bg-single

ดีล มะกัน-อิหร่าน กับกลุ่มประเทศอาเซียน

19.06.2026

เทศมองไทย

ลูชิโอ บลังโก พิตโล ที่ 3 นักวิเคราะห์ของยูเรเซีย รีวิว เผยแพร่บทความเมื่อ 15 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ เกี่ยวกับนัยของการพบหารือระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับสี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีน ที่ถูกระบุว่า เป็นก้าวย่างสำคัญในการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของพลวัตของระเบียบโลก

แน่นอน การพบหารือดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบออกไปอย่างกว้างขวาง รวมถึงผลกระทบต่อกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ผู้เขียนให้ทัศนะเอาไว้ว่า การพบหารือกันดังกล่าวก่อให้เกิด “พื้นที่” ที่เป็นช่องว่างขึ้นมาช่องหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ชาติสมาชิกอาเซียนทั้งหลายพอได้หายใจหายคอขณะที่กำลังตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับระเบียบโลกใหม่ ที่มีการแข่งขันในเชิงภูมิรัฐศาสตร์กันเข้มข้นและทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะการแสดงให้เห็นว่าการเป็นคู่แข่งกันไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความขัดแย้งซึ่งกันและกันในที่สุดแต่อย่างใด ช่วยให้เรายังสามารถตั้งความหวังได้ว่า ในระยะยาวยังมีโอกาสให้การแก้ไขความขัดแย้งในทางการเมืองยังมีความเป็นไปได้ แม้ในประเด็นสำคัญอย่างกรณีไต้หวัน หรือทะเลจีนใต้ก็ตาม

ผู้เขียนเชื่อว่า การพบหารือครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ทั้งสองฝ่ายจะแสวงหาหนทางประนีประนอม เตรียมความพร้อมและสำรวจหาลู่ทางในการร่วมมือซึ่งกันและกันเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก

อย่างเช่นความเสี่ยงของเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งต่างฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การเดินเรือโดยเสรีเป็นสิ่งดีที่สุด และล้วนคัดค้านการเรียกเก็บค่าผ่านทางใดๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับทัศนะของกลุ่มอาเซียน ที่ต้องพึ่งพาเส้นทางดังกล่าวในการลำเลียงน้ำมันดิบที่นำเข้ามาในภูมิภาคอย่างมาก

ผู้เขียนเชื่อว่า การพบหารือกันครั้งนี้อาจเป็นโอกาสดีที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายหารือกันถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้อิทธิพลของแต่ละประเทศเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกลายเป็นเรื่องยืดเยื้อและเป็นปัญหาต่อสหรัฐอเมริกาและนานาประเทศ ไม่ผิดอะไรไปจากที่สงครามยูเครนเป็นปัญหาให้กับรัสเซียอยู่ในเวลานี้

สงครามอิหร่านยืดเยื้อย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นเพราะอาจมีมายาภาพว่านี่คือสงครามแบบฉับไวและเบ็ดเสร็จแบบเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาเคยปฏิบัติต่อฝ่ายตรงกันข้ามในเวเนซุเอลา แต่ตอนนี้กลับยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว และการดิ้นหลุดออกจากสงครามยังไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่คาด ซึ่งทั้งหมดนี้จีนเข้าใจกระจ่างและไม่ยอมพาตัวเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งนี้ง่ายๆ

สงครามอิหร่านทำให้พลานุภาพทางทหารของสหรัฐอเมริกาลดลง ก่อให้เกิดความกังขาต่อการรับประกันความมั่นคงให้กับประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย และทำให้เกิดความบาดหมางขึ้นกับหุ้นส่วนอื่นๆ ตั้งแต่สหภาพยุโรป เรื่อยไปจนถึงพันธมิตรในเอเชีย ส่งผลกระทบต่อกำหนดการเดินทางเยือนปักกิ่งของทรัมป์ให้ล่าช้าไปไม่ต่ำกว่า 1 เดือน และทำให้ทางการจีนมีโอกาสดีที่ถือไพ่เหนือกว่าสหรัฐอเมริกาที่ต้องการยุติสงครามครั้งนี้โดยเร็ว รวมทั้งการไม่กระโจนเข้าร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้โดยตรง

ผู้เขียนชี้ว่า จีนมีอิทธิพลอยู่มากมายในอาเซียน ตั้งแต่การมีอิทธิพลเหนือคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายในประเทศเมียนมา ทั้งยังพยายามส่งเสริมการเจรจาประนีประนอมความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา และหาหนทางเร่งรัดให้อาเซียนบรรลุความตกลงเรื่องแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้

โอกาสเหล่านี้เปิดทางให้ทางการปักกิ่งสามารถสั่งสมอิทธิพลเหนืออาเซียนให้มากขึ้นได้ในอนาคต

ผู้เขียนระบุว่า คณะนักธุรกิจชั้นนำที่เดินทางไปร่วมกับทรัมป์ แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีความเห็นต่างกันอยู่บ้าง แต่การค้ายังเป็นประเด็นร่วมที่สำคัญที่ช่วยผูกทั้งสองฝ่ายซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งหากบริหารจัดการดีๆ ต่างฝ่ายจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนมหาศาลในที่สุด

ความพยายามที่จะส่งเสริมและขยายความร่วมมือทางการค้าทั้งๆ ที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น เป็นการส่งสัญญาณถึงอาเซียนว่า การบริหารจัดการความขัดแย้ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลุกลามไปสู่การดำเนินธุกิจระหว่างกันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และก่อให้เกิดผลประโยชน์ จีนไม่เพียงเป็นตลาดรองรับสินค้าจากอาเซียนตลาดสำคัญเท่านั้น ยังเป็นแหล่งที่มาสำคัญของเงินลงทุนและเทคโนโลยีต่างๆ อีกด้วย โดยเฉพาะทางด้านพลังงานทางเลือกและยานยนต์ไฟฟ้า และนอกจากนั้นยังอาจช่วยเหลืออาเซียนได้มากในแง่ของการต่อสู้กับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และภัยคุกคามอื่นๆ

สุดท้ายการพบหารือระหว่างทรัมป์กับสียังแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการการแข่งขันซึ่งกันและกันของมหาอำนาจ แม้จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้างถึงเกมการต่อรองของมหาอำนาจ แต่ก็ช่วยลดปัญหาให้กับอาเซียน เพราะที่ผ่านมาอาเซียนมักยึดถือภาษิตที่ว่า เมื่อช้างชนกัน หญ้าแพรกย่อมแหลกราญ แต่อาเซียนต้องไม่ลืมว่า แม้ช้างสองตัวจะ “เมกเลิฟ” กัน หญ้าแพรกก็มีสิทธิ์แหลกได้เช่นกัน

การพยายามยุติการแข่งขันในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของจีนและสหรัฐอเมริกาช่วยแสดงให้อาเซียนเห็นว่า พวกเขาจะสามารถฉกฉวยประโยชน์ของความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเพื่อผลได้ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงได้อย่างไรบ้างโดยไม่จำเป็นต้องกลายเป็นเวทีของการแข่งขัน

และไม่จำเป็นต้องเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่อย่างใด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘ดิว อริสรา’ เปิดตัวหวานใจ สวีต ‘วู้ดดี้ ล่ำซำ’ ฟ้องด้วยภาพ
โผนายพลผ่านฉลุยแต่ส่อไม่สงบ จับตาเอฟเฟ็กต์ ‘อาวุโสข้ามหัว’ เป็นกับระเบิดเวลา ก.พ.ค.ตร.?
วิธีการเลือกรัฐมนตรี แบบมาเคียเวลลี
เหยี่ยวถลาลม | ทิ้งมันไว้ข้างหลัง
วิกฤตการณ์ข่าวกรอง ‘บึ้ม-เผา’ ป่วนร้อยจุด! แนะเปิดใจฟังคนพื้นที่ ไข ‘กุญแจ’ สันติสุขใต้
ยื่นฟ้องเอาผิด “ศิลปินแห่งชาติชื่อดัง” ยักยอกผลงานไปขายให้หน่วยงานรัฐ มูลค่า 8 แสนบาท
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ ยื่นหนังสือถึงประธานกรรมาธิการต่างประเทศ ให้ตรวจสอบดีลต่อรองฝึกซ้อม ‘คอบร้าโกลด์’ แลกลดภาษีสหรัฐ
อดีต รมว.คลัง ชี้ เศรษ​กิจจะเจริญรุ่งเรืองด้วยการสร้างผลผลิต ไม่ใช่การกู้เงินมาแจกเพื่อการบริโภค
ใจแผ่นดิน | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
‘มิคสัญญีกลียุค’ | กวีกระวาด : ชิตะวา มุนินโท
โปรดใจดีกับรากหญ้าเถิดพายุ | กวีกระวาด : โฎยวิที ไฎกัน
ลอยเล