bg-single

สุวรรณภูมิ-ทวารวดี [11] สยามมั่งคั่งจากการค้าจีน

19.01.2025

ชาวสยามค้าขายคึกคักบริเวณโขง-ชี-มูล-สาละวิน กับบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาถึงคาบสมุทรตอนบน โดยเฉพาะชาวสยามบริเวณลุ่มน้ำมูลใกล้ชิดรัฐใหญ่ทางโตนเลสาบในกัมพูชา

รัฐกัมพูชาเริ่มแผ่อำนาจทางวัฒนธรรมด้วยการสร้างเครือข่ายทางเครือญาติ เพื่อเข้าควบคุมเส้นทางการค้าบริเวณลุ่มน้ำมูลและชี เป็นต้นทางรวบรวมทรัพยากรส่งค้าขายกับนานาชาติ เมื่อภายหลังจีนเริ่มแต่งสำเภาออกค้าขายด้วยตนเองทางทะเลสมุทรถึงอ่าวไทยราว 1,000 ปีมาแล้ว หรือหลัง พ.ศ.1500 เพราะถูกกระตุ้นจากการค้าโลกสมัยแรกขยายกว้างขวาง ที่สืบเนื่องจาก พ.ศ.1000

พระเจ้าชัยวรรมันที่ 5 (เสวยราชย์ พ.ศ.1511-1544) แผ่อำนาจทางวัฒนธรรมถึงลุ่มน้ำมูลที่เมืองเสมา สถาปนาเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ ปะปนทับซ้อนกับพุทธสถานในศาสนาพุทธ ได้แก่ ปราสาทบ่ออีกา (กลางเมืองเสมา) แล้วขยายพื้นที่ออกไปถึงลำตะคอง ได้แก่ ปราสาทเมืองแขก, ปราสาทโนนกู่ (บริเวณนี้ไม่ใช่อีกเมืองหนึ่งต่างหากตามที่เคยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นเมืองโฆราคะปุระ)

เมืองเสมา (จนาศะปุระ หรือ ศรีจนาศะ) มีความสำคัญต่อการควบคุมเส้นทางการค้าลุ่มน้ำมูล, ชี ทำให้พระเจ้าชัยวรรมันที่ 5 ต้องโปรดให้ “พราหมณ์ยัญชวราหะ” ไปเมืองเสมาเพื่อสถาปนากระชับความสัมพันธ์เครือข่ายเครือญาติเป็นพิเศษ เสมอด้วยบ้านเมืองเครือญาติใกล้ชิดอื่นๆ ได้แก่ เมืองพิมาย, เมืองพนมรุ้ง

“พราหมณ์ยัญชวราหะ” เป็นมหาพราหมณ์ในราชสำนักพระเจ้าชัยวรรมันที่ 5 ต่อมาได้รับยกย่องเป็นเจ้า (ภาษาเขมรว่า “กมรเตง อัญ”)

[สรุปจากบทความเรื่อง “จารึกหลักใหม่จากพนมรุ้ง : ภาพสะท้อนอำนาจพราหมณ์ยัญชวราหะ” โดย ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง]

 

ลุ่มน้ำโขง, ลุ่มน้ำมูล

ช่วงเวลานั้น ภาษาไท-ไต บริเวณลุ่มน้ำโขงถึงลุ่มน้ำมูลมีบทบาทสำคัญมากเป็นภาษากลางทางการค้า โดยดูจากความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งถูกเรียก “สยาม” มีศูนย์กลางอยู่เมืองเวียงจันท์และเมืองเสมา

ภาษาไท-ไตของชาวสยาม มีความสำคัญทางการค้าดินแดนภายใน มีเหตุจากหลายอย่างดังนี้

(1.) น่านเจ้า (ซึ่งเป็นรัฐใหญ่ภายในภาคพื้นทวีป) ถูกสลายอำนาจด้วยกองทัพจีนราชวงศ์หยวน (มองโกล-กุบไลข่าน) หลัง พ.ศ.1700

(2.) คุนหมิง ถูกจีนยกความสำคัญแทนน่านเจ้า เพื่อควบคุมทรัพยากรและผู้คนเขตยูนนาน จากนั้นจีนมอบหมายมุสลิม (จากเอเชียกลาง) ปกครองคุนหมิง ขณะเดียวกันโยกย้ายชาวฮั่นเข้าไปตั้งหลักแหล่งในคุนหมิงเพื่อเพิ่มกำลังคนและการค้า

(3.) กลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายในโซเมีย (หมายถึงที่สูงทางตอนใต้ของจีน) ซึ่งมีกลุ่มไท-ไตรวมอยู่ด้วย ได้พัฒนาตนเองเข้มแข็งทั้งการเมืองและการค้า

(4.) ภาษาไท-ไตได้รับการยอมรับจากทุกกลุ่มเพื่อใช้สื่อสารต่างชาติพันธุ์ให้เป็นภาษากลางทางการค้าของดินแดนภายในภาคพื้นทวีป

(5.) ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นสถานที่การค้าชายฝั่งทั้งอันดามันและอ่าวไทยส่งผ่านขึ้น-ลงและไป-มาระหว่างยูนนานกับอินเดียและไกลออกไป สินค้าสำคัญคือ “เปลือกหอยเบี้ยมัลดีฟ” จากเกาะมัลดีฟส์ไปคุนหมิง เพื่อใช้เป็นตัวกลางการแลกเปลี่ยนในยูนนาน (สิ่งนี้ในไทยสมัยหลังเรียกว่าเงินเบี้ย, หอยเบี้ย)

[ข้อมูลเพิ่มเติมมีในหนังสือ กว่าจะเป็นคนไทย ของ ธิดา สาระยา สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2531]

 

สยามเป็นทั้งชื่อดินแดน (หรือพื้นที่) และชื่อประชาชน (หรือกลุ่มคน)

1. ดินแดนสยาม หมายถึง พื้นที่หลักแหล่งของชาวสยาม ดังนี้

(1.) ไม่เป็นผืนเดียวต่อเนื่องกัน กำหนดตายตัวไม่ได้

(2.) อยู่บริเวณลุ่มน้ำสำคัญตามเวลาและสถานที่ ได้แก่ ลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล, ลุ่มน้ำสาละวิน, ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฟากตะวันตก, คาบสมุทรตอนบน

(3.) สยามมีรากจากคำพื้นเมืองดั้งเดิมว่าซัม, ซำ, หรือ สาม หมายถึงบริเวณดินดำน้ำชุ่มที่มีน้ำซึมน้ำซับ เป็นตาน้ำพุน้ำผุดโผล่ขึ้นจากแอ่งดินอ่อนหรือดินโคลน

น้ำซึมน้ำซับหรือตาน้ำพุน้ำผุดเหล่านั้น เกิดจากน้ำฝนที่รากต้นไม้อุ้มไว้บนภูเขาและบนเนินดอน แล้วค่อยๆ เซาะซอนใต้ดินมาพุผุดขึ้นบริเวณดินอ่อนหรือดินโคลนที่ราบเชิงเขาหรือเชิงเนินดอน จนบางแห่งกลายเป็นที่ลุ่มห้วยหนองคลองบึงบุ่งทาม เช่น หนองหารหลวงที่สกลนคร, หนองหานกุมภวาปีที่อุดรธานี, บึงบอระเพ็ดที่นครสวรรค์ เป็นต้น ซึ่งมีเรื่องราวรายละเอียดโดยพิสดารพร้อมหลักฐานนิรุกติศาสตร์ อยู่ในหนังสือ ความเป็นมาของคำสยาม, ไทย, ลาว และขอมฯ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ (เขียนในคุกก่อน พ.ศ.2509 พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2519)

สยามมั่งคั่งจากการค้าสำเภากับจีน ด้วยการใช้ภาษาไท-ไต เป็นภาษากลาง รวบรวมทรัพยากรจากดินแดนภายใน ส่งขายพ่อค้าสำเภาจีนที่มารับซื้อบริเวณอ่าวไทย [ภาพลายเส้นสำเภาจีนในนามเสียนโล้ (สำเภาสยามจากอยุธยา) ไปค้าขายกับญี่ปุ่นในเอกสารบันทึกจดหมายเหตุการค้าของญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่าเรือสำเภาสยามลักษณะนี้ (ทำแบบเดียวกันกับสำเภาจีน) เข้าไปค้าขายที่เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ในกลางพุทธศตวรรษที่ 22]

2. ชาวสยาม หมายถึง ประชาชนในดินแดนสยาม มีลักษณะดังนี้

(1.) ไม่ใช่คนไทย (ชาวสยามไม่ใช่คนไทย และไม่ใช่ชื่อเชื้อชาติ เพราะเชื้อชาติไม่มีในโลก จึงไม่มีเชื้อชาติสยาม และไม่มีเชื้อชาติไทย)

(2.) คนหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” (ไม่จำกัดชาติพันธุ์) พบหลักแหล่งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ปนกัน มีจำนวนมากอยู่สองฝั่งโขง-ชี-มูล พูดต่างภาษา ได้แก่ มอญ, เขมร, มลายู, ม้ง (แม้ว), เมี่ยน (เย้า), จีน, ทิเบต, พม่า เป็นต้น

(3.) มีภาษาพูดของใครของมัน ที่สื่อสารกันไม่ราบรื่น

(4.) ใช้ภาษาไท-ไต เป็นภาษาที่สอง หรือภาษากลางในการสื่อสารต่างชาติพันธุ์ บนพื้นที่ต่างกัน 2 สมัย ได้แก่ สมัยแรก ดินแดนภายในบริเวณโขง-ชี-มูล-สาละวิน สมัยหลัง บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลงไปคาบสมุทรตอนบนถึงเพชรบุรีและนครศรีธรรมราช

[ภาษาไท-ไตมีแหล่งกำเนิดอยู่โซเมีย ทางตอนใต้ของจีน บริเวณพรมแดนมณฑลกวางสี กับทางเหนือของเวียดนาม ราว 3,000 ปีมาแล้ว ต่อมามีความเคลื่อนไหวไปตามเส้นทางการค้าดินแดนภายในถึงลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล, ลุ่มน้ำสาละวิน และลุ่มน้ำเจ้าพระยา

แต่เฉพาะบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาษาไท-ไต ผสมกลมกลืนกับภาษาลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เช่น มอญ, เขมร, มลายู, บาลี-สันสกฤต ฯลฯ) กระทั่งระหว่าง พ.ศ.1700-1800 ถูกเรียกชื่อใหม่ว่าภาษาไทย]

 

สยามในประวัติศาสตร์ พบหลักฐานหลายอย่างดังนี้

1. จารึกจามปา เมืองญาตรัง (เวียดนาม) พ.ศ.1593 กล่าวถึงกษัตริย์จามปาอุทิศทาส 55 คน ถวายเป็น “ข้าพระ” ของเทวรูป “เจ้าแม่” ข้าทาสจำนวนนี้มีชาวจาม, เขมร, จีน, พุกาม, และชาวสยาม [จากหนังสือความเป็นมาคำสยามฯ พ.ศ.2519]

สยามในจารึกจามปามาจากไหน? ไม่พบคำอธิบาย แต่รัฐจามปาอยู่ต่อเนื่องพื้นที่เก่าแก่ดั้งเดิมภาษาตระกูลไท-ไต บริเวณพรมแดนจีนใต้ กับทางเหนือของเวียดนาม

2. ภาพสลัก “เสียมกุก” บนระเบียงปราสาทนครวัด พ.ศ.1650 เป็นขบวนแห่เกียรติยศของชาวสยามดั้งเดิมเริ่มแรกในพิธีถือน้ำพระพัทธ์ของราชสำนักเมืองพระนคร

เสียม เป็นสำเนียงเขมรเรียกสยาม, กุก คือ กก หมายถึงดั้งเดิมเริ่มแรก

3. เอกสารจีน พ.ศ.1825 ระบุชื่อ เสียน หมายถึง ดินแดน (ประเทศ) สยาม

[แต่เดิมเข้าใจว่าเสียนในเอกสารจีนหมายถึงสุโขทัย ต่อมาพบว่าไม่ใช่ เพราะแท้จริงหมายถึงสุพรรณภูมิ (จ.สุพรรณบุรี), เพชรบุรี, นครศรีธรรมราช] •

 

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT
CRINK : พันธมิตร 4 สหาย ท้าทายโลกตะวันตก!
ความคาดหวังที่มีต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข