bg-single

ดินแดง ราชปรารภ แนวรุก แนวรับ พื้นที่ ประตูน้ำ ปากทาง ก่อนเข้า ราชประสงค์

31.08.2026

ยุทธการแดงเดือด

ดินแดง ราชปรารภ

แนวรุก แนวรับ พื้นที่ ประตูน้ำ

ปากทาง ก่อนเข้า ราชประสงค์

เมื่อ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ระบุว่า บริเวณแยกมักกะสันตอนกลางดึกมีทหารประจำการอยู่ 3 จุด โดยอ้างอิง “รายงานการสืบสวนคดีพิเศษที่ 306/2553” เอกสารวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 (คดีเด็กชายคุณากร) คือ

จุดที่ 1 หน้าโรงแรมอินทรา

ประจำการในลักษณะใช้รั้วลวดหนามกั้นถนนและติดป้ายยืนยันให้เห็นว่าเป็นพื้นที่ “กระสุนจริง”

จุดที่ 2 บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์

ประจำการอยู่บริเวณบันไดทางขึ้นทั้งสองฝั่งถนน ตัวสถานีที่อยู่เหนือพื้นผิวจราจรและมีบังเกอร์ขนาดเล็กอยู่ฝั่งตะวันตก ตั้งกำแพงน้ำพลาสติกจราจร (สีส้ม) เป็นเครื่องกีดขวางในแถวแรกประมาณ 3 ใน 4 ของผิวจราจร

แถวที่สองเป็นลวดหนามเต็มผิวจราจรและมีกรวยยางขนาดเล็กปิดไว้อีกชั้นหนึ่ง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้

จุดที่ 3 แยกจตุรทิศ

ประจำการเป็นบังเกอร์ขนาดใหญ่ปิดการจราจรครึ่งหนึ่ง

หากไม่เข้าใจลักษณะพื้นที่บริเวณถนนราชปรารภ สามเหลี่ยมดินแดง และมักกะสัน

ก็อาจจะมองไม่เห็นภาพ

ถนนราชปรารภตั้งอยู่ในเขตราชเทวี มีระยะทาง 1.4 กิโลเมตร เริ่มต้นที่สามเหลี่ยมดินแดง มุ่งตรงไปทางทิศใต้ผ่านถนนรางน้ำ ตัดกับถนนศรีอยุธยาที่สี่แยกราชปรารภ (หรือเรียกว่าแยกซอยหมอเหล็ง)

ตรงมาตัดกับเส้นทางรถไฟใกล้แยกมักกะสัน โดยมีสถานีแอร์พอร์ตลิงก์อยู่บนแยกนี้และสิ้นสุดที่แยกประตูน้ำอันเป็นจุดตัดกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่

หากมุ่งหน้าต่อไปจะเป็นถนนราชดำริและเข้าสู่แยกราชประสงค์อันเป็นจุดศูนย์กลางการชุมนุม

ฝั่งตะวันตกของถนนเป็นซอยเลขคี่ ฝั่งตะวันออกเป็นซอยเลขคู่

2 ฟากฝั่งถนนราชปรารภเป็นที่ตั้งของอาคารพาณิชย์ ห้างร้าน ที่อยู่อาศัย มีตลาดประตูน้ำและมีตรอกซอยที่นำเข้าสู่แหล่งชุมชนทั้งสองฝั่งถนน

ในเวลาปกติถนนราชปรารภเป็นเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นเกือบตลอดเวลา ส่วนตึกสูงบริเวณนี้ ได้แก่ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค (สูง 24 ชั้น) ตั้งอยู่ตรงแยกสามเหลี่ยมดินแดง

มุมด้านทิศตะวันออกถัดมาจากทิศใต้ของโรงแรมเป็นคอนโดชีวาทัย (สูง 26 ชั้น) ในช่วงเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2553 ตัวอาคารอยู่ระหว่างก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ

ส่วนฝั่งตรงข้ามด้านทิศตะวันตกของถนนราชปรารภลงมาใกล้จะถึงซอยรางน้ำเป็นที่ตั้งของคอนโดเดอะ คอมพลีท (สูง 33 ชั้น) ที่มีผู้พักอาศัยอยู่

ลงใต้มาจนจรดถนนศรีอยุธยามีตึกสูงอีก 1 แห่ง คือ อาคารมหานครยิบซั่ม เป็นอาคารสำนักงานสูง 26 ชั้น ตั้งอยู่บนแยกราชปรารภมุมด้านทิศเหนือ-ตะวันตก

นับจากแยกราชปรารภมายังแยกประตูน้ำมีห้างร้านตลอดแนว 2 ฝั่งถนน มีพื้นที่เริ่มก่อสร้างโครงการคอนโดไอดีโอเวิร์ฟ บริเวณแยกมักกะสันฝั่งตะวันออก

เมื่อเข้าสู่ย่านประตูน้ำ ฝั่งตะวันตกมีอาคารสูง คือ ตึกใบหยก (สูง 85 ชั้น)

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม และมีโรงแรมอินทราอยู่ใกล้เคียงกันติดถนนราชปรารภ

เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อ้างอิงข้อมูลจาก “สงครามกลางเมือง ทหาร-นปช.ปะทะตายเจ็บทะลุร้อย” ของหนังสือพิมพ์ “คมชัดลึก” ฉบับประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 รายงานให้เห็นภาพ

ในคืนวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.

บริเวณแยกประตูน้ำ มีผู้ชุมนุมทำลายหลอดไฟทั้งบนถนนและสะพานลอยในบริเวณนั้น

เสริมด้วยข้อมูล “เอ็ม 79 ข่มขวัญ ทหารถอยร่น” ของหนังสือพิมพ์ “มติชน” ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ระหว่าง 20.20-20.30 น.ได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่หน้าโรงแรมอินทรา 3-4 ครั้ง

คาดว่าน่าจะเป็นกระสุนระเบิดจากเครื่องยิงเอ็ม 79

จุดที่เกิดเสียงระเบิดอยู่ห่างจากผู้ชุมนุมบริเวณประตูน้ำประมาณ 100 เมตร ทำให้ทหารบริเวณหน้าโรงแรมอินทราและหน้าประตูน้ำโพลีคลินิกต้องหลบหาที่กำบัง

ข้อมูลจาก “จลาจลข้ามคืนนับสิบศพ” ของหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 รายงานว่า ทหารและประชาชนบางส่วนเข้าไปหลบใต้ตึกใบหยก

ส่วนผู้ชุมนุมต้องหลบแอบอยู่ใต้สะพานลอยแยกประตูน้ำ

ซึ่งสอดคล้องกับคลิป “20100514_แนวทหาร_senoh” ซึ่งถ่ายในคืนนั้น เห็นทหารที่อยู่หลังแนวบังเกอร์มีการยิงปืน ทั้งยิงขึ้นฟ้าและในแนวระนาบ ทหารบางนายมีการติดอุปกรณ์คล้ายกับเลเซอร์ชี้เป้าไว้ที่ปากกระบอกปืนด้วย

ด่านทหารบริเวณโรงแรมอินทรามีการวางกำลังบนสะพานลอยที่อยู่หน้าโรงแรม

หลังจากนั้นประมาณ 20 นาทีมีเสียงปืนดังขึ้นนาน 5 นาทีจากทางสี่แยกจตุรทิศซึ่งทหารประจำการอยู่ โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนรถปิกอัพและจักรยานยนต์ปิดทางระหว่างแยกจตุรทิศกับประตูน้ำ

มีการเผายางด้วยกัน 2 จุด

ส่วนทางด้านแยกราชปรารภ (ซอยหมอเหล็ง) ทั้งทหารและผู้ชุมนุมประจันหน้ากัน โดยทางฝ่ายผู้ชุมนุมมีการปาสิ่งของใส่ทหาร

ทหารจึงยิงปืนขึ้นฟ้า

เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ระบุว่า มีผู้หญิงถูกยิง 1 คน เมื่อทหารเสนารักษ์เข้าไปตรวจสอบพบผู้หญิงคนนั้นสวมกางเกงขายาว เสื้อโปโลแดง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและได้หามใส่เปลรอรถนำส่งไปที่โรงพยาบาลพญาไท 1

ทั้งยังระบุรายงานที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ว่า มีผู้ชายแต่งกายคล้ายตำรวจปราบจลาจลถูกยิงที่ศีรษะเสียชีวิตในบริเวณเดียวกันโดยทหารเสนารักษ์ได้หามส่งโรงพยาบาล

แต่ในรายงานข่าว “เผยชีวิตเหยื่อสลายม็อบ-สดุดีลั่นงานศพ” ของหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ฉบับประจำวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 ระบุว่าเป็น รปภ.ในซอยหมอเหล็ง

จากรูปเห็นว่าเป็นการโดนยิงที่ศีรษะและน่าจะเสียชีวิตตามข่าว

แต่กลับไม่มีข่าวที่ลงบันทึกชื่อในช่วงเหตุการณ์ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากข่าวหรือบันทึกของหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน ในกรณีนี้ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ว่ามีความเป็นไปได้ว่าคนนี้อาจเป็น นายมนูญ ท่าลาด

เนื่องจากในวันที่ นายมนูญ ท่าลาด ถูกยิงนั้น เขาใส่ชุด รปภ.และมีลักษณะรูปร่างใกล้เคียงกัน

สถานการณ์ในพื้นที่หน้าโรงแรมอินทราและบริเวณซอยหมอเหล็งนี้ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ให้ความสนใจไปยัง 2 คนที่เสียชีวิต

1 คือ น.ส.สันธะนา สรรพศรี

1 คือ นายมนูญ ท่าลาด

คนแรกเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. บริเวณซอยหมอเหล็ง ถนนนิคมมักกะสัน

คนหลังเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. ที่แยกจตุรทิศ

ในเบื้องต้นอาจระบุเพียงว่าเป็น “หญิงคนหนึ่ง” แต่เมื่อมีการตรวจสอบรายละเอียดก็ค่อยประจักษ์ในข้อมูลที่ทยอยออกมาเป็นลำดับ

อันเป็นงานของ “ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม” ร่วมกับ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประมวลและสรุปผ่านหนังสือ “ความจริงเพื่อความยุติธรรม”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิกฤตกะลาสีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กระโดดหนีจากเรือ เพราะอยู่ในทะเลนานกว่า 250 วัน
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (1)
ดินแดง ราชปรารภ แนวรุก แนวรับ พื้นที่ ประตูน้ำ ปากทาง ก่อนเข้า ราชประสงค์
เมื่อเงินรัฐมีจำกัด ถึงเวลาชั่งน้ำหนัก ‘ประคอง’ หรือ ‘ปรับ’ เศรษฐกิจ!!
‘บิ๊กปู’ รื้อ โผ ทบ. หลังส่ง ‘เสธ.ปูด้วง’ นั่งเลขาฯ สมช. ยึดแผงมั่นคง ตท.26 เบิ้ล ปลัด กห. ‘บิ๊กใหญ่’ สุดต้าน พลัง ตท.26 ข้ามห้วย ทัพไทย ลุ้น ชิง ผบ.เสือป่า
‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ ‘พรรคประชาชน’ ต้องไม่คิดแค่เรื่อง ‘สิทธิ’ จนลืม ‘แข่งขันกับโลก’
เปลี่ยนแลนด์สเคป ‘เกาะรัตนโกสินทร์’ พลิกโฉมทำเลราชดำเนิน ภารกิจร่วม รัฐ-ราชการ-เอกชน
E-DUANG | จากอาทิตย์ 30 สิงหาคม ไปยังจันทร์ 14 กันยายน
ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เฟมินิสต์ปลาแดก คุย ‘เรื่องใต้พรม’ ในขบวนการเคลื่อนไหว ‘เราต้องไม่หลงประเด็น’
เมื่อ 51 จุดระเบิด สั่นสะเทือนชายแดนใต้ ประณามความรุนแรง แยกแยะข้อเท็จจริง และทวงถามความยุติธรรม
E-DUANG | สถาปนา วิกฤต ศรัทธา เป้าหมาย ร้อน การเมือง
ในเครื่องแบบ”มั่นคง” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร