bg-single

‘ชาตินิยม’ หลายแบบ

09.05.2025

หลายคนเริ่มห่วงว่า สังคมไทยกำลัง “เลี้ยวขวา” ไปสู่อารมณ์ความรู้สึกแบบ “ชาตินิยม” ชนิดเข้มข้นและสุดขั้ว

หากพิจารณาจากหลายๆ ปรากฏการณ์ร่วมสมัย โดยเฉพาะที่ปรากฏผ่านคอมเมนต์มหาศาลในโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ยูทูบ หรือติ๊กต็อก

อันเป็นปฏิกิริยาสนองตอบต่อประเด็นข่าวเรื่องความขัดแย้งว่าด้วยเขตแดน-มรดกทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับกัมพูชา ไปจนถึงเหตุการณ์ความรุนแรงระลอกล่าสุดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

ปฏิกิริยาเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่า การปลุกความโกรธเกลียดใส่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือคน “(ชาติ) พันธุ์” อื่นในประเทศตนเอง สามารถลุกลามได้ง่ายจนน่าหวาดกลัว

มิหนำซ้ำ ความโกรธเกลียดดังกล่าวยังเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน ซึ่งไม่นำไปสู่หนทางแก้ไขปัญหาที่สมจริง ยั่งยืน และก่อให้เกิดสันติสุขแต่อย่างใด

ทว่า ทำให้คนที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน เหินห่างหมางเมินไม่ไว้ใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดความขัดแย้งมากกว่าความสงบ มีความทุกข์มากกว่าความสุข

ยิ่งกว่านั้น น่ากังวลว่าในสถานการณ์ปลุกเร้าอารมณ์เช่นนี้ วิธีคิดของคนจำนวนมากในสังคมไทยกำลังจะกลายเป็น “สายเหยี่ยว” มากกว่า “สายพิราบ” เชื่อเรื่อง “การทหาร” มากกว่า “การเมือง”

หรือเห็นว่าการใช้ความรุนแรงขั้นเด็ดขาด ใช้กำลังอาวุธ ใช้ไฟไปดับไฟ จะสามารถจัดการ-ขจัดปัญหาที่ลึกซึ้งซับซ้อนได้

หากความคิดเช่นนี้ถูกแปรเป็น “เสียงส่วนใหญ่” ก็ย่อมส่งผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตยไทยในระยะยาว

 

ข้างต้น คือ อุดมการณ์ “ชาตินิยม” แขนงหนึ่ง ซึ่งกำลังคลี่ขยายครอบคลุมสังคมไทย กระทั่งมีบางคนวิเคราะห์ซีเนริโอในอนาคตว่า “ชาตินิยม” แนวนี้ อาจมีส่วนกำหนดผลการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า

อย่างไรก็ดี อีกปัจจัยที่น่าคิดต่อและนำมาผนวกรวมมัดกันเป็นเนื้อเดียว คือ เวลาหลายประเทศทั่วโลก “เลี้ยวขวา” ผ่านผลการเลือกตั้ง อารมณ์ความรู้สึก “ชาตินิยม” มักก่อตัวขึ้นจากปัญหาทางเศรษฐกิจ

เริ่มจากเศรษฐกิจตกต่ำซึมเซา คนธรรมดาสามัญหรือชาวบ้านร้านตลาดไม่มีเงินในกระเป๋า มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง แต่เห็น “คนอื่น” บุกเข้ามาแบ่งใช้-สูบกินทรัพยากรที่ควรเป็นของพวกตน ถึงในบ้านในประเทศ

ความไม่พอใจเช่นนี้ จึงก่อให้เกิดมุมมองแบบ “ชาตินิยม” ซึ่งมุ่งต่อต้าน “คนอื่น/คนนอก” ที่ถูกนิยามว่าเป็น “ภัยเศรษฐกิจ”

ในสังคมไทยร่วมสมัย “ชาตินิยม” ทำนองนี้ อาจเคยก่อตัวขึ้นมาบ้างแล้ว โดยมีเป้าหมายที่ถูกโจมตีเป็น “แรงงานจากประเทศ/กลุ่มชาติพันธุ์เพื่อนบ้าน” ซึ่งหลั่งไหลเข้ามาประกอบอาชีพ (ที่ไม่ค่อยมีคนไทยอยากทำ) ในบ้านเรา

กระนั้นก็ตาม “ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ” ในเมืองไทยดูจะมีพลวัตไปอีกระดับ ภายหลังการถล่มลงมาของตึก สตง. เมื่อหลายๆ ฝ่าย พยายามจับจ้องตรวจสอบเครือข่าย “กิจการสีเทา-ศูนย์เหรียญ” ประเภทต่างๆ ซึ่งทะลักล้นมาจากกลุ่มทุนต่างชาติ

น่าสังเกตว่า พรรคการเมืองที่ขยับเข้ามาเล่นบทบาท “พิทักษ์ผลประโยชน์ชาติ” อย่างแข็งขัน ณ ห้วงเวลานี้พร้อมๆ กัน กลับกลายเป็นตัวแทนของสองขั้วทางความคิดอุดมการณ์เมื่อปี 2566 นั่นคือ “พรรคประชาชน” และ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” (ในนาม “ทีมสุดซอย”)

เหมือนต่างฝ่ายมองเห็นตรงกันว่านี่คือบท “นักชาตินิยม” ที่ตนเองควรเล่น

 

ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่อารมณ์ความรู้สึก “ชาตินิยม” จะส่งผลต่อคะแนนนิยมทางการเมืองและการเลือกตั้งทั่วไปหนหน้า

เพียงแต่ต้องหมายเหตุเอาไว้ว่า “ชาตินิยม” ในเกมนี้มิได้อยู่แบบเดียว แขนงเดียว

ทว่า อย่างน้อยๆ ได้ปรากฏ “ชาตินิยม” ขึ้นมาสองแนวทางแล้ว

หนึ่งคือ “ชาตินิยม” แบบมุ่งทะเลาะ (หรือ “ก่อสงครามในจินตนาการ”) กับ “คนใกล้ตัว” ที่ถูกโหมกระพือได้ง่ายทางอินเตอร์เน็ต

และสองคือ “ชาตินิยม” ที่เกิดขึ้นมาด้วยเงื่อนไขของความทุกข์ยากเดือดร้อนในทางเศรษฐกิจ

คำถามน่าสนใจก็คือ “ชาตินิยม” แบบไหนจะมีพลังทางการเมืองมากกว่ากัน? หรือ “ชาตินิยม” สองแบบจะกลายเป็นพลังที่ร้อยรัดเข้าหากันได้อย่างไร? •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’