bg-single

ขอมที่ราบลุ่ม ไทย-กัมพูชา

24.08.2025

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติไม่มีในโลก) มีความหมายหลายอย่าง ทั้งเขมร นครธม (ในกัมพูชา), ชาวละโว้-อโยธยา (นอกกัมพูชา) และ “ไม่เขมร” นอกจากนั้นขอมไม่มีถิ่นกำเนิดที่ใดที่หนึ่งแล้วขยายไปที่อื่น แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมกระจายทั่วไป

จากการสอบค้นของ จิตร ภูมิศักดิ์ พบคําว่า “ขอม” มิได้มีความหมายที่แน่นอนแต่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ควรศึกษาไปตามความเป็นจริง วิเคราะห์ข้อมูลในตํานานหรือพงศาวดารโดยให้สัมพันธ์กับพัฒนาการของสังคม แล้วปัญหายุ่งยากสับสนทั้งปวงก็จะค่อยๆ คลี่คลายเผยคําตอบออกมาว่าเหตุใดมันจึงเป็นเช่นนั้นโดยไม่ยากนัก

กรอม หรือ ขอม มีความหมายหลายอย่างในหลายภาษา ซึ่งนักค้นคว้าวิจัยไม่มีหน้าที่จะต้องไปพยายามทําให้มีความหมายตรงกันให้หมด จึงไม่ต้องใช้อคติหรืออุปทานทางพงศาวดารกําหนดว่าเมื่อขึ้นชื่อขอมแล้วจะต้องหมายถึงคนกลุ่มนั้นหรือคนกลุ่มนี้แต่เพียงกลุ่มเดียวและตายตัว

[หนังสือ ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม ของ จิตร ภูมิศักดิ์ (พิมพ์ครั้งแรก 2525) ฉบับมติชน พ.ศ.2547]

คนที่ราบลุ่ม “ไทย-กัมพูชา”

ขอมในจารึกวัดศรีชุม (สุโขทัย หลักที่ 2) หมายถึงคนบริเวณ “ไทย-กัมพูชา” ตั้งแต่ ที่ราบลุ่มเจ้าพระยา (ในไทย) ต่อเนื่องถึงที่ราบลุ่มโตนเลสาบ (ในกัมพูชา)

จารึกวัดศรีชุม (สุโขทัย หลักที่ 2) ทำขึ้นในรัฐสุโขทัย ลุ่มน้ำยม-น่าน (หรือลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน) ราว 650 ปีมาแล้ว หรือหลัง พ.ศ.1894 แต่เนื้อความเป็นเรื่องเล่าย้อนยุคก่อนหน้านั้น

โดยเอกสารรุ่นนั้นพาดพิงขอมละโว้-อโยธยา กับขอมนครธม

ขอมละโว้-อโยธยา

ขอมคือชาวละโว้-อโยธยา (นอกกัมพูชา) ประกอบด้วยชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ที่ต่างก็พูดภาษาของตนเอง (ได้แก่ ภาษาตระกูลมอญ-เขมร, ชวา-มลายู-จาม, พม่า-ทิเบต, ม้ง-เมี่ยน, ไท-ไต-ไทย-ลาว ฯลฯ) ภาษาราชการ คือ ภาษาเขมร ภาษากลาง คือ ไท-ไต-ไทย-ลาว ตามหลักฐานต่อไปนี้

(1.) ขอมเป็นคำยืมจากภาษาเขมรว่า “กฺรอม” แปลว่า ข้างใต้, ข้างล่าง

“กฺรอม บางกรณีใช้เรียกบ้านเมืองหรือผู้คนในความหมาย บ้านใต้, เมืองใต้, ชาวใต้, เมืองล่าง เช่น “ขแมร์ กฺรอม” คือ เขมรต่ำ หมายถึงชาวเขมรที่ราบลุ่ม (โตนเลสาบ) บริเวณประเทศกัมพูชา (ตรงข้าม “ขแมร์เลอ” คือ เขมรสูง ลุ่มน้ำมูล ที่ราบสูงโคราช)

ดังนั้น ภาษาเขมรไม่มีคำว่า “ขอม” ซึ่งเป็นคำของกลุ่มคนตอนบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใช้เรียกกลุ่มคนตอนล่างลุ่มน้ำเจ้าพระยา

(2.) ขอมในจารึกวัดศรีชุม หมายถึง คนลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง (บริเวณที่เป็นละโว้-อโยธยา-อยุธยา) ที่เป็นผืนเดียวกับโตนเลสาบในกัมพูชา

จารึกวัดศรีชุมทำขึ้นในรัฐสุโขทัย คือ “เมืองเหนือ” ของละโว้-อโยธยา-อยุธยา ส่วนชาวรัฐสุโขทัยเรียกละโว้-อโยธยา-อยุธยา ว่า “เมืองใต้” (ของรัฐสุโขทัย)

“ขอมสบาดโขลญลำพง” หมายถึง เจ้านายรัฐละโว้ (ลพบุรี) ที่ขัดแย้งทางการเมืองกับเครือญาติ คือเจ้านายรัฐสุโขทัย

“ขอมเรียกพระธม” หมายถึง ประชาชนลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่พูดภาษา “เขมรปนไทย” ในชีวิตประจำวัน

(3.) ศูนย์กลางอำนาจของขอม (ในจารึกวัดศรีชุม สุโขทัย) คือ อโยธยา (ที่ย้ายลงมาจากละโว้) ต่อไปข้างหน้าคืออยุธยา

(4.) ภาษาขอมและอักษรขอม ดังนี้

ภาษาราชการ คือ ภาษาเขมร ถูกเรียกภาษาขอม แล้วยกย่องเป็นภาษาเทวราช (ราชาศัพท์) อักษรราชการ คือ อักษรเขมร ถูกเรียกอักษรขอม แล้วยกย่องเป็นอักษรศักดิ์สิทธิ์ (ใช้ลงอักขระ)

ภาษากลางของประชาชน คือภาษาไทย เขียนด้วยอักษรขอม เรียก “ขอมไทย”

แผนที่แสดงแผ่นดินใหญ่ ไทย, กัมพูชา, ลาว
ทิวเขาพนมดงรัก (พนมดองแร็ก แปลว่า ภูเขาไม้คาน) พาดแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างที่ราบสูงอีสานในไทย (เขมรสูง) กับที่ราบลุ่มโตนเลสาบในกัมพูชา (เขมรต่ำ)
มีช่องเขานับร้อย แต่ที่สำคัญ เช่น 1. ช่องเขาตะโก 2. ช่องสระแจง 3. ช่องโอบก 4. ช่องตาเมือน 5. ช่องจอม 6. ช่องพริก

ขอมนครธม

ขอมหมายถึงเขมรนครธม (ในกัมพูชา) พบหลักฐานเอกสารหลายชุด ดังนี้

กฎหมายลักษณะอาญาหลวง (เพิ่มเติม) (แผ่นดินเจ้าสามพระยา) พ.ศ.1976 (มาตรา 37) กล่าวถึงพ่อค้านานาประเทศในอยุธยา ดังนี้ “แขกพราหมณ์ ญวนประเทศ ฝรั่ง อังกฤษ จีน จาม วิลันดา ชวา มลายู กวย ขอม พม่า รามัญ”

กฎมณเฑียรบาล (แผ่นดินบรมไตรโลกนาถ) พ.ศ.2011 มาตรา 13 ห้ามคนทั้งหลายเล่นเพลงในคลองท่อที่ไขน้ำเข้าสระแก้ว หรือเข้าไปท้ายสนมวังหลวง ดังนี้ “แขก ขอม ลาว พม่า เมง มอญ มสุมแสง จีน จาม ชวา นานาประเทศทั้งปวง”

นอกจากนี้ยังพบในเอกสารอื่นอีกจำนวนหนึ่ง

สยามในขอม

ชาวสยามอยู่ใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งของขอม ด้วยการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนเป็นประชาชนของรัฐใหญ่ พูดภาษาเขมร ได้แก่ เมืองพระนคร (นครวัด), เมืองพระนครหลวง (นครธม), เมืองละโว้ (ลพบุรี)

1. ชาวสยามในนครวัด พบหลักฐานเป็นภาพสลักที่ปราสาทนครวัด พ.ศ.1650 รูปขบวนแห่เกียรติยศของ “เสียมกุก” (หมายถึงชาวสยามดั้งเดิมเริ่มแรก ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับกษัตริย์กัมพูชา)

มีทายาทเป็นชาวสยามเมืองราด ของพ่อขุนผาเมือง (เมืองเสมา)

2. ชาวสยามในนครธม พบหลักฐานในบันทึกจีน-โจวต้ากวาน พ.ศ.1839 ระบุว่า ในเมืองพระนครหลวง หรือนครธม มีบ้านเรือนชาวสยามชำนาญปลูกหม่อน, เลี้ยงไหม และรับจ้างปะชุนผ้าขาดให้ใช้งานได้

3. ชาวสยามในละโว้ พบหลักฐานในบันทึกจีน “หยวนสื่อ” (พงศาวดารราชวงศ์ หยวน ฉบับหอหลวง) เรียกละโว้ว่า “หลัวหู” แล้วบอกว่าราษฎรชาวสยาม (เสียน) พึ่งพาอาศัยในเมืองละโว้ ซึ่งมีภูเขาและที่ราบกว้างใหญ่ ดังนี้

“ภูเขาหินสีขาวสูงชัน-แผ่นดินหลัวหูเป็นที่ราบกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารนานาชนิด ซึ่งราษฎรชาวเสียนได้พึ่งพาอาศัย”

[รายงานการวิจัยการแปลและศึกษาเอกสารจีนโบราณเกี่ยวกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม โดย ศุภการ สิริไพศาล และ พิภู บุษบก ด้วยทุนอุดหนุนจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) พ.ศ.2561 หน้า 64 ในงานวิจัยไม่ระบุปีที่บันทึก]

บรรยายภาพ –

แผนที่แสดงแผ่นดินใหญ่ ไทย, กัมพูชา, ลาว

ทิวเขาพนมดงรัก (พนมดองแร็ก แปลว่า ภูเขาไม้คาน) พาดแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างที่ราบสูงอีสานในไทย (เขมรสูง) กับที่ราบลุ่มโตนเลสาบในกัมพูชา (เขมรต่ำ)

มีช่องเขานับร้อย แต่ที่สำคัญ เช่น 1. ช่องเขาตะโก 2. ช่องสระแจง 3. ช่องโอบก 4. ช่องตาเมือน 5. ช่องจอม 6. ช่องพริก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?