‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ ‘พรรคประชาชน’ ต้องไม่คิดแค่เรื่อง ‘สิทธิ’ จนลืม ‘แข่งขันกับโลก’
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’
‘พรรคประชาชน’ ต้องไม่คิดแค่เรื่อง ‘สิทธิ’
จนลืม ‘แข่งขันกับโลก’
หมายเหตุ : เนื้อหาบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในรายการ “ประชาธิปไตย 2 สี” โดย “ใบตองแห้ง-อธึกกิต แสวงสุข”
: (หลายปีที่ผ่านมา) การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพมนุษยชนอะไรต่างๆ มันได้บางอย่างมา แต่บางอย่างมันถูกกดจนกระทั่งไปต่อไม่ได้เลย แล้วเราก็เหมือนกับว่าไม่รู้จะทำอะไร?
อันนี้เป็นปัญหาของ “ฝ่ายซ้ายไทย” ที่คิดแต่เรื่อง “สิทธิ” อย่างเดียว ไม่ได้คิดเรื่องการแข่งกับโลกเลย
ผมคิดว่าเรารู้สึกเซ็กซี่กับเรื่องสิทธิมากเกินไป จนไม่คิดถึงเรื่องการแข่งขัน จริงๆ ถ้าเป็น “ซ้ายยุโรป” หรือ “ซ้ายของโลก” เขาจะพูดกันว่าคุณจะแข่งขันกันมากขึ้นอย่างไร
นี่เป็นปัญหาของซ้ายไทยที่ยังฝันอยู่ในยุค 14 ตุลาฯ ยังรู้สึกว่าการต่อสู้ที่แหลมคมคือการยืนยันเรื่องสิทธิและสู้กับโครงสร้างอำนาจ (แล้ว) ฟูลสต๊อป ทั้งๆ ที่โลกใหม่มันเรียกร้องให้คุณมีสิทธิและคุณต้องเก่งด้วย แต่ฝ่ายซ้ายไทยไม่เคยมาถึงคำว่า “เก่ง” จะจบแค่คำว่า “สิทธิ”
แต่โลกฝ่ายซ้ายยุโรปที่มันพอไปต่อกันได้ อย่างในสเปนหรือในประเทศที่ฝ่ายซ้ายยังพอสู้ได้ มันคือสิทธิ สวัสดิการ และความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น ถ้าวิจารณ์เรื่องนี้ (นี่) คือปัญหาของฝ่ายซ้ายไทยที่ไม่เข้าใจโลก
ยกตัวอย่างฝ่ายซ้ายในสเปน เขาพูดกันว่าจะอยู่กับโลกยุคใหม่อย่างไร เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ผมไปงานประชุมสุดยอดที่สเปน เขารวมฝ่าย “สังคมนิยมประชาธิปไตย” ทั่วโลก
พรรคประชาชนก็เป็นหนึ่งในพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยที่ถือว่าได้คะแนนสูง ในบรรดาพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยอื่นๆ ทั่วโลก สูงกว่าพรรคในสวีเดนด้วยซ้ำ
จะมีสเปนและบราซิลเป็นหัวแรงหลัก เพราะถือว่าเป็นพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยที่เป็นรัฐบาลอยู่ เขามองว่าการขึ้นมาของฝ่ายขวาและ “โดนัลด์ ทรัมป์” ทำให้ฝ่ายก้าวหน้าทั่วโลกต้องร่วมมือกันมากกว่านี้ กล้าต่อสู้ กล้ายืนยันเรื่องที่มันไปไกลกว่าเรื่องสิทธิ
หมายถึงคุณจะแข่งขันอย่างไร คุณจะมีนโยบายอุตสาหกรรมที่มันเป็น “อุตสาหกรรมใหม่” อย่างไร เมื่อสุดท้าย คุณต้องเลือกว่าจะอยู่กับอเมริกาหรือจีน ซึ่งประเทศที่เหลือ ถ้าคุณไม่พัฒนาตัวเอง คุณก็อยู่ไม่ได้
ดังนั้น ความก้าวหน้าในโลกยุคใหม่ มันคือ “ความก้าวหน้าในเชิงเทคโนโลยี” ด้วย ถ้าคุณจบแค่เรื่องสิทธิ แล้วคุณรู้สึกว่าต้องพูดเรื่องสิทธิเท่านั้น ถึงจะเป็นการแสดงความแหลมคม ผมรู้สึกว่ามันคือการพายเรือไปในอ่าง ไม่ได้พาประเทศไปไหน ไม่พาคนไทยไปไหน สิทธิต้องบวกกับความสามารถในการแข่งขันด้วย
ประเทศที่ฝ่ายซ้ายเป็นรัฐบาลในตอนนี้จะมีสเปน บราซิล และในยุโรปเหนือที่กำลังรอจังหวะเลือกตั้ง ส่วนในประเทศอังกฤษ จริงๆ พรรคแรงงานก็ชนะ แต่ยังล้มลุกคลุกคลาน เพิ่งเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีไป ดังนั้น มันมีปัญหาที่เป็นระดับโลกอยู่เหมือนกัน ที่ฝ่ายก้าวหน้าก็ถูกรุมเร้าและคนคาดหวัง
อย่างในอังกฤษชัดเจนเลย ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ลำบาก เพราะของแพง พลังงานก็พึ่งพาชาติอื่น อาชญากรรมสูง ปัญหาคนอพยพที่หาจุดสมดุลไม่ได้ หรือ “เบร็กซิต” ที่ไม่ว่าจะรวมตัวหรือจะแยกตัวออกมา (จากสหภาพยุโรป) ก็เลวร้ายทั้งสองทาง
แต่อังกฤษมีจุดหนึ่ง ถ้าวิจารณ์ย้อนกลับไปมันคือการละเลยความสามารถในการผลิต คือตอนที่กระแสการเงินมาอังกฤษ (เขา) กลายเป็นศูนย์กลางธนาคาร แต่ทิ้งเมืองลิเวอร์พูล เมืองแมนเชสเตอร์ที่เคยเป็นโรงงานที่มีอุตสาหกรรมเข้มแข็ง
แต่โลกการเงินมันไหลเร็ว พอการเงินคุณไหลออกเมื่อไร คุณไม่เหลือความสามารถในตัวเองเลย
ที่ผมกังวลกับประเทศไทยคือแบบนี้แหละ ถ้าเรามัวสนใจแต่ภาคการเงิน หรือภาคการลงทุน แต่เราไม่ให้ความสำคัญกับภาคการผลิต ภาคแรงงาน พอถึงเวลาโลกมันไหลไป คุณเพิ่มค่าแรงเท่าไรก็ไม่พอ ถ้าเงินมันเฟ้อ
(ของ) อังกฤษ ต่อให้คุณเพิ่มค่าแรงเข้าไป แต่ค่าพลังงานมันสูงกว่า แล้วคุณไม่มีความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง ก็อยู่ไม่ได้
ถ้าเทียบกัน ผมจะมีความเป็น “สังคมนิยมประชาธิปไตยแบบยุโรป” คือเราเห็นความกังวลของโลกแล้ว มันคือการที่จะทำอย่างไรให้คนของเราเก่งขึ้น ชาวนา เกษตรกร แรงงานภาคต่างๆ มนุษย์เงินเดือนเราจะเก่งขึ้นได้อย่างไร
ผมจะหมกมุ่นกับเรื่องแบบนี้ แล้วรู้สึกว่าพรรคมีหน้าที่เสนอ “ทางเลือก” และ “ทางออก” ให้กับประชาชน เขาจะซื้อหรือไม่ซื้อ ผมคิดว่าสุดท้ายเป็นสิทธิ์ของประชาชน แต่พรรคมีหน้าที่เสนอตรงนั้น
: ที่ฝ่ายซ้ายในหลายประเทศแพ้ตอนนี้ เพราะตอบสนองเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้?
คือถ้าเป็น “ฝ่ายซ้ายเก่า” เลย พอคิดอะไรไม่ออกก็ “ทวงคืนรัฐวิสาหกิจ” ยกตัวอย่าง “ซ้ายสุดขอบ” อย่างในเวเนซุเอลา พอคิดอะไรไม่ออกก็ยึดทรัพย์สินเอกชนเข้ามา แต่ไม่ได้คิดเรื่องการแข่งขันเหมือนกัน ไม่ได้คิดว่าคนจะเก่งขึ้นได้อย่างไร จะอยู่ในโลกสมัยใหม่ได้อย่างไร
พอคุณจบแค่นั้น มันก็เป็น “ชาตินิยม” อีกแบบหนึ่ง โรงงานต่างชาติยึดมาหมดเลย แล้วก็อ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายก้าวหน้าด้วย มันก็มีปัญหาอีกแบบว่า แล้วโรงงานคุณจะแข่งกับโลกได้ไหม
ยิ่งจีนกับอเมริกาที่แบ่งขั้วกันแบบนี้ ขนาดในยุโรปเองยังจะตาย ยุโรปยังคิดว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหน แรงงานจะอยู่รอดอย่างไร เจอเอไอจากทั้งอเมริกาและจีนเข้าไปบีบ
ของเรายิ่งน่ากังวลกว่าในแง่นี้ เพราะว่าสุดท้าย คนอาจจะเบื่อ “ระบอบน้ำเงิน” แต่เขาหันไปหา “ทุนเทา” ทุนเทาก็เป็นทางเลือกในสังคมไทย หรือคุณจะอยู่กับ “ระบบอุปถัมภ์” หรือคุณจะอยู่กับ “เศรษฐกิจนอกระบบ” หรือใครที่เก่งหน่อยก็ “ออกไปนอกประเทศ” ดีกว่า
ดังนั้น เรา (พรรคประชาชน) อยากเป็น “ทางเลือกที่เป็นจริง” นอกจากยืนยันเรื่องสิทธิแล้ว มันเลยต้องเสนอว่าแต่ละคน แต่ละภาคส่วน จะเก่งขึ้นได้อย่างไร อยู่ในโลกสมัยใหม่ได้อย่างไร
: หลายคนบอกว่าพรรคประชาชนยังซ้ายไม่พอ?
ก็แล้วแต่ ผมรู้สึกว่าภารกิจของผมคือสู้กับ “ระบอบน้ำเงิน” เสนอทางออก ยืนยันสิทธิ ทำให้คนเก่งขึ้น สู้กับโลกได้
คุณจะนิยามว่ามันเป็น “ซ้ายกลาง” หรือ “ซ้ายอะไร” ผมไม่รู้หรอก
