bg-single

น้ำเงิน อิง เขียว จับตา ‘นายกฯ อนุทิน’ แก้ปมเขมร ‘บิ๊กเล็ก-บิ๊กดุลย์’ คุม กห. ข้อต่อ ตท.26 จับตา จัดทัพ นักรบสีน้ำเงิน ทัพเรือ ล้างขั้ว นับหนึ่งใหม่

22.09.2025

รายงานพิเศษ

น้ำเงิน อิง เขียว

จับตา ‘นายกฯ อนุทิน’ แก้ปมเขมร

‘บิ๊กเล็ก-บิ๊กดุลย์’ คุม กห.

ข้อต่อ ตท.26

จับตา จัดทัพ นักรบสีน้ำเงิน

ทัพเรือ ล้างขั้ว นับหนึ่งใหม่

เผือกร้อน ในมือนายกฯ คนใหม่ อนุทิน ชาญวีรกูล ทันทีที่รับตำแหน่ง ที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองได้เลยคือ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นเรื่องอ่อนไหว

เพราะขนาด บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการ รมว.กลาโหม และว่าที่ รมว.กลาโหม ในรัฐบาลนายอนุทิน ที่ไปเจรจากับเขมรในวงประชุม GBC ตกลงจะอนุโลมเปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราดก่อน เพื่อให้รถขนสินค้าเข้าออกตามที่บริษัทญี่ปุ่นร้องขอ ก็ยังถูกโจมตีอย่างหนัก และสะเทือนมาถึงนายอนุทินด้วย จนต้องออกมายืนยันว่าจะยังไม่มีการเปิดด่าน และแก้ข่าวกันพัลวัน เพราะรัฐบาลนี้ยังไม่สามารถมอบนโยบายได้

สบช่องให้นายอนุทินจึงตัดสินใจเปิดโควต้า รมช.กลาโหม เพื่อมาอุดช่องโหว่ของ พล.อ.ณัฐพลในเรื่องกัมพูชา ชื่อ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ อดีตแม่ทัพภาค 2 นักรบอีสานใต้ จึงติดโผ รมช.กลาโหม ใน ครม. “อนุทิน 1”

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

ปกตินายทหารระดับพลโท อดีตแม่ทัพภาค จะลุ้นเป็น รมช.กลาโหมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะส่วนใหญ่จะต้องเป็นพลเอก หรือเป็นอดีต ผบ.เหล่าทัพ

แต่ด้วยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายอนุทินจึงทาบทาม พล.ท.อดุลย์ มารับหน้าที่ ในห้วงเวลาที่สำคัญนี้

การเป็นลูกทหารชั้นประทวน ที่เกิดในค่ายจักรพงษ์ฯ ปราจีนบุรี ถิ่นบูรพาพยัคฆ์ และจบจาก รร.นายสิบ ทบ. แล้วจึงได้สอบเข้า รร.เตรียมทหาร และ รร.นายร้อย จปร.นั้น แทบจะทำให้ พล.ท.อดุลย์ ไม่ได้คาดหวังเลยว่า จะได้มาเป็น รมช.กลาโหม

ประกอบกับกระแสสังคมที่เชียร์ให้แม่ทัพกุ้ง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 ที่กำลังจะเกษียณ มาเป็น รมว.กลาโหม แต่ พล.ท.บุญสินได้ประกาศแล้วว่าจะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง ไม่เล่นการเมือง และมีภารกิจสำคัญที่จะต้องทำหน้าที่ที่ปรึกษา ผบ.ทบ. และเดินสายบรรยายสร้างความรักชาติรักแผ่นดิน

จึงทำให้ พล.ท.อดุลย์เป็นแคนดิเดตที่เหมาะสม เพราะไม่ใช่แค่สนิทสนมคุ้นเคยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ “ครูใหญ่” เพราะเติบโตในอีสานใต้มาตลอด และเป็นนักฟุตบอลด้วย แถมยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 ของนายอนุทินด้วย

ว่าที่ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์

อดีตแม่ทัพภาค 2 เติบโตมาในพื้นที่อีสานใต้ตั้งแต่เรียนจบมาในปี 2533 โดยเลือกลงพื้นที่กองทัพภาค 2 เลย ผ่านตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา ร.23 พัน4 ผบ.ร.23 พัน4 ผบ.กรมทหารพรานที่ 26 ผบ.ร.3 ผบ.พลพัฒนาที่ 2 และเป็น ผบ.พล.ร.6 ควบ ผบ.กกล.สุรนารี ขึ้นรองแม่ทัพภาค 2 และแม่ทัพภาค 2 ถือเป็นนายทหารนักรบแห่งอีสานใต้ และอยู่ในพื้นที่ชายแดนมาตลอด ทั้งพื้นที่ช่องกร่าง อ.พนมดงรัก และ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และในช่วงการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา อยู่ กกล.สุรนารี มาตลอด คุมพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร ภูมะเขือ ห้วยตามาเรีย และแนวรบปราสาทตาเมือนและปราสาทตาควาย

ที่สำคัญการเป็นเตรียมทหารรุ่น 26 ก็จะกลายเป็นข้อต่อสำคัญกับกองทัพ ที่มี บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เป็นกำลังหลักและขยายปีก ตท.26 คุม ทบ.แบบเบ็ดเสร็จ จนถึงหน่วยคุมกำลังระดับกองทัพภาค

มี บิ๊กเติ่ง ว่าที่ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ ว่าที่แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ รวมทั้ง บิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.คนใหม่ก็เป็น ตท.26

และมี ตท.26 ที่อยู่ในระดับห้าเสือเหล่าทัพนับเป็นแคนดิเดต ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทร.คนต่อไปด้วย

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์

ขณะที่นายอนุทินเอง เมื่อขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีท่ามกลางแสงเขียว ในห้วงที่คะแนนนิยมกองทัพอยู่ในระดับสูงจากการสู้รบกับกัมพูชา ย่อมส่งผลให้นายอนุทินต้องฟังกองทัพมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าเมื่อฝ่ายทหารทั้ง พล.อ.มนัส จันดี เสนาธิการทหารเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 ของ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ท.บุญสิน คัดค้านการเปิดด่าน นายอนุทินก็ต้องรีบออกมายืนยันว่าจะยังไม่มีการเปิดด่าน พร้อมประกาศว่าเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไม่ใช่ของประเทศอื่น

พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ,พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์

อีกทั้งนายอนุทินก็ถูกมองว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ขั้วอนุรักษนิยมสนับสนุน ก็ย่อมต้องเดินไปในทิศทางเดียวกับกองทัพ เพราะแม้แต่การที่ พล.อ.ณัฐพลได้มาเป็น รมว.กลาโหม ก็เพราะแรงหนุนจากคีย์แมนในขั้วอนุรักษนิยม แต่ พล.อ.ณัฐพลก็ถูกโจมตีอย่างหนักและมีกระแสบีบให้เปลี่ยนตัว ซึ่งนายอนุทินก็ไม่แตะ และเป็นเหตุผลเดียวกับที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ถูกสกัดไม่ได้มาเป็น รมว.กลาโหม ทั้งๆ ที่นายอนุทินมิได้ยกโควต้า รมว.กลาโหมให้ตั้งแต่ต้นแล้ว

นอกจากนั้น เผือกร้อนที่รออยู่คือการต้องอนุมัติงบฯ กลาง เกือบ 4 พันล้านบาท ให้กองทัพจัดซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อทดแทนที่ใช้ไปในการสู้รบกับกัมพูชา และอีกส่วนหนึ่งคือเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพในการพร้อมรับมือ หากต้องมีการสู้รบอีกครั้ง

ภาพของนายกฯ อนุทิน และรัฐบาลพรรคสีน้ำเงิน จึงจำต้องหลังอิง พิงกองทัพไว้ เพราะคะแนนนิยมกองทัพยังคงพุ่งสูง

พล.ท.ศราวุธ จันทร์พุ่ม

ในขณะที่กองทัพได้สร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยการวางตัวแม่ทัพนายกอง ในเจนถัดไป

ที่น่าจับตา ในส่วนของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) นักรบสีน้ำเงิน ที่มีบทบาทมากขึ้นในระยะหลัง ในส่วนของกองทัพไทย เพราะแม้จะไม่ใช่หน่วยรบแต่เป็นหน่วยที่มีกำลังอยู่ทั่วประเทศ และทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ ที่ฝ่ายการเมืองต้องพึ่งพิงในการช่วยเหลือประชาชนเพราะมีทั้งเครื่องมือ บุคลากร และงบประมาณ

โดยในคำสั่งโยกย้ายที่ได้ประกาศออกมา รองเล็ก พล.ท.ศราวุธ จันทร์พุ่ม รอง ผบ.นทพ. ขึ้นเป็น ผบ.นทพ.คนใหม่ แทน พล.อ.นพดล ปิ่นทอง ที่ขยับขึ้นไปเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด

พล.ท.ศราวุธเป็นเตรียมทหาร 24 เพื่อนร่วมรุ่นของ ผบ.อ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองหยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รอง ผบ.ทหารสูงสุด และว่าที่ ผบ.ทหารสูงสุดคนใหม่

พลโท นนธวัฒน์ ภักดิพงศ์พิชญะ

จากการจัดวางแม่ทัพนายกองของนักรบสีน้ำเงินครั้งนี้ จะเห็นการวางตัวของนายทหารที่จะมารับหน้าที่กันในอนาคตต่อๆ ไป เช่น

“เสธ.เป๊ปซี่” พล.ท.นนธวัฒน์ ภักดิพงศ์พิชญะ เตรียมทหาร 26 ขยับขึ้นมาเป็นรอง ผบ.นทพ. เพื่อมาจ่อเตรียมขึ้น ผบ.นทพ. ต่อจากว่าที่ พล.อ.ศราวุธ ในตุลาคมปีหน้า เพราะโดยเส้นทางรับราชการแล้ว ผบ.นทพ.มักจะนั่งเก้าอี้แค่ปีเดียวแล้วขึ้นไปเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด

ทั้งนี้ พลท.นนธวัฒน์ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ของ เสธ.จุ๊ฟ พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา ว่าที่เสนาธิการทหาร ที่ถูกคาดหมายว่าถูกวางตัวให้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนต่อไปต่อจาก พล.อ.อุกฤษฎ์ ที่จะเกษียณตุลาคม 2570

ส่วน ตท.26 อีก 2 คน ที่เคยรับราชการใน นทพ. เคยเป็นนักรบสีน้ำเงิน และเคยถูกมองว่าอาจจะเป็น ผบ.นทพ.ในสักวัน แต่ก็ถูกขยับออกไปแล้ว ด้วยเพราะอายุราชการจะเกษียณกันในปี 2570 นี้แล้ว เช่น เสธ.ปริ้นซ์ พล.ท.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ที่โผนี้ขยับจากรอง ผบ.นทพ. ไปเป็นที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ติดยศพลเอก และ เสธ.เวฟ พล.ท.กฤษณ์ จันทรนิยม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพไทย ที่เคยเป็น ผอ.สำนักทหารพัฒนาภาค 4 ขยับมาเป็นหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำเสนาธิการทหาร อยู่หน้าห้อง พล.อ.ชิดชนก เพื่อนรักเตรียมทหาร 26

อย่างไรก็ตาม มีการมองว่ามีการวางประเพณีใหม่ของทหารพัฒนา คือจะต้องมาเป็นรอง ผบ.นทพ.ก่อน เช่น ครั้งนี้ พล.ท.นนธวัฒน์ขยับมาเป็นรอง ผบ.นทพ. ย่อมถูกจับตามองว่าจะเป็น ผบ.นทพ.คนต่อไป แถมยังเป็น “ชมพูฟ้า คอนเน็กชั่น” กับ พล.อ.อุกฤษฎ์ด้วย

โดยมี พล.ท.ม.ล.ประวีร์ จักรพันธุ์ ขยับจาก เสธ.นทพ. ขึ้นรอง ผบ.นทพ. ซึ่งก็ถูกมองว่าเตรียมจ่อที่จะขึ้นเป็น ผบ.นทพ.ในอนาคต เพราะเป็น ตท.28 แถมเป็น “OV คอนเน็กชั่น” ขั้วอำนาจใหม่ในกองทัพที่กำลังมาแรง

และมองกันต่อว่า “ผอ.อาเธอร์” พล.ต.อภิรัชฎ์ รามนัฎ ผอ.สำนักทหารพัฒนาภาค 1 นทพ. เตรียมทหาร 29 และ OV คอนเน็กชั่น ถูกวางตัวให้ขยับขึ้นมาในอนาคต

พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์

ขณะที่ในส่วน ทร. มีการมองข้ามช็อตไปแล้วว่า เมื่อ บิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ (ตท.24) ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ 1 ปี จะเกษียณตุลาคม 2569 แล้วจะมีการล้างขั้วอำนาจใน ทร.ใหม่หรือไม่

เพราะครั้งนี้มองกันว่า การที่ บิ๊กแมว พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. เลือก พล.ร.อ.ไพโรจน์ เป็น ผบ.ทร. ทำให้ผิดแผนในการสืบทอดอำนาจของขั้วอำนาจปัจจุบันในกองทัพเรือ

เพราะในอดีตมีการวางตัวกันมาต่อเนื่องตั้งแต่ บิ๊กเฒ่า พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย (ตท.20) ได้กลับมาเป็น ผบ.ทร. ก็ต่อด้วย บิ๊กจ๊อด 4 ช. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ (ตท.22) และต่อด้วย บิ๊กดุง พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม (ตท.23) เป็น ผบ.ทร.คนละปี และมาเป็น บิ๊กแมว พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ เป็น ผบ.ทร.

และเป็นที่รู้กันดีว่า พล.ร.อ.อะดุงสนับสนุน บิ๊กเดี่ยว พล.ร.อ.ณัฏฐพล เดี่ยววานิช (ตท.25) ผบ.กองเรือยุทธการ ให้เป็น ผบ.ทร. แต่ พล.ร.อ.จิรพลเลือก พล.ร.อ.ไพโรจน์ เป็น ผบ.ทร. และเตะ พล.ร.อ.ณัฏฐพลข้ามไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ถูกมองว่าอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของกองทัพเรือในการเปลี่ยนขั้วอำนาจ

พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช

ในโผนี้ พล.ร.อ.จิรพลได้จัดวางให้ พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช (ตท.25) ที่ปรึกษาพิเศษ ทร. เป็นรอง ผบ.ทร. โดยมีอายุราชการถึง 2570 และถือว่าอาวุโสสูงสุด เนื่องจากครองอัตราพลเรือเอกพิเศษ

โดยมี พล.ร.ท.นเรศ วงศ์ตระกูล (ตท.26) ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทร. และ พล.ร.ท.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล (ตท.27) รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นเสนาธิการทหารเรือ และ พล.ร.ท.กรวิทย์ ฉายะรถี (ตท.26) เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ ขยับจากเจ้ากรม ขึ้น 5 ฉลาม เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเลย

ดังนั้น ในการโยกย้ายครั้งต่อไปจึงมีแคนดิเดตชิงเก้าอี้แม่ทัพเรือถึง 4 คน ท่ามกลางกระแสข่าวว่า พล.ร.อ.จิรพลได้วางตัว พล.ร.อ.สุชาติไว้แล้ว เสมือนจะเป็นการนับหนึ่งของการเริ่มต้นขั้วอำนาจใหม่ของกองทัพเรือ

ดังนั้น แม้จะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล มาเป็นยุคของนายอนุทิน กองทัพก็ยังคงมีพลังอำนาจสำคัญ และยิ่งในยามที่กระแสความนิยมสูงขึ้นจากการสู้รบกับกัมพูชา ก็ยิ่งทำให้กองทัพมีความเป็นเอกเทศ ยากที่ฝ่ายการเมืองจะเข้าแทรกแซง หรือมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจในกองทัพ

แต่ทว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะต้องเป็นฝ่ายสนับสนุนกองทัพ และปฏิบัติตามที่กองทัพเสนอแนะ

ยิ่งเป็นรัฐบาลในขั้วอนุรักษนิยมไม่ว่าจะสีไหน จากพรรคสีแดงมาสู่พรรคสีน้ำเงิน ก็จำต้องเอาหลังอิงสีเขียว อิงกองทัพซึ่งถือเป็นเขี้ยวเล็บของขั้วอนุรักษนิยมมายาวนาน และตลอดไปด้วยนั่นเอง

พล.ร.ท.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี