bg-single

Ryan Gander นักท้าทายผู้ชมให้คลี่คลายปริศนาซับซ้อนทางศิลปะ

13.07.2025

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ในตอนนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่าเรื่องราวของศิลปินร่วมสมัยที่มีผลงานโดดเด่นน่าสนใจกันอีกคน ศิลปินผู้นี้มีชื่อว่า ไรอัน แกนเดอร์ (Ryan Gander) ศิลปินร่วมสมัยชาวอังกฤษผู้ทรงอิทธิพลและมีความสำคัญที่สุดในยุคสมัยของเขา เขาถูกนิยามว่าเป็นศิลปินแนวคอนเซ็ปช่วล หากแต่เขาปฏิเสธและกล่าวถึงตนเองว่าเป็นศิลปินแนวนีโอ-คอนเซ็ปช่วล และนักปรัชญาสมัครเล่น มากกว่า

แกนเดอร์สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติจากผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างมาก ด้วยความที่เขาไม่ยึดติดกับสื่อรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ หากพัฒนาแนวทางที่เรียกว่า ไร้รูปแบบ (non-style) ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาสามารถสำรวจแนวคิดต่างๆ ผ่านสื่อศิลปะหลากหลายประเภทและแนวทาง ทั้งงานประติมากรรม จิตรกรรม ภาพยนตร์ งานออกแบบกราฟิก ออกแบบอักษร ศิลปะจัดวาง เครื่องแต่งกาย งานเขียน สถาปัตยกรรม สิ่งพิมพ์ ศิลปะแสดงสด ฯลฯ

เขาทำงานผ่านกระบวนการคิดเชิงสัมพันธ์ ที่เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันเข้ากับสิ่งลี้ลับ สิ่งที่มักถูกมองข้าม กับสิ่งธรรมดาสามัญ

ผลงานของแกนเดอร์ตั้งคำถามต่อภาษาและความรู้ รวมถึงการสร้างสรรค์และวิธีการปรากฏของงานศิลปะในรูปแบบใหม่ๆ

The Artwork Nobody Knows (2011), ภาพจาก https://shorturl.at/NfI9K

ผลงานของเขามักให้ความรู้สึกเหมือนปริศนา หรือเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันด้วยจุดหลายจุด พร้อมเศษเสี้ยวของเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ ท้ายที่สุดแล้ว ผลงานเหล่านี้เป็นเหมือนเบาะแสจำนวนมากที่ถูกซ่อน รอให้ผู้ชมถอดรหัส โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมเชื่อมโยงเรื่องราวตามความเข้าใจของตนเอง และสร้างเรื่องเล่าในแบบของตน เพื่อคลี่คลายความซับซ้อนที่ศิลปินวางไว้

แกนเดอร์เชื่อว่าทุกคนต่างก็มีการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน และทุกคนสามารถเป็นศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้ เขาให้เหตุผลว่า การกระทำเล็กๆ ที่คนสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ มักน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าผลงานของศิลปินร่วมสมัยชื่อดังบางคนที่มักย้ำทำตามสูตรสำเร็จเดิมๆ ซึ่งขัดแย้งกับความหมายแท้จริงของความคิดสร้างสรรค์ สำหรับแกนเดอร์ ศิลปะ คือ “ความพยายามในการสร้างบางสิ่งที่แปลกใหม่ให้กับประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ของมนุษยชาติดุจดั่งนักสำรวจ”

“ผู้คนมักคิดว่าการจะเป็นศิลปินต้องมีทักษะสูง ต้องฝึกฝนอย่างหนัก ต้องฝึกฝน ทำสิ่งเดิมซ้ำไปซ้ำมา ผมคิดว่านั่นคือสิ่งไร้สาระ ไม่ใช่งานศิลปะ ไม่เกี่ยวอะไรกับศิลปะเลย เพราะโดยนิยามแล้ว ศิลปะคือการท้าทายความคาดหวัง และทำให้ผู้คนมองเห็นความแตกต่างหลากหลาย”

Of Mice and I… I… I… (2019), ภาพถ่ายโดย ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
Of Mice and I… I… I… (2019), ภาพถ่ายโดย ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
Of Mice and I… I… I… (2019),
ภาพจาก https://shorturl.at/MeMfE

แกนเดอร์เกิดในปี 1976 ที่เมืองเชสเตอร์ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ โดยมีอาการป่วยโรคกระดูกเปราะอย่างรุนแรง จนทำให้เขาต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลานานในช่วงวัยเด็ก และทำให้เขาต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์จวบจนถึงปัจจุบัน แต่เขาเองก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้พิการแต่อย่างใด และไม่อยากให้คนแปะป้ายว่าเป็นศิลปินพิการเลยแม้แต่น้อย

เขาเล่าถึงช่วงเวลาที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ยังเด็ก ว่าเป็นสถานการณ์ที่ช่วยฝึกฝนและขัดเกลาจินตนาการของเขาให้แข็งแรงเหมือนฝึกฝนกล้ามเนื้อ เขายังกล่าวว่า ประสบการณ์แรกเริ่มในการทำงานศิลปะของเขานั้นเต็มไปด้วยการทดลองและการทำสิ่งที่ไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง

“ผมชอบการทำงานศิลปะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องทำ ซึ่งดูเป็นวิถีชีวิตที่แสนจะไร้สาระก็ได้ แต่สถานที่แห่งเดียวจริงๆ ในสังคมที่คุณสามารถทำสิ่งที่ตรงข้ามกับความคาดหวัง ทลายขอบเขต ต่อต้านสถานภาพที่เป็นอยู่ และทำการทดลองเปลี่ยนมันให้กลายเป็นความก้าวหน้า หรือไม่ก็อาจจะล้มเหลวก็ได้ นั่นคือพื้นที่ภายในโลกศิลปะ”

ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังหยอกล้อเสียดสีสถานภาพและอัตลักษณ์ของเขาในผลงานบางชิ้นด้วยเหมือนกัน อย่างเช่นผลงาน The Artwork Nobody Knows (2011) ที่จัดแสดงในมหกรรมศิลปะ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 54 ในปี 2011 ซึ่งเป็นประติมากรรมขนาดเล็กในรูปลักษณ์ที่คล้ายกับแอ๊กชั่นฟิกเกอร์ หรือโมเดลของเล่นขนาดเล็กรูปซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ที่เป็นวีรบุรุษสำหรับเด็กๆ หากแต่ประติมากรรมนี้กลับแสดงถึงตัวตนของแกนเดอร์ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถเข็นวีลแชร์พลิกคว่ำ จนตัวเขาร่วงหล่นมานอนกองอยู่กับพื้น

ผลงานขนาดเล็กชิ้นนี้ถูกวางอยู่บนฐานขนาดใหญ่สีขาวสะอาดตาบนพื้นห้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มองดูผลงานจากมุมบน และเห็นภาพรวมทั้งหมดอย่างชัดเจน ปลุกเร้าความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น และกระตุ้นความอยากเข้าไปมีส่วนร่วมค้นหาคำตอบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวศิลปิน ไม่ว่าในเชิงห่วงใยอย่างจริงจัง หรือขบขันเสียดสีก็ตาม

School of Languages (2023) ประติมากรรมแอนิมาโทรนิกรูปกอริลลา, ภาพจาก https://shorturl.at/S5jJB
I be… (lvii) (2023) กระจกเงาโบราณห่มคลุมด้วยผ้าที่ทำจากเรซิ่น, ภาพจาก https://shorturl.at/S5jJB

ผลงานในลักษณะเดียวกันอีกชิ้นของแกนเดอร์ที่เรามีโอกาสได้ไปชมมาแล้วชอบมากๆ ก็คือ Of Mice and I… I… I… (2019) ซึ่งเป็นประติมากรรมชิ้นเล็กเช่นกัน แต่ในขณะที่ผลงานชิ้นก่อนหน้าที่เรากล่าวถึงถูกมองเห็นได้อย่างง่ายดาย หากแต่ผลงานชิ้นนี้กลับถูกจัดแสดงไว้ในพื้นที่ไม่เตะตาจนผู้ชมหลายคนอาจเดินผ่านไปโดยไม่สังเกตเห็น

โดยตำแหน่งจัดแสดงผลงานเป็นรูเล็กๆ หยาบๆ อยู่ในมุมต่ำเตี้ยเรี่ยดินบนผนัง หน้ารูมีเศษหินเศษปูนหล่นกองอยู่เหมือนถูกตัวอะไรเจาะออกมา ซึ่งตัวนั้นก็คือเจ้าหนูสีขาวตัวเล็กๆ โผล่หัวออกมาจากรูที่ว่า ยังกับว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีหนูมาทำรังอยู่ในผนังยังไงยังงั้น ซึ่งอันที่จริง เจ้าหนูตัวนี้เป็นผลงานประติมากรรมของแกนเดอร์ แล้วก็ไม่ใช่ประติมากรรมธรรมดาๆ หากแต่เป็นประติมากรรมแอนิมาโทรนิก (Animatronic) หรือประติมากรรมหุ่นยนต์รูปหนู ที่มีกลไกการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ โผล่ศีรษะออกมาจากรูบนกำแพง และขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้

ไม่เพียงเท่านั้น หนูตัวนี้ยังส่งเสียงพูดภาษามนุษย์ออกมาอีกด้วย (เป็นภาษาอังกฤษน่ะนะ) เราฟังดูแล้วเหมือนมันกำลังพูดเรื่องอะไรบางอย่างออกมา หากแต่เปล่งเสียงออกมาในลักษณะติดอ่าง อ้ำๆ อึ้งๆ ขัดๆ เขินๆ ลังเล สะดุดกับคำพูดของตัวเอง จำไม่ได้ว่าจะพูดอะไรออกมา เหมือนคำพูดติดอยู่ที่ปลายลิ้น

เสียงที่หลุดออกมาเป็นเพียงเศษเสี้ยวของประโยคที่เราไม่สามารถฟังให้เข้าใจได้ แล้วก็ดูเหมือนหนูตัวนี้รู้สึกตกใจ สับสน เสียใจ และพยายามเรียบเรียงใหม่ พอคิดว่าเริ่มจับทางได้แล้ว แต่ก็หลุดขัดเขินอีกครั้งอยู่ดี เหมือนเด็กๆ กำลังพยายามหัดพูดยังไงยังงั้น

ซึ่งอันที่จริง เสียงพูดของเจ้าหุ่นยนต์หนูน้อยตัวนี้ ก็เป็นเสียงที่แกนเดอร์บันทึกมาจากเสียงพูดของ โอลีฟ (Olive) ลูกสาวของเขาในตอนที่อายุ 9 ขวบนั่นเอง ผลงานชุดนี้ของแกนเดอร์ ยังได้แรงบันดาลใจจาก มิกกี้เมาส์ ตัวการ์ตูนหนูพูดได้ในการ์ตูนของวอลต์ ดิสนีย์ อันเป็นลักษณะของ Anthropomorphism หรือบุคลาทิศฐาน ซึ่งเป็นการหยิบเอาลักษณะของความเป็นมนุษย์ ไปใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ อย่าง พืช สัตว์ สิ่งของ หรือวัตถุไม่มีชีวิตต่างๆ นั่นเอง แถมบุคลิกเด๋อๆ ด๋าๆ ไม่มั่นใจในตัวเองในเสียงของหนูตัวนี้ ยังได้แรงบันดาลใจจากราชาแห่งหนังเงียบอย่าง ชาร์ลี แชปลิน อีกด้วย ซึ่งแกนเดอร์เคยกล่าวว่า

“ผมรู้สึกว่าผู้ชม โดยเฉพาะเด็กๆ มักชอบสัตว์ที่น่ารักและตัวเล็กๆ แล้วผมคิดว่าเราน่าจะเป็นหนี้บุญคุณของ ชาร์ลี แชปลิน สำหรับแนวคิดนี้ เราต้องการบางสิ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และเราก็นึกถึงเจ้าหนูตัวน้อยที่มีความเศร้าละม้ายคล้ายกับแชปลิน ที่แสดงบทบาทเหมือนเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่พยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้อย่างขัดๆ เขินๆ”

Bound by things (2023) ประติมากรรมแอนิมาโทรนิกรูปนกกางเขน, ภาพจาก https://shorturl.at/S5jJB
Take confidence in your abilities (2019) ประติมากรรมแอนิมาโทรนิกรูปหนูตัวเล็กๆ นอนอยู่บนพื้น, ภาพจาก https://shorturl.at/S5jJB

เขายังกล่าวถึงการพูดแบบติดอ่าง ขัดๆ เขินๆ ของเจ้าหนูตัวนี้ว่า

“สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับการพูดติดอ่างก็คือ ในบางครั้งการพูดติดอ่างอาจดูเหมือนเป็นการกระทำที่รุนแรง ตอนที่ใครสักคนพูดติดอ่าง เขากำลังต่อสู้อยู่กับอาการที่ว่า จิตใจของเขานั้นรู้ชัดเจนว่าตัวเองอยากจะสื่อสารอะไร แต่ร่างกายกลับต่อสู้ด้วยกระบวนการอันซับซ้อนและน่าหงุดหงิดที่ว่านี้ บางทีการสร้างงานศิลปะทั้งหมดของผมอาจเหมือนกับการพูดติดอ่างก็เป็นได้?”

และถึงแม้เจ้าหุ่นยนต์หนูน้อยตัวนี้จะพูดติดอ่าง ขัดๆ เขินๆ หากแต่ก็ถูกชดเชยด้วยอากัปกิริยาน่ารักอย่างการค่อยๆ เอียงหัวไปมาอย่างกุ๊กกิ๊กน่าเอ็นดู จนกลบเกลื่อนความติดขัดในการพูดและเรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากผู้ชมที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ชะงัดนัก

ผลงานชิ้นนี้ของแกนเดอร์ เป็นการสะกิดให้ผู้ชมตระหนักถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์และถูกมองข้าม ด้วยความที่เขาติดตั้งผลงานชิ้นนี้ในระดับต่ำเตี้ยแทบจะติดพื้น จนทำให้เราเองก็เกือบจะเดินผ่านมันไปเหมือนกัน แต่เมื่อเรามีโอกาสได้เห็น เราก็อาจประทับใจในความขัดเขินปนน่ารักน่าชังในงานชิ้นนี้ก็เป็นได้

Dominae Illud Opus Populare (2016) ประติมากรรมแอนิมาโทรนิกรูปตาสองดวงที่กลอกไปมาบนผนัง, ภาพจาก https://shorturl.at/S5jJB

The End (2020) ประติมากรรมแอนิมาโทรนิกรูปหนูตัวเล็กๆ ในรูบนผนัง, ภาพจาก https://shorturl.at/S5jJB

“การจัดแสดงผลงานชิ้นนี้ให้มีขนาดเล็กและอยู่ต่ำกว่าผู้ชมมากๆ จนคุณต้องย่อหรือก้มตัวลงต่ำถึงพื้น เพื่อเข้าถึงระดับความสูงของผลงานชิ้นนี้อย่างมีนัยยะสำคัญ และทำให้ผู้ชมมักจะถูกหลอกล่อหรือชักจูงให้มีปฏิสัมพันธ์กับตัวงาน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่ ที่น่าแปลกใจก็คือ คุณมักคิดว่าผู้ใหญ่และเด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานชิ้นนี้ต่างกัน เพราะจินตนาการของผู้ใหญ่และเด็กนั้นแตกต่างกัน แต่ไม่เลย สำหรับผม สิ่งนี้แหละคือสัญญาณว่าผลงานชิ้นนี้สามารถเชื่อมโยงช่องว่างของจินตนาการได้จริงๆ

เจ้าหนูตัวนี้ช่างน่าหลงใหลมาก ถึงขนาดที่ทำให้ผู้ใหญ่กลับไปเป็นเหมือนเด็กได้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว นี่แหละคือเป้าหมายและความสำเร็จของผลงานชิ้นนี้เลย ผมรักเจ้าหนูตัวนี้มาก เธอคืองานที่ผมชอบที่สุดที่ผมเคยสร้างมา”

ผลงานประติมากรรมหุ่นยนต์หนูชุดนี้ของแกนเดอร์ ถูกสะสมในพิพิธภัณฑ์สามแห่งในเครือ Pinault Collection ของนักสะสมงานศิลปะชาวฝรั่งเศส ฟรองซัว ปิโนลต์ โดยมีหนูสามตัวรวมกันเป็น ไตรภาคหนู The Trilogy (2018-2020) ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ Bourse de Commerce ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และพิพิธภัณฑ์ Palazzo Grassi กับ Punta della Dogana ที่กรุงเวนิส ประเทศอิตาลี ชมภาพเคลื่อนไหวของผลงานชิ้นนี้ได้ที่ https://shorturl.at/FXAm5

ข้อมูล https://shorturl.at/uEMlG, https://shorturl.at/046DH, https://shorturl.at/MeMfE

หนังสือ Ouverture โดย Bourse de Commerce Pinault Collection



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด