bg-single

NICKEL BOYS | ‘แบ่งแยกด้วยสีผิว’

27.04.2025

ลัทธิชิงชังและเหยียดผิวคงจะเป็นแผลร้ายกลัดหนองและเรื้อรังกัดกินใจคนอเมริกันต่อไปอีกนานแสนนาน

เห็นได้จากการที่หนังที่มีเนื้อหาและประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนี้จะได้รับการสนับสนุนและกล่าวขวัญเป็นพิเศษด้วยความยกย่องยำเกรง ปีแล้วปีเล่า

ปีนี้ก็มี Nickel Boys ติดโผเข้ารอบสุดท้ายชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์

หนังวางท้องเรื่องหลักๆ ไว้ในช่วงทศวรรษ 1960 ในฟลอริดา ในช่วงเวลาที่เรียกว่า “ยุคสมัยจิม โครว์”

ยุคสมัยนี้อยู่ในช่วงระหว่างปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 มีกฎหมายบังคับใช้เรื่องการแบ่งแยกผิวสีในสถานที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล บริษัทห้างร้าน ร้านค้า สถานประกอบการ ทัณฑสถาน ห้องน้ำสาธารณะ รถประจำทาง และอื่นๆ

การแบ่งแยกผิวสีจะเข้มข้นมากโดยเฉพาะในรัฐทางใต้ของสหรัฐอเมริกา

กฎหมายนี้จะถูกล้มเลิกไปในปี 1965 เป็นผลจากการเรียกร้องของนักสิทธิมนุษยชนอย่าง มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ฯลฯ ซึ่งโดนลอบสังหารไปก็เพราะเหตุนี้

หนังเล่าเรื่องด้วยเทคนิคการถ่ายทำที่ใช้กล้องจากสองมุมมอง เรียกว่าเป็น “มุมมองของบุรุษที่ 1” (first-person point of view) สลับกันระหว่างตัวละครหลัก 2 คน คือ เอลวู้ด และ เทอร์เนอร์

เอลวู้ด เคอร์ติส (อีธาน เฮรีซ) ในวัยเรียน เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่และมียายชื่อ แฮตตี้ (ออนจานู เอลลิส-เทย์เลอร์) เลี้ยงดูรักใคร่เหมือนเลือดในอก

เอลวู้ดเป็นเด็กหัวดี จึงเป็นที่รักของครู ซึ่งดูแลช่วยเหลือให้เขาได้รับทุนเรียนดีในสถาบันที่มีชื่อเสียง

ในวันที่ไปโรงเรียนแห่งนั้นเป็นครั้งแรก เอลวู้ดโบกรถไป และปรากฏว่ารถคันนั้นถูกตำรวจจับด้วยข้อหาเป็นรถที่ถูกขโมยมา เอลวู้ดซึ่งเป็นเพียงคนติดรถมาด้วย ถูกแจ้งข้อหาสมรู้ร่วมคิด และถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจ หรือโรงเรียนดัดสันดานชื่อสถาบันนิกเคิล

ที่นั่นเขาพบเห็นเจอะเจอประสบพบพานเรื่องราวต่างๆ ที่ประกอบด้วยอคติ การเหยียดผิวและความอยุติธรรมต่างๆ นานา ทั้งในด้านความเป็นอยู่ การถูกเหยียดหยามรังแก การถูกทรมาน การลงโทษลงทัณฑ์สถานหนักเกินกว่าเหตุ ฯลฯ

ทัศนคติและท่าทีของครู/พัศดีที่บริหารจัดการสถานดัดสันดาน มร.สเปนเซอร์ (แฮมิช ลิงก์เลเตอร์) แสดงชัดตั้งแต่แรกที่เอลวู้ดถูกส่งตัวไปกักกัน ว่าแทบไม่มีทางที่เด็กผิวดำจะได้พ้นโทษไปจากสถานกักกันแห่งนี้

และการแบ่งแยกผิวปรากฏชัดในความเป็นอยู่และการได้รับสิทธิพิเศษของเด็กผิวขาว

เด็กผิวดำต้องทำงานหนักกว่า โดนลงโทษมากกว่า ฯลฯ

เอลวู้ดถูกเรียกตัวไปรับใช้คุณนายของสเปนเซอร์ในฐานะคนงาน และได้รับความกรุณาจากมิสซิสสเปนเซอร์พอสมควร แต่ขณะเดียวกันก็ส่อนัยถึงความประพฤติมิชอบบางประการ

ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเอลวู้ดบันทึกรายละเอียดลงในอนุทินส่วนตัว

เขาเป็นเด็กมีอุดมการณ์และเชื่อในความเปลี่ยนแปลงในทางดีของสังคม บุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจของเขา คือ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ซิดนีย์ ปอยเตียร์ ฯลฯ

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จากสปิริตของการต่อสู้เรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมในสังคม

และซิดนีย์ ปอยเตียร์ จากภาพลักษณ์และความสำเร็จโด่งดังของคนผิวดำในโลกมายา เทียบขั้นได้ประมาณเดียวกับเดนเซล วอชิงตัน สมัยนี้หรือเหนือกว่านั้นด้วยซ้ำ

เอลวู้ดมีเพื่อนสนิทในสถานพินิจ ชื่อเทอร์เนอร์ (แบรนดอน วิลสัน) ซึ่งมองโลกในแง่ร้ายมากกว่า และมองไม่เห็นทางจะเปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้นและยุติธรรมโดยทั่วหน้าได้

หนังจะเล่าเรื่องจากมุมมองของคนสองคนนี้ บางครั้งก็เสนอเหตุการณ์เดียวกันแต่จากต่างมุมมอง ซึ่งชวนให้งงเล็กน้อย แต่ในตอนจบก็นำไปสู่ความเข้าใจถึงการเล่าเรื่องซ้ำๆ ในลักษณะนี้

ระหว่างการเดินเรื่องในช่วงทศวรรษ 1960 หนังตัดสลับไปที่ภาพเหตุการณ์ร่วมสมัย โดยเฉพาะนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ดารายอดนิยมผิวดำ โครงการอวกาศของสหรัฐ ที่ส่งยานอะพอลโลไปดวงจันทร์ ฯลฯ

ตอนที่คุณยายแฮตตี้เดินทางอย่างยากลำบากมาเยี่ยมหลานที่สถาบันนิกเคิลนี้ เอลวู้ดกำลังบาดเจ็บอย่างหนักด้วยโทษทัณฑ์จากเรื่องที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ เหมือนกับที่ถูกหางเลขจากการโบกรถผิดคันจนพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่

แฮตตี้จึงไม่ได้รับอนุญาตให้เจอหลาน เธอทำได้เพียงแค่ฝากเทอร์เนอร์ไปบอกเขา

ความพยายามเฮือกสุดท้ายของแฮตตี้ในการช่วยหลานชายด้วยการรวบรวมเงินก้อนสุดท้ายไปจ้างทนายยื่นอุทธรณ์ให้ ก็ต้องเป็นหมันไป เพราะทนายเอาเงินไปแล้วก็ย้ายสำนักงานหนีไปอยู่เมืองอื่นเอาดื้อๆ

ความหวังสุดท้ายของเอลวู้ดที่จะออกไปจากสถานกักกันหฤโหดแห่งนี้ได้ คือการส่งเรื่องไปร้องเรียนผู้มีอำนาจด้วยรายละเอียดในอนุทินที่บันทึกไว้

ทว่า เมื่อเรื่องนี้รู้ไปเข้าหูผู้บริหารของนิกเคิล เอลวู้ดก็โดนหมายหัวขั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดด้วยการ “แหกคุก” หนีไป

เรื่องตรงนี้ขออุบไว้ไม่เล่าละเอียดนะคะ เพราะจะเป็นสปอยเลอร์สำคัญ

ข้ามช็อตมาสู่ปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21 “เอลวู้ด” มีชีวิตที่ดีขึ้น มีภรรยาและมีกิจการเป็นของตัวเอง มีโอกาสได้ช่วยเหลือเพื่อนเก่าที่เคยอยู่ในสถานดัดสันดานด้วยกัน

รวมทั้งได้ทราบข่าวฉาวโฉ่ของสถาบันนิกเคิล ที่มีการขุดพบหลุมศพจำนวนมากที่ไม่ได้บอกชื่อเสียงเรียงนาม และส่วนใหญ่เป็นศพคนผิวดำ

“เอลวู้ด” จึงตัดสินใจให้ความร่วมมือกับทางการด้วยการไปให้การในเรื่องที่เขาได้ประสบมาด้วยตัวเอง

ด้วยเนื้อหาเชิงสังคมและประวัติศาสตร์อัปยศแบบนี้ สถาบันภาพยนตร์ทั้งหลายคงมองข้ามหนังเรื่องนี้ไปไม่ได้หรอกค่ะ… •

NICKEL BOYS

กำกับการแสดง

ReMell Ross

แสดงนำ

Ethan Herisse

Brandon Wilson

Hamish Linklater

Aunjanue Ellis-Taylor

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT
CRINK : พันธมิตร 4 สหาย ท้าทายโลกตะวันตก!
ความคาดหวังที่มีต่อ ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข