุณความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ยังเป็นที่กล่าวขวัญสืบมาจนถึงบัดนี้ •

 

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

[email protected]

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ศ.สุชาติ ชี้ควรปฏิรูป​สตง.​จาก“องค์กรตรวจจับความผิด สู่องค์กรพิทักษ์เงินของประชาชน”
พระคเณศ เทวดามหาชน—มีงานที่ปราจีนบุรี
ไพร่สมใหม่ : จากโกงสอบสู่การยึดกุมราชการ
ขุดพบ Proposal คู่แฝด คดีลอกงานวิจัย “เมืองฮอด”
วิกฤตกะลาสีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กระโดดหนีจากเรือ เพราะอยู่ในทะเลนานกว่า 250 วัน
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (1)
ดินแดง ราชปรารภ แนวรุก แนวรับ พื้นที่ ประตูน้ำ ปากทาง ก่อนเข้า ราชประสงค์
เมื่อเงินรัฐมีจำกัด ถึงเวลาชั่งน้ำหนัก ‘ประคอง’ หรือ ‘ปรับ’ เศรษฐกิจ!!
‘บิ๊กปู’ รื้อ โผ ทบ. หลังส่ง ‘เสธ.ปูด้วง’ นั่งเลขาฯ สมช. ยึดแผงมั่นคง ตท.26 เบิ้ล ปลัด กห. ‘บิ๊กใหญ่’ สุดต้าน พลัง ตท.26 ข้ามห้วย ทัพไทย ลุ้น ชิง ผบ.เสือป่า
‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ ‘พรรคประชาชน’ ต้องไม่คิดแค่เรื่อง ‘สิทธิ’ จนลืม ‘แข่งขันกับโลก’
เปลี่ยนแลนด์สเคป ‘เกาะรัตนโกสินทร์’ พลิกโฉมทำเลราชดำเนิน ภารกิจร่วม รัฐ-ราชการ-เอกชน
E-DUANG | จากอาทิตย์ 30 สิงหาคม ไปยังจันทร์ 14 กันยายน