บทความต่างประเทศ
ภาวะอดอยากใน ‘กาซา’
วิกฤตมนุษยธรรมขั้นรุนแรง
ถือเป็นครั้งแรก ที่ “การจำแนกประเภทความมั่นคงทางอาหารและบูรณาการ” หรือไอพีซี ซึ่งเป็นหน่วยงานวิกฤตด้านอาหารของโลก ออกมาประกาศ “ภาวะอดอยาก” ในฉนวนกาซา หลังการบุกโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลต่อกลุ่มฮามาส นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023
โดยไอพีซีได้ระบุไว้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ฉนวนกาซากำลังเผชิญกับภาวะอดอยาก และมีแนวโน้มว่าจะลุกลามไปทั่วดินแดน หากยังไม่มีการหยุดยิง และยังมีข้อจำกัดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
การออกมาประกาศของไอพีซีมีขึ้นหลังจากที่กลุ่มช่วยเหลือต่างๆ ออกมาเตือนหลายเดือนแล้วว่า การที่อิสราเอลจำกัดอาหารและความช่วยเหลืออื่นๆ ในฉนวนกาซา รวมถึงการโจมตีทางทหาร กำลังก่อให้เกิดความอดอยากในหมู่พลเรือนชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะเด็กๆ
ในขณะที่อิสราเอลประกาศจะยึดกาซา และฐานที่มั่นอื่นๆ ของฮามาสต่อไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวจะยิ่งทำให้วิกฤตความอดอยากในกาซารุนแรงยิ่งขึ้น
ไอพีซีระบุว่า ความอดอยากเกิดขึ้นจากการต่อสู้และการกีดกันความช่วยเหลือ ที่ทำให้ผู้คนต้องพลัดถิ่นและนำไปสู่การล่มสลายในการผลิตอาหารในฉนวนกาซา ทำให้ระดับความอดอยากพุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิตทั่วพื้นที่ หลังจากสงครามยืดเยื้อมานานถึง 22 เดือน
รายงานของไอพีซีระบุว่า ประชาชนกว่าครึ่งล้านคนในฉนวนกาซา หรือประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด กำลังเผชิญกับความหิวโหยอย่างรุนแรง และหลายคนเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับภาวะทุพโภชนาการ
อันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า ผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง “ภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้น การฟ้องร้องทางศีลธรรม และความล้มเหลวของมนุษยชาติ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที”
อย่างไรก็ตาม อิสราเอลได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกมาเรียกรายงานดังกล่าวว่า เป็นเรื่องโกหกโดยสิ้นเชิง โดยเขาได้โพสต์บน X ว่า อิสราเอลไม่มีนโยบายด้านความอดอยาก
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐก็ได้ออกมาแสดงความสงสัยเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาน่ากังวลอย่างยิ่ง พร้อมกับกล่าวโทษกลุ่มฮามาสและผู้ปล้นสะดมว่าเป็นสาเหตุของความยากลำบากในการส่งมอบความช่วยเหลือ
หลังจากมีการเผยแพร่ภาพเด็กผอมแห้งในฉนวนกาซาและรายงานการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความอดอยากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลก็ได้ประกาศมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้ามาได้มากขึ้น
แต่ยูเอ็นระบุว่า สิ่งที่เข้าไปช่วยเหลือนั้น ยังต่ำกว่าความต้องการอยู่มาก
ด้านกระทรวงต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า นับตั้งแต่อิสราเอลบุกโจมตีกาซา มีรถบรรทุกความช่วยเหลือเข้าไปในกาซาแล้วกว่า 1 แสนคัน รวมทั้งความช่วยเหลือจำนวนมากช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กาซายังคงได้รับผลกระทบจากการปิดล้อมที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม เมื่ออิสราเอลสั่งห้ามการนำเข้าอาหาร ยา และสินค้าอื่นๆ ทั้งหมด
คริส นิวตัน นักวิเคราะห์ของกลุ่มอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส บอกว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากความอดอยากและโรคภัยไข้เจ็บที่ป้องกันได้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก เนื่องจากอิสราเอลทำให้ความอดอยากกลายเป็นส่วนสำคัญในการรณรงค์ควบคุมพื้นที่
ซึ่งเนทันยาฮูกล่าวว่า จำเป็นที่จะต้องมีการกดดันทางทหารมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของอิสราเอลในการปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไว้ และกำจัดกลุ่มติดอาวุธนี้ให้สิ้นซาก
ทั้งนี้ การประเมินภาวะทุพภิกขภัยอย่างเป็นทางการนั้น เกิดขึ้นได้ยาก โดยไอพีซีระบุว่า จะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับการยืนยันว่ามีเงื่อนไข 3 ข้อ ข้อแรกคือ มีอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนที่อยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร หรืออดอยาก
ข้อที่ 2 คือ มีอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ที่ประสบภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลันหรือผอมแห้ง โดยพิจารณาจากน้ำหนักตัวต่อส่วนสูง
และข้อ 3 มีเด็กที่อายุไม่ถึง 5 ขวบ อย่างน้อย 2-4 คน ต่อประชากร 10,000 คน ที่เสียชีวิตทุกวันเนื่องจากความอดอยากหรือภาวะทุพโภชนาการร่วมกับโรคภัยไข้เจ็บ
ไอพีซีเตือนว่า ประชากรของกาซา 1 ใน 3 อาจเผชิญกับความหิวโหยในระดับที่เลวร้ายภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ และที่น่ากลัวของการประเมินก็คือ
ไอพีซีบอกว่า ตัวเลขนี้อาจจะเป็นการประเมินที่น้อยกว่าความเป็นจริงก็เป็นได้
เครดิตภาพ “เอพี”
