bg-single

เมื่อเงินรัฐมีจำกัด ถึงเวลาชั่งน้ำหนัก ‘ประคอง’ หรือ ‘ปรับ’ เศรษฐกิจ!!

31.08.2026

เศรษฐกิจ

เมื่อเงินรัฐมีจำกัด ถึงเวลาชั่งน้ำหนัก

‘ประคอง’ หรือ ‘ปรับ’ เศรษฐกิจ!!

ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในวันนี้ อาจเปรียบได้กับผลตรวจสุขภาพของประเทศ เมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี คือมูลค่ารวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ทั้งการจับจ่ายใช้สอย การลงทุน การจ้างงาน รวมถึงการผลิตสินค้าและบริการ ตัวเลขที่ออกมาในแต่ละไตรมาสจึงไม่ได้เป็นเพียงเปอร์เซ็นต์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังสะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจประเทศคือ กำลังซื้อ ปากท้อง รายได้ และความเป็นอยู่ของคนในประเทศ

ล่าสุด ผลตรวจสุขภาพเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ออกมาที่ 1.9% ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เป็นผู้วินิจฉัย พร้อมกับปรับค่ากลางจีดีพีทั้งปีที่ 2.2%

คำถามจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตเท่าไร

แต่ในวันที่จีดีพียังวนเวียนอยู่แถว 2% ไทยจะสร้างแรงส่งอย่างไร เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายมากกว่า 3%

สําหรับรัฐบาล หนึ่งในคำตอบสำคัญยังคงอยู่ที่การลงทุน ขุนคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่า แม้จีดีพีไตรมาส 2 ที่โต 1.9% จะไม่ใช่ตัวเลขที่น่าพอใจ แต่ยังสอดคล้องกับที่กระทรวงการคลังประเมินไว้ และยืนยันว่ามาตรการประคองเศรษฐกิจของรัฐบาลดำเนินมาถูกทาง

โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพเร่งตัวขึ้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉินฯ เพื่อใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสสำหรับดูแลค่าครองชีพของประชาชน

แต่หากมองไปที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจ “พระเอก” ของไตรมาส 2 เห็นได้ชัดจากการลงทุนภาคเอกชน

ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึง 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี และเติบโต 2 หลักต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ Thailand Fast Pass ของบีโอไอ ที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนจริงจากภาคเอกชนสูงถึง 2.55 แสนล้านบาท โดยการลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรม S-Curve ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เอไอ พลังงานสะอาด และการแปรรูปเกษตร

พร้อมกันนั้น การส่งออกสินค้าและบริการยังขยายตัวต่อเนื่อง จาก 12.1% ในไตรมาสแรก เป็น 12.5% ในไตรมาส 2 โดยสินค้าสำคัญคือกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก และยังไปในทิศทางเดียวกับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ของไทย

เอกนิติจึงมองว่า มุมมองของต่างชาติที่จัดลำดับให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของประเทศเกิดใหม่ที่สามารถคว้าโอกาสจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ของโลกรอบนี้ มีความสำคัญไม่น้อย

โจทย์จึงไม่ใช่ว่าไทยต้องวิ่งตามอุตสาหกรรมใหม่หรือไม่ แต่คือ ไทยจะคว้าโอกาสอย่างไร ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain และส่งต่อประโยชน์ไปยังภาคอุตสาหกรรมในประเทศได้จริง เพราะนั่นอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย

ทว่า พื้นที่การคลังไม่ได้มีไม่จำกัด แม้การลงทุนจะเริ่มเห็นสัญญาณบวก และรัฐบาลยังมีความหวังที่จะผลักดันเศรษฐกิจให้โตมากกว่า 3% แต่พื้นที่การคลังที่แคบลง หนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 66.9% และกำลังขยับเข้าใกล้เพดาน 70% จึงทำให้การใช้เงินของรัฐบาลไม่สามารถคิดเพียงว่าจะใช้เท่าไร แต่ต้องคิดให้หนักขึ้นว่าใช้ตรงไหน

ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า หากรัฐบาลต้องการพาเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมายจีดีพี 3% ภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด รัฐจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักการเดินหน้า 2 ขาไปพร้อมกัน

ขาหนึ่ง คือประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น อีกขาหนึ่ง คือปรับโครงสร้าง เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

หากจำเป็นต้องใช้เงินประคองเศรษฐกิจ มาตรการควรเป็นแบบพุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่เดือดร้อนจริง และจำกัดขอบเขตให้ชัดเจน แทนการแจกเงินแบบหว่านแห

ขณะเดียวกัน เงินอีกส่วนต้องถูกนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างการเติบโตในระยะยาว รวมถึงการเพิ่มทักษะและรายได้ให้แรงงาน

เพราะเมื่อประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง การใช้จ่ายของครัวเรือนก็จะกลับมาสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

ณัฐพรประเมินว่า หนี้สาธารณะของไทยมีโอกาสแตะเพดาน 70% ในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งได้รวมผลกระทบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเข้าไปแล้ว

แม้การแตะระดับดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทันที แต่เป็นสัญญาณว่าพื้นที่ทางการคลังของไทยลดลงไปมาก โดยสิ่งที่น่ากังวลคือ หนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เศรษฐกิจยังเติบโตเพียงระดับ 2%

สำหรับตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ที่ออกมา 1.9% ณัฐพรมองว่าดีกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ประเมินว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 1.9% แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขที่ออกมา หากอยู่ที่โครงสร้างของการเติบโต

เพราะแรงขับเคลื่อนหลักยังพึ่งพาการส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ขณะที่การบริโภค การผลิต และการท่องเที่ยวกลับมีสัญญาณอ่อนแอลง การเติบโตจึงยังมีลักษณะกระจุกตัว และแม้จีดีพีไตรมาส 2 จะออกมาดีกว่าคาด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจทั้งปีไว้ที่ 2.0%

โจทย์การใช้เงินให้ตรงจุดยังสอดคล้องกับมุมมองของภาคธุรกิจ วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย มองว่า หากรัฐบาลต้องการผลักดันจีดีพีให้เติบโตถึง 3% ภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด การประคองเศรษฐกิจจะต้องไม่ใช้เงินแบบเบี้ยหัวแตก แต่ต้องโฟกัสเฉพาะกลุ่ม

เช่น การเสริมสภาพคล่องให้ครัวเรือน หรือธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องจริง เพื่อช่วยไม่ให้ธุรกิจต้องล้มและยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ขณะเดียวกัน ในด้านการปรับโครงสร้าง ต้องหันมาโฟกัสการลดต้นทุนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะนโยบาย Net Zero หรือ Carbon Neutral

ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนให้เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดอย่างการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ต้องทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านได้จริง และต้องช่วยลดต้นทุนได้จริง

เพราะหากแต่ละภาคส่วนมีแหล่งพลังงานของตัวเอง ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว

วิศิษฐ์ยังมองว่า พื้นที่ทางการคลังที่จำกัดก็อาจเป็นแรงกดดันในเชิงบวก ที่บังคับให้รัฐต้องใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือเพิ่มทักษะเพื่อสร้างรายได้และลดต้นทุนในอนาคต ย่อมเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่หากกู้เงินเพื่อนำมาแจกจ่าย คงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากขึ้นในยุคนี้

เพราะการพาเศรษฐกิจไทยจาก 2% ไปสู่ 3% คงไม่ได้เกิดจากการอัดฉีดเงินในระบบเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ภายใต้ความกดดันจากพื้นที่ทางการคลังที่จำกัด รัฐต้องเลือกให้ถูกว่าเงินก้อนใดควรใช้เพื่อประคองเศรษฐกิจในวันนี้ และเงินก้อนใดควรใช้เพื่อสร้างเศรษฐกิจในวันข้างหน้า เพื่อให้การเติบโตของไทย

ไม่ได้ขยับขึ้นเพียงชั่วคราว…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิกฤตกะลาสีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กระโดดหนีจากเรือ เพราะอยู่ในทะเลนานกว่า 250 วัน
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (1)
ดินแดง ราชปรารภ แนวรุก แนวรับ พื้นที่ ประตูน้ำ ปากทาง ก่อนเข้า ราชประสงค์
เมื่อเงินรัฐมีจำกัด ถึงเวลาชั่งน้ำหนัก ‘ประคอง’ หรือ ‘ปรับ’ เศรษฐกิจ!!
‘บิ๊กปู’ รื้อ โผ ทบ. หลังส่ง ‘เสธ.ปูด้วง’ นั่งเลขาฯ สมช. ยึดแผงมั่นคง ตท.26 เบิ้ล ปลัด กห. ‘บิ๊กใหญ่’ สุดต้าน พลัง ตท.26 ข้ามห้วย ทัพไทย ลุ้น ชิง ผบ.เสือป่า
‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ ‘พรรคประชาชน’ ต้องไม่คิดแค่เรื่อง ‘สิทธิ’ จนลืม ‘แข่งขันกับโลก’
เปลี่ยนแลนด์สเคป ‘เกาะรัตนโกสินทร์’ พลิกโฉมทำเลราชดำเนิน ภารกิจร่วม รัฐ-ราชการ-เอกชน
E-DUANG | จากอาทิตย์ 30 สิงหาคม ไปยังจันทร์ 14 กันยายน
ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เฟมินิสต์ปลาแดก คุย ‘เรื่องใต้พรม’ ในขบวนการเคลื่อนไหว ‘เราต้องไม่หลงประเด็น’
เมื่อ 51 จุดระเบิด สั่นสะเทือนชายแดนใต้ ประณามความรุนแรง แยกแยะข้อเท็จจริง และทวงถามความยุติธรรม
E-DUANG | สถาปนา วิกฤต ศรัทธา เป้าหมาย ร้อน การเมือง
ในเครื่องแบบ”มั่นคง” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร