หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่พบการนำหนังสือที่เป็นข้อพิพาทไปใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการ เรื่องกลับไม่จบตามที่คาด เมื่อมีการเปิดเผยเอกสารชุดใหม่ที่อาจพลิกโฉมทิศทางของคดีนี้ทั้งหมด
เอกสารที่ถูกนำมาเปรียบเทียบคือข้อเสนอโครงการวิจัย หรือ Proposal จำนวน 2 ฉบับ ที่ทั้งสองระบุว่าจัดทำขึ้นคนละปีและขอทุนจากคนละแหล่ง แต่เมื่อวางเคียงกัน กลับพบว่าเนื้อหาในส่วนสำคัญหลายจุดเหมือนหรือใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่หลักการและเหตุผล ที่มาและความสำคัญของเมืองฮอด บทบาทของแม่น้ำปิงในฐานะเส้นทางการค้า หลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างจามเทวีวงศ์และโคลงมังทรารบเชียงใหม่ โบราณสถานชุดเดียวกัน ได้แก่ วัดหลวงฮอด วัดเจดีย์สูง วัดสันหนอง และวัดศรีโขง ไปจนถึงการอธิบายผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนภูมิพลที่ทำให้ชุมชนอพยพและโบราณสถานถูกน้ำท่วม
Proposal ฉบับแรกเป็นของ ผศ.ดร.สุรชัย จงจิตงาม นำเสนอในลักษณะ “วิจัยเบื้องต้น” เน้นการสำรวจและเก็บข้อมูลพื้นที่ฮอด ทั้งทางกายภาพ ประวัติชุมชน และโบราณสถาน ส่วน Proposal ฉบับที่สองระบุว่าเป็น “วิจัยต่อยอด” จากโครงการสำรวจศิลปกรรมในอำเภอฮอดที่ดำเนินการไปก่อนหน้าแล้ว และอ้างว่าข้อมูลทางกายภาพและประวัติชุมชนได้ถูกเก็บรวบรวมไว้แล้ว
ความแตกต่างในสถานะของโครงการนี้เองที่กลายเป็นหัวใจของคำถาม เพราะหากโครงการที่ 2 เป็นงานต่อยอดจริง ข้อมูลจากโครงการเดิมถูกนำมาใช้ในระดับใด และส่วนใดคือองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดจากการต่อยอดนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารที่ถูกเปิดเผยยังอ้างผลการเปรียบเทียบงานปลายทางว่า เนื้อหาและรูปภาพในผลงานทับซ้อนกับรายงานวิจัยปี 2563 ของ ผศ.ดร.สุรชัยถึง 95.7% โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นราว 11 หน้านั้น ส่วนใหญ่เป็นการจัดหน้า จัดรูปเล่ม และงานกราฟิก ไม่ใช่เนื้อหาวิชาการใหม่
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากเอกสารที่ถูกนำมาเปิดเผย ยังต้องผ่านการตรวจสอบเกณฑ์และวิธีการประเมินก่อนสรุปว่าเข้าข่ายการคัดลอกผลงานทางวิชาการหรือไม่
ทัศนัย เศรษฐเสรี ซึ่งเป็นผู้นำ Proposal ทั้งสองฉบับมาเปรียบเทียบต่อสาธารณะ ตั้งคำถามสำคัญที่ยังรอคำตอบว่า โครงการทั้งสองเชื่อมโยงกันอย่างไร โครงการใดเกิดขึ้นก่อน ข้อมูลชุดใดถูกจัดทำโดยใคร และเมื่อมีการนำข้อมูลเดิมมาใช้ต่อ มีการระบุแหล่งที่มาและเครดิตผู้จัดทำไว้อย่างไรและชัดเจนเพียงใด
“เนื้อหางานวิจัยสองฉบับเหมือนกัน 95.7% ภาพประกอบมีความแตกต่าง 13.5% นิติพิสูจน์เปรียบเทียบ (Forensic Comparison) มองเห็น เหลือเพียง มช. ที่ไม่เห็น” ทัศนัย ระบุ
และว่า “ที่เหมือนกันอย่างมีนัยยะสำคัญที่สุด คือคำสะกดผิด ในตำแหน่งเดียวกัน บรรทัดเดียวกัน ทั้งในเอกสารโครงการ เล่มหนังสือ และบรรณานุกรม น่าจะบังเอิญ เหมือนฮั้ว สว” ทัศนัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม การพบเนื้อหาที่ใกล้เคียงกันในเอกสารสองฉบับยังไม่ใช่บทสรุปว่ามีการขโมยผลงาน แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าคำชี้แจงของ มช. ที่ผ่านมายังไม่ครอบคลุมข้อสงสัยที่เกิดขึ้น
และกรณีวิจัย “เมืองฮอด” ยังไม่ถึงเวลาปิดแฟ้ม
