bg-single

Memory Complex นิทรรศการศิลปะที่สะท้อนกลุ่มก้อน ของความทรงจำ/หลงลืมในสังคม

22.06.2025

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

โดยปกติแล้ว ศิลปินทั่วๆ ไปมักจะจัดนิทรรศการแสดงงานศิลปะของตนเองกันในหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ หรือสถาบันทางศิลปะต่างๆ ที่มีระบบรองรับและช่วยเหลือในการจัดแสดงนิทรรศการอย่างเป็นทางการ รวมถึงมีกรอบและกฎเกณฑ์ให้ปฏิบัติตาม แต่ในบางครั้ง ศิลปินบางคนก็กลับเลือกแสดงงานในพื้นที่รกร้าง ว่างเปล่า ที่ไม่มีทั้งระบบรองรับ ช่วยเหลือ หรือกรอบและกฎเกณฑ์อันใด เพื่ออิสระเสรีในการนำเสนอแนวคิดทางศิลปะ

เช่นเดียวกับนิทรรศการอย่าง Memory Complex โดยสองศิลปินร่วมสมัยชาวไทยอย่าง ปพนศักดิ์ ละออ และ แพร พัชราภา (อินทร์ช่าง) ที่จัดแสดงภายในอาคารว่าง กลางย่านการค้า ที่อยู่ภายในที่ดินของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดของกลุ่มความทรงจำ (Memory Complex) ด้วยกำแพงที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง และห้องว่างเปล่าที่ให้ความรู้สึกถึงพื้นที่ของคนธรรมดา เรื่องราวที่ถูกลืมเลือน เช่นเดียวกับความทรงจำที่ไม่เคยสมบูรณ์

อาคารนี้กลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงสิ่งที่มองไม่เห็น ยังไม่ถูกเล่า หรือสิ่งที่ล่องลอยอยู่ระหว่างการหายไปกับการจดจำ สถานที่นี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เชิญชวนให้ผู้ชมพิจารณาถึงความค้างคา ไม่สมบูรณ์ ด้วยผลงานที่เริ่มต้นจากแนวคิดของการเข้าไปครอบครองพื้นที่ว่าง และการสร้างการดำรงอยู่ชั่วคราวของนิทรรศการ เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงประเด็นที่จับต้องไม่ได้และเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นทางการเมืองที่อยู่รายรอบตัวของเรา

เริ่มต้นจากผลงานของ ปพนศักดิ์ ละออ ศิลปินอิสระชาวนนทบุรี ผู้พำนักและทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ ที่หยิบเอาความทรงจำทางการเมืองมาสะท้อนผ่านชิ้นส่วนของภาพประกอบทางการสื่อสารของนักโทษการเมืองที่ไร้เดียงสาแต่เปราะบาง ผสานกับงานศิลปะคลาสสิคและภาพของสถานที่ทางการเมือง

“ความสนใจของผม คือผมอยากกลับมาแสดงงานอีกครั้ง หลังจากหยุดไปนาน แต่ด้วยความที่ผมไม่ได้ทำงานกับหอศิลป์มานานแล้ว ตั้งแต่มีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี พ.ศ.2563 ผมก็มัวอยู่กับการทำงานในม็อบการเมือง โดยไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกับโลกศิลปะเท่าไรนัก พอผมอยากจะกลับมาแสดงนิทรรศการ ผมก็ไม่มีข้อตกลงกับแกลเลอรี ก็เลยคิดว่าจะกลับไปสู่รูปแบบเดิมๆ คือ สมัยก่อนผมเคยแสดงงานโดยใช้พื้นที่ตึกรกร้าง อาคารว่างเปล่ามาก่อน โดยผมเรียนรู้รูปแบบเช่นนี้จากโครงการเชียงใหม่จัดวางสังคม ซึ่งไปใช้สถานที่สาธารณะต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ผมก็เห็นทางเลือกที่ไม่ต้องวุ่นวายกับหอศิลป์มากมายนัก ก็เลยเป็นความคิดอัตโนมัติในการทำงาน นี่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการนี้”

“ประจวบกับมีช่วงเวลาหนึ่งที่ผมเคยแสดงงานในพื้นที่ของ แพร พัชราภา อินทร์ช่าง ผมก็เล่าให้แพรฟังว่าอยากจะกลับมาทำงานศิลปะและจัดแสดงนิทรรศการ โดยแสดงในสถานที่แสดงที่เป็นตึกร้างที่ไม่ใช่หอศิลป์ ซึ่งแพรสนใจที่จะร่วมแสดงด้วย”

“ส่วนประเด็นของชื่อนิทรรศการครั้งนี้อย่าง Memory Complex เริ่มต้นจากการที่ผมไม่ได้เป็นคนที่มาสำรวจพื้นที่ในกรุงเทพฯ เพราะเป็นหน้าที่ของแพรมาสำรวจพื้นที่ในกรุงเทพฯ และเจอสถานที่แห่งนี้ แล้วเขาก็เล่ารายละเอียดของตัวอาคารต่างๆ ให้ผมฟัง ซึ่งตอนที่ผมฟัง ผมคือคนที่อยู่ไกลที่สุด แต่ผมเห็นว่าเรื่องราวที่พวกเขาเล่านั้นน่าสนใจ ทั้งรายละเอียดของอาคาร กลิ่นที่อยู่ภายในอาคาร สิ่งที่ปรากฏอยู่บนผนังกำแพงในอาคาร รวมถึงประวัติศาสตร์พื้นที่ของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ผมรู้สึกว่าน่าสนใจ เพราะมีหลายเรื่องซ้อนทับกัน แล้วเป็นเรื่องที่ยังดำเนินอยู่โดยไม่รู้ทิศทางว่าอนาคตจะเป็นไปอย่างไร อยู่ดีๆ ชื่อของนิทรรศการนี้ก็โผล่ขึ้นมาว่า Memory Complex ซึ่งเป็นการคิดชื่อที่เชื่อมโยงจากสิ่งที่พวกเขาเล่าให้ผมฟัง”

“เรื่องราวที่เล่าเกี่ยวกับสถานที่ที่เป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยชื่อดังซึ่งก่อตั้งโดยพระมหากษัตริย์ในอดีต และยังเป็นพื้นที่ประกอบธุรกิจของผู้คน รวมถึงสิ่งที่ถูกเขียนในตัวอาคารโดยบุคคลนิรนาม สิ่งนี้ทำให้ผมนึกถึงผลงานภาพวาด The Third of May 1808 (1814) ของ ฟรานซิสโก โกยา (Francisco Goya) ซึ่งเป็นภาพวาดที่ขีดเส้นใต้ประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่ ในการนำเสนอบุคคลทั่วไป ที่ไม่มีความสลักสำคัญ มาเป็นตัวละครเอกของภาพวาดแทนที่บุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นกลุ่มคนไร้ชื่อที่ถูกรุมสังหารหมู่ สิ่งนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าผมอยากเอาเรื่องของคนที่ถูกหลงลืม ไม่นึกถึง คนที่แทบจะหลุดออกไปจากความนึกคิดของเราไป กลับมาทำใหม่อีกครั้ง”

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักโทษการเมืองชาวไทย โดยใช้จดหมายของผู้ต้องขังเหล่านี้มาเป็นจุดเชื่อมโยงบริบทต่างๆ เข้ากับเรื่องราวปัจจุบัน”

“ผลงานแต่ละชิ้นของผมในนิทรรศการครั้งนี้ มีที่มาจากจดหมายของนักโทษการเมือง กับลูก กับครอบครัว หรือสาธารณชน เวลามองจดหมายของคนเหล่านี้ และภาพประกอบที่พวกเขาเขียน ทำให้ผมนึกถึงหลายสิ่งหลายอย่าง”

“อย่างบางภาพ แวบแรกทำให้ผมนึกถึงภาพที่คุ้นเคยในประวัติศาสตร์ อย่างภาพ The Starry Night (1889) ของ วินเซนต์ แวน โกะห์ (Vincent van Gogh) รวมกันเป็นบทสนทนาทางสายตาข้ามกาลเวลา พื้นที่ และระบบอำนาจ ผมยังรวมเอาภาพของสถานที่ทางการเมืองของไทย ทับซ้อนด้วยภาพลึกลับจากนิยาย เจ้าชายน้อย อย่าง ภาพงูเหลือมที่กลืนช้าง ที่ดูเผินๆ เหมือนหมวกใบหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงการที่เราสูญเสียความสามารถและเพิกเฉยต่อการมองเห็นหรือเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องลึก หรือแม้กระทั่งสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน”

ในขณะที่ แพร พัชราภา ศิลปินร่วมสมัย และนักต่อสู้เรียกร้องสิทธิและพื้นที่ของผู้หญิง, ความเท่าเทียม และประชาธิปไตยในสังคมร่วมสมัย ผู้พำนักและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอภาพวาดจากพื้นที่ในใจ ความทรงจำส่วนตัวที่ปะปนกับการเมือง เผยให้เห็นความเปราะบางและการเปลี่ยนผ่าน ที่วนเวียนอยู่ในช่วงเวลาที่ลอยล่องระหว่างแสงและเงา รูปทรงและพื้นที่ ความหวังและความสิ้นหวัง

“นิทรรศการ Memory Complex เป็นโครงการที่เราเลือกใช้พื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่ของหอศิลป์ เพราะเรารู้สึกว่าหอศิลป์เป็นพื้นที่ที่มีกรอบของตัวเองอยู่ หรือแม้แต่เรื่องราวของพื้นที่ รวมถึงศิลปินที่เคยแสดงงานที่ผ่านมา แต่เราอยากพูดถึงช่วงเวลาของความทรงจำที่เป็นตัวตนในฐานะศิลปินของเราแบบบริสุทธิ์ 100% เราก็เลยเลือกใช้อาคารที่เป็นพื้นที่ว่าง ที่ถูกทิ้งไว้แทน”

“พื้นที่ที่เราเลือกตรงนี้เป็นเหมือนแก้วเปล่า มีเสรีภาพในแง่ของบริบทและเนื้อหา แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่นี้ก็เป็นพื้นที่ของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราก็สนใจมาแสดงงานในพื้นที่แห่งนี้เพื่อแสดงจุดยืนบนพื้นที่เช่นนี้ในอีกแง่มุมหนึ่ง แต่ด้วยความที่อาคารแห่งนี้เป็นพื้นที่ว่าง ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา เวลาแสดงงานก็จะแสดงได้แต่ตอนที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องให้เห็นผลงานถึงแค่หกโมงเย็น หลังจากฟ้ามืดก็จะมองไม่เห็นแล้ว”

“งานหลักในพื้นที่ของนิทรรศการครั้งนี้ของแพรจะเป็นงานใหม่ทั้งหมด เริ่มจากชิ้นที่แสดงอยู่ชั้นสาม เป็นภาพวาดใหญ่รูปผู้หญิงนอนกับแมว ซึ่งทำหลังจากกลับมาจากเป็นศิลปินพำนักที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยพูดถึงการนอนในช่วงเวลาโพล้เพล้ ใกล้พระอาทิตย์ตกดิน ที่เรียกกันว่า ‘ผีตากผ้าอ้อม’ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า ถ้าคนเรานอนในเวลานี้ จะฝันร้าย โดนผีหลอกหลอน เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราจะกึ่งหลับกึ่งตื่น เหมือนเป็นการเล่าผ่านช่วงเวลาของยุคสมัยหลังจากการเลือกตั้งไปแล้ว”

“ผลงานชิ้นนี้เป็นภาพที่วาดต่อจากผลงานที่แพรทำในนิทรรศการแรกที่ Cartel Artspace เล่าผ่านข้อความของ อ.ถนอม ชาภักดี ที่เคยเขียนถึง ‘สังคม การเมือง วัฒนธรรมที่คลุมทับไว้ด้วยความหมองมัวและสร้างวัฒนธรรมความกลัวครอบงำไปทุกอณูของแผ่นดิน’

“ส่วนภาพหลังจากนั้นเป็นภาพที่แพรวาดหลังจากกลับมาจากการเป็นศิลปินพำนักที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีแนวคิดเดียวกันคือเป็นความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน เป็นการแสดงความเงียบอันเกิดจากการที่เราปิดหู ปิดปาก จากการถูกสภาพแวดล้อมของสังคมบังคับ และเราเลือกที่จะปิดเองจากความดิ้นรนสับสนรอบตัว”

“แรงบันดาลใจอีกอย่างของงานชุดนี้ยังเกิดจากการที่เราได้มีโอกาสเข้ามาดูพื้นที่ว่างแห่งนี้ก่อน แล้วได้เห็นร่องรอยต่างๆ ที่อยู่บนผนังอาคาร ทั้งคราบที่มีคนขีดฆ่าเป็นกากบาท หรือจดเบอร์หวยล็อตเตอรี่ต่างๆ ลงไป พอเห็นพื้นที่แล้วเราจึงเริ่มคิดงาน และใช้เวลาตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ จนเสร็จสิ้นและจัดแสดงในเวลา 9 เดือน”

“เป้าหมายอีกประการของการแสดงงานในนิทรรศการนี้คือ แพรอยากวาดภาพขาย และเอาเงินจากการขายภาพวาดมาซื้อข้าวกิน ง่ายๆ เลย ไม่อยากไปทำอย่างอื่นมาซื้อข้าวกิน แพรคิดว่าความคิดของเราน่าจะขายได้ คิดว่าคนน่าจะเข้าใจบริบทอะไรต่างๆ ได้เยอะขึ้น เพราะในช่วงสิบปีมานี้ คนไทยเข้าใจศิลปะร่วมสมัยเยอะมากขึ้น”

นิทรรศการศิลปะของศิลปินคู่นี้ถือเป็นการแสดงศิลปะนอกกรอบและกฎเกณฑ์เดิมๆ ที่กระตุ้นให้ผู้ชมอย่างเราสัมผัสและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลหรือแม้ความหลงลืมอันน่าจดจำในสังคมนี้ได้เป็นอย่างดี

นิทรรศการ Memory Complex โดย ปพนศักดิ์ ละออ และ แพร พัชราภา จัดแสดง ณ อาคารว่าง เลขที่ 314, 316, 318 ซอยจุฬา 50 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร แผนที่ https://shorturl.at/qsEy5, ภาพถ่ายโดย Preecha Pattara



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)