เปลี่ยนแลนด์สเคป ‘เกาะรัตนโกสินทร์’ พลิกโฉมทำเลราชดำเนิน ภารกิจร่วม รัฐ-ราชการ-เอกชน
บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ
เปลี่ยนแลนด์สเคป
‘เกาะรัตนโกสินทร์’
พลิกโฉมทำเลราชดำเนิน
ภารกิจร่วม รัฐ-ราชการ-เอกชน
ย่านเกาะรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน ถนนสายประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นถนน “ฌอง เอลิเซ่” เมืองไทย กำลังจะถูกพลิกโฉมครั้งสำคัญในรอบหลายปี
หลังรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ประกอบด้วย หน่วยราชการในพระองค์ โครงการในพระราชดำริ สำนักพระราชวัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
ผนึกกำลังบูรณาการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์
และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน ตามโครงการพระราชดำริ พระบรมราโชบาย

นําไปสู่การประชุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุม ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
งานนี้ “อนุทิน” มอบหมายนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการ เป็นแม่งาน และมี ปตท.เป็นผู้ประสานหลักในการเขียนแบบโปรเจ็กต์
ด้านพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า อนาคตจะพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ เป็นสถานที่แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์สำคัญ ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ เขียนแบบ รูปแบบการพัฒนาสวน โดยทาง ปตท.จะเป็นผู้ประสานหลักในการเขียนแบบที่มีความชำนาญในด้านนี้
ยังได้รับความกรุณาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อนุญาตให้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ โดยจะสร้างเป็นสวน 2 ชั้น
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยจะได้นำต้นไม้ของแต่ละจังหวัดของประเทศไทยมาทำให้เป็นสวนที่ร่มรื่น สวยงาม โดยทำพื้นที่ริมคลองซ่อมแซม และปรับปรุงคลองให้สวยงามขึ้นต่อไป
สำหรับการได้มาของพื้นที่ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดภูเขาทอง เตรียมกระชับพื้นที่กับผู้เช่าตึกแถว 108 คูหา ริมคลองโอ่งอ่างและซอยบรมบรรพต กำลังจะหมดสัญญาพร้อมกันในเดือนธันวาคม 2569 รวมเป็นพื้นที่กว่า 7 ไร่ สร้างเป็นสวนสาธารณะเชื่อมกับป้อมมหากาฬ อยู่ฝั่งตรงข้าม ให้เป็นสวนลอยฟ้า 2 ชั้น ขนาดใหญ่ 13 ไร่ ใจกลางย่านประวัติศาสตร์
ขณะที่ “อนุทิน” หลังได้ฟังข้อมูล ดูแบบร่างและคอนเซ็ปต์ของโครงการแล้ว เชื่อมั่นว่าสามารถทำได้ เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีและพร้อม ขณะที่พื้นที่ก็มีจุดขาย ด้วยภูมิทัศน์ใหม่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยได้มาท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ
“พร้อมสนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่ และขอให้หัวหน้าส่วนราชการให้ความสำคัญ ดำเนินการให้สำเร็จทันพระชนมายุ 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”

ด้าน “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม.ได้รับทราบข้อมูลแล้ว เชื่อมั่นว่าบริเวณนี้จะเป็นจุดยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ ซึ่งมีรถไฟฟ้า 2 สายมาบรรจบกัน คือสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อรถ ราง เรือ เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ ซึ่งคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าจะมีส่วนร่วมในการออกแบบ บูรณาการความสำเร็จ ร่วมมือ และร่วมใจกัน
การจุดพลุโครงการก่อสร้างสวนลอยฟ้า 2 ชั้น เชื่อมภูเขาทองกับป้อมมหากาฬ จะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่ไม่ใช่แค่สองย่านพื้นที่สำคัญอย่าง “ภูเขาทองกับป้อมมหากาฬ” ยังขยายพื้นที่ต่อเนื่องไปถึงถนนราชดำเนิน ไปถึงสนามหลวง
ปัจจุบันถนนราชดำเนินตลอดแนวเส้นทาง อาคารต่างๆ ทางสำนักงานพระคลังข้างที่กำลังทยอยพลิกโฉมใหม่ให้เป็นสไตล์และโทนสีเดียวกัน คือสีเหลืองครีม โดยมี “อาคารเทเวศประกันภัย” ที่ปรับปรุงเสร็จแล้ว เป็นโมเดลต้นแบบ เพื่อเป็นการรองรับการเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ กับสายสีม่วงใต้เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ภายในปี 2573 เชื่อมต่อระบบการคมนาคมสมัยใหม่เข้าสู่เมืองประวัติศาสตร์
ในขณะนี้สำนักงานพระคลังข้างที่อยู่ระหว่างเปิดให้เช่าอาคารและที่ดิน ระยะยาว 30 ปี จำนวน 7 อาคาร ริมถนนราชดำเนินกลาง ไล่ตั้งแต่อาคารบริเวณสี่แยกคอกวัว อาคารข้างศึกษาภัณฑ์ อาคารข้างเทเวศประกันภัย อาคารเบนซ์ อาคารข้างโชว์รูมเบนซ์ อาคารข้างธนาคารออมสิน มาถึงอาคารโรงแรมรัตนโกสินทร์
เนื่องจากมองว่า “ถนนราชดำเนิน” เป็นถนนสายหลักและเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ ต่อไปจะเป็นย่านแลนด์มาร์กที่สำคัญของประเทศ ด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์กลางในย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ซึ่งรายล้อมด้วยแลนด์มาร์กสำคัญทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
อาทิ วัดพระแก้ว หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทุกพื้นที่โดดเด่นด้วยอาคารซึ่งตั้งตระหง่านบนถนนราชดำเนินกลาง สะท้อนเสน่ห์เหนือกาลเวลาของเมืองในอดีต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าในเชิงพาณิชย์ให้แก่พื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ สำนักงานพระคลังข้างที่ยังนำที่ดิน 6 ไร่ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เช่าระยะยาว เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD

สําหรับโครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2566 ใช้งบก่อสร้างประมาณ 970 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง โดยมีบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ตามแผนที่กำหนดไว้ในสัญญาจะสร้างเสร็จในปี 2570
รูปแบบของโครงการพัฒนาเป็นอาคารหลัก 2 ส่วน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 20,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคาร Ratchadamnoen Center 1 ขนาด 5 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 16,000 ตารางเมตร เป็นศูนย์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ประกอบด้วย พื้นที่ห้องสมุด พื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะ พื้นที่แสดงออก เช่น หอประชุมอเนกประสงค์ พื้นที่จัดนิทรรศการ และพื้นที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยจะย้ายพื้นที่ TK park จากชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์มารวมไว้ในอาคารนี้
และอาคาร Ratchadamnoen Center 2 ขนาด 1 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 4,000 ตร.ม. ประกอบด้วย พื้นที่จัดกิจกรรมทางวิชาการ จัดแสดงนิทรรศการ โดยจะย้ายสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จากอาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล มารวมไว้ในอาคารนี้
เป็นเมกะโปรเจ็กต์ที่จะมาพลิกโฉมยกระดับเชิงกายภาพของถนนและย่านประวัติศาสตร์ สู่แลนด์มาร์กระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้
