bg-single

ศึกตะวันออกกลาง อิหร่านเพลี่ยงพล้ำกว่าที่คิด

07.07.2025

บทความต่างประเทศ

ศึกตะวันออกกลาง

อิหร่านเพลี่ยงพล้ำกว่าที่คิด

สงคราม 12 วัน ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน และปฏิบัติการ “มิดไนต์ แฮมเมอร์” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อเป้าหมายแหล่งนิวเคลียร์ในอิหร่าน ได้รับการจับตามองและประเมินผลอย่างใกล้ชิดว่า ท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่จุดลงเอยอย่างไร ลุกลามขยายตัวเป็นสงครามขนาดใหญ่โตกว่าหรือไม่ หรือสามารถสะกดยับยั้งอิหร่านเอาไว้ได้ยาวนานเพียงใด

คำตอบของคำถามเหล่านี้ ไม่เพียงมีนัยสำคัญต่อตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค แต่อาจหมายความรวมไปถึงโลกทั้งโลกอีกด้วย

ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ การตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีของสหรัฐอเมริกานั้น นับจนถึงขณะนี้ถือว่ามีน้อยมาก มีเพียงการถล่มมิสไซล์เข้าใส่ฐานทัพอากาศ อัล อูเดอิด ในกาตาร์ ที่เป็นเสมือน “กองบัญชาการส่วนหน้า” ของกองบัญชาการกลาง (เซ็นทรัล คอมมานด์) หน่วยงานทางทหารของสหรัฐอเมริกาที่กำกับดูแลภารกิจในตะวันออกกลางทั้งหมด ซึ่งไม่ปรากฏผลเสียหายมากมายนัก เพราะนี่ไม่เพียงแค่เป็นที่ตั้งทางทหารใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลางเท่านั้น ยังเป็นสถานที่ที่มีระบบการป้องกันที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน

ผู้สันทัดกรณีในตะวันออกกลางหลายคนเชื่อว่าการตอบโต้ของอิหร่านครั้งนี้ เป็นเพียงการแสดงออกเป็นเชิง “สัญลักษณ์” สำหรับ “รักษาหน้า” ของรัฐบาลอิหร่านมากกว่าอย่างอื่น เป็นเพียงการแสดงออกเพื่อผลทางการเมืองภายในประเทศมากกว่าอย่างอื่น

ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ไม่ยาก หากคำนึงถึงสภาพที่แท้จริงของกองทัพอิหร่านในยามนี้ ที่ไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวงต่อการเปิดศึกใหญ่ในตะวันออกกลาง

นักวิเคราะห์ทางทหารบางคนระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้อิหร่านจำเป็นต้องยอม “กลืนเลือด” ในครั้งนี้ เป็นเพราะโครงสร้างทางทหารของอิหร่าน ทั้งลำดับการบังคับบัญชาและการควบคุมการปฏิบัติการ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ สืบเนื่องจากการโจมตีเพื่อพุ่งเป้าสังหารบรรดาผู้บังคับบัญชาในระดับสูงไปเป็นจำนวนมากของอิสราเอล ที่มีทั้งบรรดาบุคคลระดับบัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (ไออาร์จีซี) และระดับบัญชาการของกองกำลังคุดส์ (Quds force) เช่นเดียวกับบรรดานายทหารระดับสูงในกองกำลังแอโรสเปซ ฟอร์ซ ของไออาร์ซีจี ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลปฏิบัติการของขีปนาวุธและโดรนอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เชื่อกันว่า ขีปนาวุธสำหรับปฏิบัติการระยะไกลของอิหร่านที่มีอยู่ในคลัง ก็ร่อยหรอลงเป็นอย่างมากจากการโจมตีตอบโต้อิสราเอลในช่วงสงคราม 12 วัน เมื่อบวกกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับฐานยิงและคลังเก็บขีปนาวุธ ที่ได้รับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากอิสราเอล ศักยภาพในการตอบโต้ หรือริเริ่มการโจมตีเชิงยุทธศาสตร์ใดๆ ของอิหร่านก็อ่อนยวบลงอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะที่กองกำลังติดอาวุธที่เป็น “ตัวแทน” ของอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮามาส และฮิซบอลเลาะห์ ก็ถูกอิสราเอลบั่นทอนกำลังและขีดความสามารถลงไปมากมายในช่วงหลายเดือนต่อเนื่องกันก่อนหน้านี้

กระนั้น พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ รองผู้บัญชาการเซ็นทรัล คอมมานด์ ก็ยังคงออกมาเตือนว่า อิหร่านตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ ศักยภาพถูกลดระดับลงมากก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบสิ้นการโต้ตอบจะเป็น “ศูนย์” ไปเสียทั้งหมด

ตรงกันข้าม อิหร่านยังคงมี “ศักยภาพในเชิงยุทธวิธี” อีกไม่น้อยที่สามารถงัดออกมาใช้เพื่อการแก้เผ็ดทั้งสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เมื่อคำนึงถึงว่า ในภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งหมด ยังคงมีทหารอเมริกันใช้ชีวิตอยู่ในหลายๆ ประเทศ ไม่น้อยกว่า 400,000 นายในเวลานี้

ทางเลือกของอิหร่าน อาจเป็นการใช้จรวดหรือมิสไซล์โจมตีต่อเป้าหมายที่เป็นที่ตั้งทางทหารของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาค หรือใช้วิธีการก่อการร้ายโดยอาศัยกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของตน ใช้ระเบิดฆ่าตัวตาย หรืออื่นๆ โดยพุ่งเป้าสังหารไปที่ทหารอเมริกันเป็นหลัก

นอกจากนั้น อาจจะเลือกใช้วิธีการสุดโต่งที่เคยได้ผลมาแล้วในอดีต นั่นคือการก่อการร้ายในระดับโลก โดยอาศัยการรอคอยเวลาและช่องโหว่อย่างอดทนเพื่อลงมือ

เหมือนเช่นที่ มูอัมมาร์ กาดาฟี เคยรอเวลาถึง 2 ปี ก่อนระเบิดเครื่องบิน แพนแอม กลางเวหา เพื่อแก้เผ็ดการโจมตีลิเบียของสหรัฐอเมริกาในปี 1986

นอกจากนั้น อิหร่าน ยังอาจเลือกใช้ “ไพ่ตาย” ทางเศรษฐกิจ นั่นคือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่จะสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว วิธีนี้อาจไม่กระทบต่อสหรัฐอเมริกามากมายนัก

เนื่องจากศักยภาพในการผลิตน้ำมันและก๊าซจากหินน้ำมัน และอาจส่งผลเสียหายในเชิงยุทธศาสตร์ต่อชาติพัฒนธมิตรของอิหร่านอย่างจีน เป็นอาทิพร้อมกันไปด้วย

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอย่างยิ่งอีกประเด็นหนึ่งก็คือ แม้ว่าโดยสภาพภายนอก บรรดาชาติอาหรับในตะวันออกกลางพากันออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหันกลับเข้าหาโต๊ะเจรจา เพื่อหาทางออกโดยสันติวิธี บรรดาชาติอาหรับเหล่านี้กลับไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์การโจมตีของสหรัฐอเมริกาน้อยกว่าที่คาดหมายเอาไว้

สตีเฟน คุก นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกิจการตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า ชาติอาหรับกลับยินดีด้วยซ้ำไปที่ขีดความสามารถในการเป็น “อันธพาล” ประจำภูมิภาคของอิหร่าน ถูกทำลายหรือตัดทอนจนได้รับความเสียหาย

สิ่งที่ชาติอาหรับในตะวันออกกลางในเวลานี้เป็นกังวลก็คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้ อิหร่านจะตอบโต้หรือไม่ ตอบโต้รุนแรงแค่ไหน ส่งผลเสียหายต่อประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคหรือไม่ และ ประเทศในภูมิภาคจะตกเป็นเป้าของอิหร่านเพราะเหตุการณ์นี้หรือไม่เท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์และผู้สันทัดกรณีส่วนใหญ่จึงเชื่อว่า การโจมตีของสหรัฐอเมริกา เพียงแค่สามารถชะลอโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านออกไปแค่ไม่กี่เดือนจริงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ในช่วงเวลาที่อิหร่านยังไม่สามารถฟื้นตัว ฟื้นศักยภาพทางทหารของตนขึ้นมาอย่างเช่นเวลานี้ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล จะผลักดันอิหร่านไปในทิศทางใด กดดันให้นั่งลงเจรจาทำความตกลงนิวเคลียร์ใหม่

หรือทำในทางตรงกันข้าม เปิดศึกทำลายล้างกันต่อไปกันแน่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ นายกฯอนุทิน“สอบไม่ผ่าน”
‘ไทยสร้างไทย’ จัดสัมมนาเสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งพัฒนาสู่ ‘พรรคการเมืองคุณภาพ’ ยึดมั่นอุดมการณ์สุจริต
ศ.สุชาติ เตือน! “สึนามิ AI” กำลังถล่มเศรษฐกิจโลก ไทยต้องเร่งสร้างคน สร้างงาน และเพิ่มผลิตภาพ​ หยุดกู้มาแจก​ ให้เพิ่มการลงทุน
กรุงเทพเนทีฟ แบบฉบับทรงวาด
คุยกับทูต | หลุยซา ราเกอร์ หวนคืนไทย…เปิดบทใหม่ไทย – อียู (จบ)
UNABOMBER | ‘พัสดุอันตราย’
‘เสือดาว, หมาไน, ผีเสื้อ’
Smoking Behind Supermarket with You : เรื่องโรแมนติกของควันบุหรี่
‘ไล่น้ำ-ส่งน้ำ’ ให้น้ำลด
บันเทิงที่”สั่นไหว” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การเมือง ที่ สร้างสรรค์ การเมือง ที่ อัปลักษณ์