เทศมองไทย
ลูชิโอ บลังโก พิตโล ที่ 3 นักวิเคราะห์ของยูเรเซีย รีวิว เผยแพร่บทความเมื่อ 15 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ เกี่ยวกับนัยของการพบหารือระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับสี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีน ที่ถูกระบุว่า เป็นก้าวย่างสำคัญในการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของพลวัตของระเบียบโลก
แน่นอน การพบหารือดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบออกไปอย่างกว้างขวาง รวมถึงผลกระทบต่อกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
ผู้เขียนให้ทัศนะเอาไว้ว่า การพบหารือกันดังกล่าวก่อให้เกิด “พื้นที่” ที่เป็นช่องว่างขึ้นมาช่องหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ชาติสมาชิกอาเซียนทั้งหลายพอได้หายใจหายคอขณะที่กำลังตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับระเบียบโลกใหม่ ที่มีการแข่งขันในเชิงภูมิรัฐศาสตร์กันเข้มข้นและทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะการแสดงให้เห็นว่าการเป็นคู่แข่งกันไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความขัดแย้งซึ่งกันและกันในที่สุดแต่อย่างใด ช่วยให้เรายังสามารถตั้งความหวังได้ว่า ในระยะยาวยังมีโอกาสให้การแก้ไขความขัดแย้งในทางการเมืองยังมีความเป็นไปได้ แม้ในประเด็นสำคัญอย่างกรณีไต้หวัน หรือทะเลจีนใต้ก็ตาม
ผู้เขียนเชื่อว่า การพบหารือครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ทั้งสองฝ่ายจะแสวงหาหนทางประนีประนอม เตรียมความพร้อมและสำรวจหาลู่ทางในการร่วมมือซึ่งกันและกันเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก
อย่างเช่นความเสี่ยงของเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งต่างฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การเดินเรือโดยเสรีเป็นสิ่งดีที่สุด และล้วนคัดค้านการเรียกเก็บค่าผ่านทางใดๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับทัศนะของกลุ่มอาเซียน ที่ต้องพึ่งพาเส้นทางดังกล่าวในการลำเลียงน้ำมันดิบที่นำเข้ามาในภูมิภาคอย่างมาก
ผู้เขียนเชื่อว่า การพบหารือกันครั้งนี้อาจเป็นโอกาสดีที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายหารือกันถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้อิทธิพลของแต่ละประเทศเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกลายเป็นเรื่องยืดเยื้อและเป็นปัญหาต่อสหรัฐอเมริกาและนานาประเทศ ไม่ผิดอะไรไปจากที่สงครามยูเครนเป็นปัญหาให้กับรัสเซียอยู่ในเวลานี้
สงครามอิหร่านยืดเยื้อย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นเพราะอาจมีมายาภาพว่านี่คือสงครามแบบฉับไวและเบ็ดเสร็จแบบเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาเคยปฏิบัติต่อฝ่ายตรงกันข้ามในเวเนซุเอลา แต่ตอนนี้กลับยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว และการดิ้นหลุดออกจากสงครามยังไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่คาด ซึ่งทั้งหมดนี้จีนเข้าใจกระจ่างและไม่ยอมพาตัวเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งนี้ง่ายๆ
สงครามอิหร่านทำให้พลานุภาพทางทหารของสหรัฐอเมริกาลดลง ก่อให้เกิดความกังขาต่อการรับประกันความมั่นคงให้กับประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย และทำให้เกิดความบาดหมางขึ้นกับหุ้นส่วนอื่นๆ ตั้งแต่สหภาพยุโรป เรื่อยไปจนถึงพันธมิตรในเอเชีย ส่งผลกระทบต่อกำหนดการเดินทางเยือนปักกิ่งของทรัมป์ให้ล่าช้าไปไม่ต่ำกว่า 1 เดือน และทำให้ทางการจีนมีโอกาสดีที่ถือไพ่เหนือกว่าสหรัฐอเมริกาที่ต้องการยุติสงครามครั้งนี้โดยเร็ว รวมทั้งการไม่กระโจนเข้าร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้โดยตรง
ผู้เขียนชี้ว่า จีนมีอิทธิพลอยู่มากมายในอาเซียน ตั้งแต่การมีอิทธิพลเหนือคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายในประเทศเมียนมา ทั้งยังพยายามส่งเสริมการเจรจาประนีประนอมความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา และหาหนทางเร่งรัดให้อาเซียนบรรลุความตกลงเรื่องแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้
โอกาสเหล่านี้เปิดทางให้ทางการปักกิ่งสามารถสั่งสมอิทธิพลเหนืออาเซียนให้มากขึ้นได้ในอนาคต
ผู้เขียนระบุว่า คณะนักธุรกิจชั้นนำที่เดินทางไปร่วมกับทรัมป์ แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีความเห็นต่างกันอยู่บ้าง แต่การค้ายังเป็นประเด็นร่วมที่สำคัญที่ช่วยผูกทั้งสองฝ่ายซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งหากบริหารจัดการดีๆ ต่างฝ่ายจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนมหาศาลในที่สุด
ความพยายามที่จะส่งเสริมและขยายความร่วมมือทางการค้าทั้งๆ ที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น เป็นการส่งสัญญาณถึงอาเซียนว่า การบริหารจัดการความขัดแย้ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลุกลามไปสู่การดำเนินธุกิจระหว่างกันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และก่อให้เกิดผลประโยชน์ จีนไม่เพียงเป็นตลาดรองรับสินค้าจากอาเซียนตลาดสำคัญเท่านั้น ยังเป็นแหล่งที่มาสำคัญของเงินลงทุนและเทคโนโลยีต่างๆ อีกด้วย โดยเฉพาะทางด้านพลังงานทางเลือกและยานยนต์ไฟฟ้า และนอกจากนั้นยังอาจช่วยเหลืออาเซียนได้มากในแง่ของการต่อสู้กับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และภัยคุกคามอื่นๆ
สุดท้ายการพบหารือระหว่างทรัมป์กับสียังแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการการแข่งขันซึ่งกันและกันของมหาอำนาจ แม้จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้างถึงเกมการต่อรองของมหาอำนาจ แต่ก็ช่วยลดปัญหาให้กับอาเซียน เพราะที่ผ่านมาอาเซียนมักยึดถือภาษิตที่ว่า เมื่อช้างชนกัน หญ้าแพรกย่อมแหลกราญ แต่อาเซียนต้องไม่ลืมว่า แม้ช้างสองตัวจะ “เมกเลิฟ” กัน หญ้าแพรกก็มีสิทธิ์แหลกได้เช่นกัน
การพยายามยุติการแข่งขันในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของจีนและสหรัฐอเมริกาช่วยแสดงให้อาเซียนเห็นว่า พวกเขาจะสามารถฉกฉวยประโยชน์ของความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเพื่อผลได้ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงได้อย่างไรบ้างโดยไม่จำเป็นต้องกลายเป็นเวทีของการแข่งขัน
และไม่จำเป็นต้องเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่อย่างใด
