“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้
“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้ – ระบุ สั่งเก็บตัวอย่างน้ำตรวจสอบปมปลาตายจำนวนมากในปราจีนบุรี ฮึ่ม! หากพบการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เตรียมแจ้งความเอาผิดแทน ปชช.ทันที
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ในวันนี้ (18 ต.ค.) เพื่อตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภายหลังสัตว์น้ำเกิดภาวะช็อกค่าน้ำ หรือ น็อคน้ำ ภายหลังเกิดอุทกภัยเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้น้ำหลากได้ชะล้างสารอินทรีย์ ตะกอน และสิ่งสะสมลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้เกิดความขุ่นสูง ค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับค่า pH และอุณหภูมิที่ผันผวน ส่งผลให้สัตว์น้ำเกิดภาวะน็อคน้ำ พร้อมยังได้ติดตามการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับปัญหา จากอุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งเกษตรกรได้รับความเสียหายกว่า 4,300 ราย เป็นพื้นที่บ่อเลี้ยงรวมกว่า 58,000 ไร่ มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 95 ล้านบาท และพื้นที่การเพาะเลี้ยงในกระชังและกบ 75 ราย พื้นที่รวมเกือบ 30,000 ไร่ มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 1,300 ล้านบาท
นายวัชระพล ระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี รวมทั้งปทุมธานี และฉะเชิงเทรา มีพื้นที่เกษตรกรได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ทั้งบ่อกุ้ง บ่อปลา ร่วมกับจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งขณะนี้ จังหวัดอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายก่อนชดเชยเยียวยาต่อไป จึงได้สั่งการให้เร่งรัดการสำรวจ และขึ้นทะเบียน และให้สำนักงานประมงจังหวัด และอำเภอเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินให้ครอบคลุมและแล้วเสร็จตามกรอบเวลาของการเปิดรับแบบ กษ.01 ภายใน 31 ตุลาคมนี้ พร้อมกำชับการเบิกจ่ายให้การช่วยเหลือเยียวยาส่งถึงมือเกษตรกรโดยเร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ส่วนแผนฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดที่ประสบอุทกภัยนั้น กรมประมง จะปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำชุมชน และคงความหลากหลายทางชีวภาพกว่า 1,100 ล้านตัว มากกว่า 35 ชนิดพันธุ์ ทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติ 4,700 แห่ง ในแหล่งน้ำชุมชน 100 แห่ง รวมถึงการการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง จำนวนกว่า 397 ล้านตัว และโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ทั้งปลาตะเพียนทอง ปลาสร้อยขาว และปลากระแห เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาเริ่มต้นประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ใหม่อีกครั้งโดยเร็วหลังน้ำลด
ส่วนเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนนั้น นายวัชระพล เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ เร่งจัดสรรหรือนำปัจจัยการผลิตมาสนับสนุนให้แก่เกษตรกร ซึ่งตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่กำกับกรมประมง ได้สั่งการให้กรมฯ เตรียมชงเรื่องเพื่อให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณางบกลาง เพื่อนำไปเยียวยาและสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลา เช่น ลูกปลา หรือ อาหารสัตว์ รวมถึงกระชังและอุปกรณ์ เพื่อเร่งช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนต่อไปด้วย
นายวัชระพล ยังแนะนำอีกว่า เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ยังสามารถติดต่อหาแหล่งเงินทุนได้จากสถาบันการเงินและหน่วยงานของภาครัฐ ทั้งกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อการฟื้นฟูและส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เพื่อขอรับการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน พร้อมทั้งเข้าสู่มาตรการขยายเวลาหรือพักชำระหนี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย, กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ – กพส. และมาตรการขยายเวลาชำระหนี้ให้กับสหกรณ์เพื่อลดภาระทางการเงิน พร้อมสนับสนุนเงินกู้ยืมแก่สหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูกิจการหลังประสบภัย รวมถึงสถาบันการเงินอื่น ๆ ของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ – ธอส. ที่จะออกมาตรการพักชำระเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูกิจการ ซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง อาคาร และเครื่องจักร
ส่วนที่เกษตรกรตั้งข้อสงสัย ปัญหาสัตว์น้ำเกิดภาวะช็อกค่าน้ำ อาจเกิดจากมลพิษสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรมทำให้ปลาตายจำนวนมากนั้น นายวัชระพล ระบุว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ (18 ต.ค.) ตนยังได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่า น้ำปนเปื้อนสารเคมี ตนจะสั่งการให้กรมประมง เป็นเจ้าทุกข์ ไปแจ้งความเอาผิดกับโรงงานอุตสาหกรรม ที่ปล่อยน้ำปนเปื้อนสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแน่นอน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องเร่งรัดผลการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งจากซากปลา สารพิษ และสารโลหะหนัก หากพบว่าสาเหตุเกิดจากการกระทำของมนุษย์ หรือมีการลักลอบปล่อยน้ำเสีย ให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องประโยชน์ของเกษตรกร เน้นย้ำให้ประมงจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เร่งรวบรวมข้อมูลความเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุนแรงเกินวงเงินช่วยเหลือปกติ ให้เร่งทำเรื่องเสนอตรงต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกจุด ให้สามารถระบุได้ว่าบ่อไหนที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยสารเพื่อตีกรอบความเสียหายไม่ให้ลุกลามไปในเขตอื่นๆของจังหวัดด้วย
นายวัชระพล ยังสั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินโครงการฟื้นฟูแม่น้ำปราจีนบุรี โดยให้นำพันธุ์ปลาประจำถิ่นที่เหมาะสมมาปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อช่วยฟื้นฟูทรัพยากรประมงและรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว และกำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ปลายน้ำรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงความเสียหายซ้ำรอย
“วัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่วันนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีหน้าที่เดียวคือปกป้องพี่น้องเกษตรกร วันนี้ กรมวิชาการเกษตรได้เก็บตัวอย่างน้ำไปแล้ว ถ้ามีสารปนเปื้อน กระทรวงเกษตรฯ จะเป็นเจ้าภาพในการฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เรื่องเงินเยียวยา ซึ่งวันนี้ไม่มีทางเพียงพอกับที่พี่น้องประมงที่เสียหายไป แต่เราก็จะเร่งช่วยสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาหารสัตว์ อุปกรณ์ประมง เพื่อให้พี่น้องประมงกลับมามีอาชีพให้เร็วที่สุด”
