bg-single

แผนบริหารจัดการ ‘กาซา’ ตามแบบฉบับ โดนัลด์ ทรัมป์

10.02.2025

บทความต่างประเทศ

 

แผนบริหารจัดการ ‘กาซา’

ตามแบบฉบับ โดนัลด์ ทรัมป์

 

สงครามที่ฉนวนกาซา ซึ่งเชื่อมโยงถึงความขัดแย้งที่ใหญ่โตกว่า ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และอิสราเอลกับโลกอาหรับ ได้รับการยอมรับในหมู่ผู้สันทัดกรณีทั้งหลายว่า เป็นความขัดแย้งที่หาทางออกได้ยากเย็นที่สุด ไร้โอกาสที่จะมีสันติภาพถาวร หรือความสงบที่ยั่งยืนใดๆ ได้

ที่น่าสนใจคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาใหม่หมาด ก็มีแผนเพื่อการบริหารจัดการฉนวนกาซาในอนาคตกับเขาด้วย แม้ว่าตอนที่ผู้นำอเมริกันปริปากเรื่องนี้ออกมาเป็นครั้งแรกเมื่อราว 10 วันก่อนหน้านี้ จะไม่มีใครแยแสหรือใส่ใจก็ตามที

ทรัมป์เปรยๆ เอาไว้ในตอนนั้นว่า กาซานับว่าเป็นพื้นที่ที่ตกอยู่สภาพ “ถูกทำลายล้าง” ซึ่งต้องการการ “ทำความสะอาดเสียใหม่ให้หมดจด”

แผนของทรัมป์อยู่นอกโฟกัสเรื่อยมา จนถึงวาระที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ แนวทางของทรัมป์จึงปรากฏชัดออกมา แล้วก็กลายเป็นประเด็นให้ถูกคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายอยู่ในขณะนี้ เมื่อทุกคนได้ตระหนักว่า แผนการของทรัมป์ไม่เพียงไม่แยแสต่อหลักการและข้อเท็จจริงใดๆ รวมทั้งความถูกผิดตามกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น ทรัมป์ยังจริงจังกับแนวทางของตนอย่างยิ่งอีกด้วย

 

ทรัมป์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกาเรียกแนวทางจัดการกับปัญหานี้ของตนว่า เป็นการ “โยกย้ายชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดออกไปตั้งหลักแหล่งใหม่นอกกาซาเป็นการถาวร” โดยถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือ “ด้วยมนุษยธรรม” เนื่องจากปาเลสไตน์ในกาซาไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่นอีกต่อไปแล้ว เพราะ กาซา “คือที่ที่ถูกทำลายทิ้ง” ไปจนหมดสิ้นแล้ว

ทรัมป์ไม่แยแสว่า ตามกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว การบีบบังคับให้โยกย้ายประชากรออกจากถิ่นอาศัยใดๆ ถือเป็นพฤติกรรมที่ “ต้องห้ามเด็ดขาด” ไม่ใส่ใจด้วยซ้ำไปว่า ปาเลสไตน์และชาติอาหรับทั้งหลายจะถือว่าข้อเสนอของทรัมป์ไม่ต่างอะไรกับการขับไล่ปาเลสไตน์จากถิ่นอาศัยแต่เดิม และเทียบเคียงได้กับการ “กวาดล้างกลุ่มชาติพันธุ์” ปาเลสไตน์ออกไปจากมาตุภูมิ

เป็นที่แน่นอนว่า บรรดาชาติอาหรับทั้งหลายพากันทยอยออกมาปฏิเสธ ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยเฉพาะข้อเสนอที่ว่า อียิปต์กับจอร์แดนควรเป็นประเทศที่จะรับเอาชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซาไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่นั่น

อียิปต์, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์, องค์กรปกครองตนเองปาเลสไตน์ และสันนิบาติอาหรับ ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เตือนว่า การดำเนินการตามแนวทางของทรัมป์ “มีแต่จะคุกคามต่อเสถียรภาพของภูมิภาค เสี่ยงต่อการทำให้ความขัดแย้งลุกลามขยายตัว และทำลายโอกาสที่จะเกิดสันติภาพและการอยู่ร่วมกันโดยสันติระหว่างประชากรในภูมิภาคไป”

 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่เพียงไม่ใส่ใจกับเสียงคัดค้าน แต่ในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับเนทันยาฮู ผู้นำอเมริกันยังขยายแผนการของตนเพิ่มเติมว่า หลังจาก “โยกย้าย” ปาเลสไตน์ทั้งหมดออกไปแล้ว สหรัฐอเมริกาก็จะเข้าไปควบคุมพื้นที่ฉนวนกาซาทั้งหมด และสร้างกาซาใหม่ขึ้นมา

เมื่อถูกซักต่อว่า แล้วชาวปาเลสไตน์จะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปใช้ชีวิตอยู่หรือไม่

ทรัมป์บอกว่า “ประชากรของโลก” จะใช้ชีวิตอยู่ใน “สถานที่ที่เป็นสากล อันเหลือเชื่อ” แห่งนี้ ก่อนที่จะเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า “ปาเลสไตน์ก็ด้วยเช่นกัน”

ปัญหาคือ ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษประจำตะวันออกกลางของทรัมป์ บรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวทางของทรัมป์เอาไว้อย่างชัดเจนว่า จะเป็นการรังสรรค์กาซาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยไม่ลืมย้ำว่า ทรัมป์ ซึ่งเป็น “ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” บอกเอาไว้ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว กาซาจะกลายเป็น “ริเวียร่า แห่งตะวันออกกลาง” ในระนาบเดียวกับริเวียร่า ชายหาดท่องเที่ยวเลื่องชื่อของยุโรป

ผู้สื่อข่าวสอบถามทรัมป์ต่อว่า ทหารอเมริกันจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเข้าควบคุมฉนวนกาซาตามแผนที่วางเอาไว้หรือไม่ คำตอบของผู้นำสหรัฐอเมริกาก็คือ “เราจะดำเนินการเท่าที่จำเป็น”

 

ข้อเสนอของทรัมป์ในครั้งนี้ดูเหมือนสอดคล้องต้องกันเป็นอย่างดีกับแนวทางที่กลุ่มยิวชาตินิยมสุดโต่งต้องการให้เกิดขึ้น กลุ่มนี้ต้องการขับไล่ปาเลสไตน์ออกไปจากกาซาและเปิดทางให้ชาวอิสราเอลเข้าไปตั้งหลักแหล่งแทน ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลทำสงครามกับกลุ่มฮามาสต่อไปไม่สิ้นสุด เพื่อปูทางให้ชาวยิวเข้าไปในฉนวนกาซา และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการหยุดยิงและแลกเปลี่ยนตัวประกันที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้

ปาเลสไตน์หลบหนีการสู้รบเข้ามาปักหลักในบริเวณฉนวนกาซาตั้งแต่ปี 1948 เมื่อมีการประกาศก่อตั้งประเทศอิสราเอล จำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้นในทุกครั้งที่เกิดการสู้รบ โดยปัจจุบันนี้มีรวมแล้วมากกว่า 2 ล้านคน ที่จำเป็นต้องถูกโยกย้ายออกไปเพื่อ “ตั้งหลักแหล่งใหม่ โดยถาวร” ไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งในอนาคตอันใกล้ หากทุกอย่างดำเนินไปตามแผนการของทรัมป์

แผนของทรัมป์ไม่เพียงทำลายหลักการ “อยู่ร่วมกันอย่างสันติ” ที่สหรัฐอเมริกายึดถือมาช้านานเท่านั้น ยังทำให้ข้อเสนอที่จะใช้แนวทางการก่อตั้งประเทศปาเลสไตน์ขึ้นคู่ขนานไปกับประเทศอิสราเอล เพื่อแก้ไขปมขัดแย้งนี้ เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงด้วยอีกต่างหาก

กลุ่มชาตินิยมสุดโต่งของอิสราเอลอาจมองว่า แผนของทรัมป์คือชัยชนะตามเป้าหมายการทำให้กาซา “ไม่ใช่ภัยคุกคาม” ของอิสราเอลอีกต่อไป แต่สำหรับชาวปาเลสไตน์ธรรมดาทั่วไป

แผนนี้ของทรัมป์ ไม่ต่างอะไรกับการถูกลงทัณฑ์ซ้ำอีกครั้งเท่านั้นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ นายกฯอนุทิน“สอบไม่ผ่าน”
‘ไทยสร้างไทย’ จัดสัมมนาเสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งพัฒนาสู่ ‘พรรคการเมืองคุณภาพ’ ยึดมั่นอุดมการณ์สุจริต
ศ.สุชาติ เตือน! “สึนามิ AI” กำลังถล่มเศรษฐกิจโลก ไทยต้องเร่งสร้างคน สร้างงาน และเพิ่มผลิตภาพ​ หยุดกู้มาแจก​ ให้เพิ่มการลงทุน
กรุงเทพเนทีฟ แบบฉบับทรงวาด
คุยกับทูต | หลุยซา ราเกอร์ หวนคืนไทย…เปิดบทใหม่ไทย – อียู (จบ)
UNABOMBER | ‘พัสดุอันตราย’
‘เสือดาว, หมาไน, ผีเสื้อ’
Smoking Behind Supermarket with You : เรื่องโรแมนติกของควันบุหรี่
‘ไล่น้ำ-ส่งน้ำ’ ให้น้ำลด
บันเทิงที่”สั่นไหว” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การเมือง ที่ สร้างสรรค์ การเมือง ที่ อัปลักษณ์