
บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (121)
กระดุมปริศนา คดีฆาตกรรม
วันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2536
พ.ต.ท.สติ มาลกานนท์ สวญ.สภ.อ.เมืองสตูล บอกว่าจะมีการปรับโครงสร้างกรมตำรวจ จะมีการยุบกองบัญชาการตำรวจภูธรทั้ง 4 แห่ง และกองบังคับการตำรวจภูธรทั้ง 12 แห่ง แล้วแบ่งเป็นตำรวจภูธรภาค จะประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกา
พ.ต.ต.วันชัย หิรัญวัฒน์ สารวัตรแผนกกำลังพล กองบังคับการตำรวจภูธร 12 จังหวัดยะลา โทรศัพท์มาหาผม บอกกับผมว่า จะให้ไปอยู่ที่ สภ.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ไฟไหม้ที่ โรงแรมวังใหม่
วันพุธที่ 1 กันยายน 2536
พ.ต.ท.ยงยศ เทียมประชา ไปติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีน้ำมันโซลาร์ มาส่ง เกือบ 2 ปีแล้วที่สารวัตรคนนี้ทำคดีนี้อยู่คดีเดียว
วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2536
ผมได้รายงานการจับกุมผู้ต้องหาของ พ.ต.ท.ยงยศ ไปให้ พล.ต.ต.ศุภชัย ลิ่วเฉลิมวงศ์ ผบก.อก.บช.ภ.4 ทราบ
ตอนกลางคืนดึกแล้วประมาณ 4 ทุ่ม พ.ต.ต.สาคร ทองมุณี สารวัตรสืบสวน สภ.อ.หาดใหญ่ โทรศัพท์มาหาผมให้ผมไปเป็น สวป.สภ.อ.หาดใหญ่ และ พ.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม สว.ปป.สภ.อ.หาดใหญ่ ก็โทรศัพท์มาพูดเรื่องนี้ซ้ำอีก
วันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2536
ผมพยายามเร่งรัดสำนวนการสอบสวนของ ร.ต.ท.จรัส เส็มสัน และ ร.ต.ท.สุริยา บาราสัน ออกไปให้หมดไม่ให้คั่งค้าง เมื่อตรวจสำนวนการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว จึงรีบส่งต่อไปทันที เพราะทั้ง ร.ต.ท.จรัส และ ร.ต.ท.สุริยา ต้องไปอบรมการใช้วิทยาการที่หาดใหญ่ นานหลายวัน
หลังจากนั้น ผมจึงเดินทางไปพบ พ.ต.ต.สาคร ทองมุณี ที่ สภ.อ.หาดใหญ่ ตามที่นัดไว้ และได้เข้าพบ พ.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง สวญ.สภ.อ.หาดใหญ่ บอกว่าให้ผมมาเป็น สวป.สภ.อ.หาดใหญ่ ถือเป็นเกียรติประวัติ ขอให้มาทำงานอย่าไปสนใจผลประโยชน์ ให้ทำงานอย่างเต็มที่ และได้พบ พ.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ซึ่งกำลังจะไปเป็น สวญ.สภ.อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และยังได้พบ พ.ต.ท.พันธเลิศ นรต.รุ่น 25 สวญ.สภ.อ.พระประแดง ที่จะมาเป็น รอง ผกก.ภ.จ.สงขลา เขต 2 หาดใหญ่ หลังจากนั้นผมยังได้พบ ร.ต.อ.อนันต์ ขุนโสภา ที่ยังเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสงขลา ไม่ได้พบกันนานมากแล้ว
แล้วผมก็กลับสตูล เพื่อทำงานต่อทันที
วันอังคารที่ 7 กันยายน 2536
ส่งเอกสารคดีน้ำมันโซลาร์ ไปที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจภูธร 4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธร 4 และอัยการจังหวัดสตูล
แต่มีเรื่องให้ปวดหัวอีก เมื่อมีเรื่องร้องเรียนตำรวจไปซ้อมชาวบ้าน
และติดตามมาด้วย จ.ส.ต.คนหนึ่ง ไปมีเรื่องกระทำอนาจาร อีกเรื่องคนมีความรู้สูงเป็นผู้หญิงและบอกว่าตัวเองเรียนจบมาสูงถอยรถไปชนกับรถยนต์คันอื่น แล้วไม่ยอมรับผิด ผมต้องไปพิสูจน์ จนในที่สุดต้องยอมจำนนและยินยอมชดใช้ให้คู่กรณี
วันจันทร์ที่ 13 กันยายน 2536
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายสุมงคล หรือนก บุญแท้ พร้อมกับยึดฝิ่นดิบจำนวน 69 กิโลกรัม ส่งมาให้ผมดำเนินคดี คดีนี้ศาลจังหวัดสตูลได้พิพากษาจำคุกนายสุมงคล เป็นเวลา 20 ปี
วันอังคารที่ 14 กันยายน 2536
กำลังพูดคุยกันในหมู่ตำรวจ เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างกรมตำรวจในครั้งนี้ และวันนี้มีอ่านคำพิพากษาคดีฆ่าถ่วงน้ำ เจ้าของร้านทองไทยนำสิน และผมรู้สึกผิดหวัง เมื่อศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตแค่ 2 คน ส่วนอีก 3 คนยกฟ้อง
วันพุธที่ 15 กันยายน 2536
ผมได้รับโทรศัพท์จากศูนย์วิทยุแต่เช้า ว่า จ.ส.ต.จิตร์ สุขแก้ว ตำรวจสตูล ยิงตัวตายที่สนามกีฬากลางจังหวัดสตูล แล้วไปที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ และหาสารเคมี HNO? มาเก็บเขม่าดินปืน กว่าจะได้ใช้เวลานานมาก
วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2536
เกิดคดีแทงกันตายในเรือนจำจังหวัดสตูล
วันอังคารที่ 28 กันยายน 2536
สอบปากคำเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสตูล กรณีนักโทษฆ่าคนตาย
และมีข่าวขู่วางระเบิดศาลากลางจังหวัดสตูล
วันพุธที่ 29 กันยายน 2536
ไปเรือนจำจังหวัดสตูล สอบสวนพยาน กรณีที่ น.ช.ยิ่งยศ หรือดลล๊ะ แซ่ลิ้ม แทง น.ช.พิสิทธิ์ หรือหมู สังขโรทัย ถึงแก่ความตาย
วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2536
เวลา 22.00 น. ได้รับแจ้งว่า มีการยิงกันในตลาดเมืองสตูล คนตายคือ โกซือ หรือนายบุญลือ พูนพานิช เป็นเจ้าของร้านศรีสะอาด ในตลาดกลางเมืองสตูล เป็นร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ ผมได้ออกไปตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และในระหว่างที่ตรวจหาและวัดระยะร่องรอยที่เกิดเหตุซึ่งเป็นรอยครูดบนพื้นถนนเป็นทางยาว มีพยานยืนยันว่าเป็นรอยครูดของรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ล้มแล้วมือปืนได้ลุกขึ้นยกรถสตาร์ตเครื่องยนต์หลบหนีไป ด.ต.ไพรัช ไพมณี หรือ “จ่าไข่” สายสืบของโรงพัก ได้ช่วยส่องไฟฉายในที่เกิดเหตุ พบหัวกระสุนปืน 3 หัว เศษกระสุนปืน 2 ชิ้น และกระดุม 1 เม็ด มีลักษณะที่พิเศษ และมอบให้กับผม
จึงได้จัดทำบันทึกการตรวจยึดกระดุมนั้นไว้กับหัวกระสุนปืนเป็นหลักฐานต่อไป แล้วเดินทางไปโรงพยาบาลสตูล เพื่อร่วมชันสูตรพลิกศพ ได้สอบสวนพยานต่างๆ จนถึงตี 1
วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2536
ทำสำนวนการสอบสวน แล้วรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้น สำหรับกระดุมที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุเพียง 1 เม็ด ยังคงติดค้างคาใจผมและให้นำมาครุ่นคิดตลอด เพราะเป็นกระดุมที่ผมน่าจะคุ้นๆ สายตา แต่ในขณะนั้น ผมยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าได้เคยเห็นที่ไหน
วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2536
ตอนเช้าได้รับแจ้งว่า เกิดระเบิดที่ถนนร้านริมเขา มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ และวันนี้ตรงกับวันสถาปนา ขบวนการบีอาร์เอ็น จึงรีบเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ และพบนายอำเภอเมืองสตูล เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ที่เกิดเหตุอยู่ทางเข้าบ้านพ่อของ ส.ต.ท.อายิด ปะลาวัลย์ ชุดสืบสวน สภ.อ.เมืองสตูล จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ทหาร และ ตชด.มาตรวจที่เกิดเหตุด้วย
ตอนกลางคืน ผมได้ไปพูดคุยแนวทางการสืบสวนในคดีฆ่านายบุญลือหรือโกซือ กับ จ.ส.ต.อาปัน ปะลาวัน และ จ.ส.ต.ปรมัติ เกรียงไกรฉัตร ที่สนามบินสตูล ตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึง 4 ทุ่มกว่า ผมนัดไปคุยกันเสียไกลเพราะไม่ต้องการให้มีใครรู้ว่าได้มาพูดคุยกัน เพราะคดีนี้มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน
ผมไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดในการสืบสวนและการสอบสวนขึ้นมาอีก ผมตั้งใจและต้องการไม่ให้ใครเห็น และให้รู้เป็นความลับกันเพียงเท่านี้
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2536
วันนี้ได้ปรึกษาหารือกับ พ.ต.ท.สติ มาลกานนท์ สวญ.สภ.อ.เมืองสตูล เกี่ยวกับคดียิงนายบุญลือหรือโกซือ ถึงแนวทางการสืบสวนเวลานั้นหนังสือพิมพ์เสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ติดต่อกัน
ตอนหัวค่ำ หลังเลิกงาน ผมได้เข้าไปในตลาดสตูล และเดินเข้าไปร้านขายเสื้อผ้า ผมเดินเข้าไปพิจารณาดูเสื้อแจ๊กเก็ตแบบผ้ายีนส์สีน้ำเงินที่แขวนไว้เต็มราว ว่ากระดุมเสื้อจะเหมือนกับกระดุมเม็ดที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุหรือไม่ แต่ดูแล้วก็ไม่เหมือนกันเลย เพราะผมได้สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งให้การไว้ว่า มือปืนสวมเสื้อแจ๊กเก็ตขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อยิงเสร็จ สตาร์ตรถจะขับขี่หลบหนี แต่รถล้มเสียก่อนเพราะเกียร์ค้าง ผมจึงคิดว่าช่วงที่รถจักรยานยนต์ล้ม เสื้อแจ๊กเก็ตคงจะครูดกับพื้นผิวถนน และกระดุมเม็ดนั้นจึงหลุดตกในที่เกิดเหตุ
คนขายเสื้อผ้าในร้าน ซึ่งไม่รู้จักผม เห็นผมก้มๆ เงยๆ ดูแต่เสื้อแจ๊กเก็ต แล้วไม่ซื้อ ก็งงๆ เมื่อผมเดินออกจากร้าน แล้วกลับมาที่ห้องทำงาน จึงคิดว่าหลักฐานกระดุมเม็ดนี้ ผมคงจะจนแต้มจริงๆ คิดอะไรต่อไม่ออกแล้ว หรืออาจจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เลยก็ได้ จึงจับยัดใส่ลิ้นชักโต๊ะทำงานในห้องของผม
แล้วก็คิดหาวิธีอื่นต่อไป
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
