โดย โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์
ช่วงนี้ผมกับ ดร.ภาคภูมิ วาณิชกะ กำลังเตรียมต้นฉบับหนังสือภาษาอังกฤษเรื่อง ประวัติของปรัชญาตะวันตกในประเทศไทย เพื่อส่งสำนักพิมพ์ตีพิมพ์
หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องการรับวิชาปรัชญาเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงวิชาการอื่นๆ ซึ่งมองได้ว่ารวมกันอยู่ในปรัชญา (ซึ่งจริงๆ ก็คือวิชาการทั้งหมด) จากโลกตะวันตกมายังสยาม ครั้งแรกในสมัยพระนารายณ์มหาราช และครั้งที่สองในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่สาม แล้วก็เล่าเรื่องการปะทะกันทางปัญญาเมื่อระบบความรู้จากตะวันตกเข้ามาในสยาม ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
แต่ประเด็นหลักของบทความวันนี้ไม่ใช่เรื่องนี้ เราคงมีโอกาสพูดเรื่องนี้กันอีกยาวเมื่อหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ออกมาแล้ว
ประเด็นของผมในบทความนี้ก็คือเรื่องการใช้เอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ในการเขียนงานวิชาการ
จริงๆ แล้วมีเพียงเส้นบางๆ ที่ละเอียดอ่อนที่แบ่งระหว่างการใช้เอไอที่ถูกต้อง กับที่ไม่ถูกต้องในการเขียนงานวิชาการ หรืองานเขียนอื่นใดก็ตามที่แสดงความคิดของเรา
การเขียนบทต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ ผมก็ได้ใช้บริการของเอไอพอสมควร เอไอยี่ห้อที่ใช้ก็คือ Claude ของบริษัท Anthropic
ผมคิดว่า Claude เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เหมาะกว่าเพื่อนในการเขียนงานวิชาการ แต่เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นถกเถียงกันได้อีก
ลักษณะการใช้งานเอไอของผมก็คือว่า ผมให้มันช่วยเสนอเส้นทางเวลาของเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ ซึ่งผมก็จะได้ใช้เส้นเวลานี้เป็นกรอบในการเขียนงานของผมเอง เพื่อเล่าเรื่องประวัติของปรัชญาไทยตามกรอบเส้นเวลานี้
ตัวอย่างก็คือ ผมรับผิดชอบเขียนประวัติของปรัชญาในไทย ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง จนถึงปี พ.ศ.2543 (เราตัดสินใจหยุดการเล่าเรื่องไว้ที่ปีนี้ เพื่อให้นักประวัติศาสตร์รุ่นต่อไปมาเขียนต่อในอนาคต ส่วน ดร.ภาคภูมิรับเขียนประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญ คือช่วงรัชกาลที่สามถึงรัชกาลที่ห้า)
ทีนี้ ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทย แต่ต้องเล่าเรื่องที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทยช่วงนี้ ก็เลยให้ Claude ช่วยทำเส้นเวลาให้
บอกมันว่า “ช่วยเขียนเส้นทางเวลา (timeline) ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองจนถึง ค.ศ.1971” (ผมเขียนคำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ เพราะไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจภาษาไทยแค่ไหน)
แล้วก็ให้มันเขียนอีกเส้นหนึ่งตั้งแต่ ค.ศ.1971 ถึง ค.ศ.2000 สาเหตุที่เอา ค.ศ.1971 หรือ พ.ศ.2514 เป็นจุดเปลี่ยนก็คือว่า ปีนี้เป็นปีที่ ศ.ดร.วิทย์ วิศทเวทย์ จัดตั้งภาควิชาปรัชญาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้การเรียนปรัชญาเปลี่ยนไปอย่างถาวร กลายเป็นการเรียนอย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม เราจะพูดเรื่องเอไอเป็นหลัก ใครที่พอจะรู้ประวัติศาสตร์ไทยช่วงหลังสงครามโลก จะรู้ว่ามันวุ่นวายแค่ไหน มีรัฐประหาร มีกบฏ ฯลฯ หลายครั้ง
ดังนั้น ผมก็เอาเส้นเวลาที่ Claude ส่งมาให้ (ปีไหนเกิดอะไร เพราะอะไร สั้นๆ เรียงไปเรื่อยๆ) เอามาทำเป็นโครงร่างการเขียนของผม ที่เล่าเรื่องของวิชาปรัชญาไปตามเส้นเวลานี้
สาเหตุที่ผมทำแบบนี้ หนึ่งก็เป็นเพราะผมจำรายละเอียดพวกนี้ไม่ได้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง การให้ Claude เขียนก็คือให้มันช่วยเสนอเค้าโครงเรื่องขึ้นมา เพื่อให้ผมสานต่อ
ข้อสังเกตก็คือว่า ผมไม่ได้บอก Claude ว่า “เขียนประวัติของปรัชญาไทยตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองถึงปี พ.ศ. 2514” แบบนั้นคือให้ Claude เป็นคนเขียนไปเลย ส่วนผมแค่เป็นคนสั่งให้มันทำ
ถ้าทำแบบนี้ ก็จะไม่ต่างอะไรเลยกับคนที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการ ที่มีการพูดๆ กันว่าไม่ทำงานเอง แต่ให้ลูกน้องเขียนให้ แล้วเอามาใส่ชื่อตัวเองหน้าตาเฉย
ทำแบบนี้ผิดจริยธรรมวิชาการ และการให้ Claude เขียนให้ทั้งหมด ก็ย่อมผิดตามไปด้วยแบบเดียวกัน
ผมยังไม่เคยให้ Claude เขียนงานให้แบบนี้ แต่อยากจะบอกว่า การให้ Claude หรือเอไอตัวอื่นๆ เขียนงานให้ทั้งหมด แปลว่าเราไม่ได้คิดเองเขียนเองเลย และเมื่อเราไม่ได้คิดเองเขียนเอง เราก็ไม่มีสิทธิ์จะมาบอกว่าเราเป็น “ผู้เขียน” งานชิ้นนี้
ต้องบอกว่า Claude หรือเอไอตัวอื่นเป็นผู้เขียน ไม่ใช่มนุษย์คนไหน
นี่คือเส้นบางๆ ที่แบ่งระหว่างการใช้เอไออย่างถูกต้องกับอย่างไม่ถูกต้องในการเขียนบทความ
สิ่งสำคัญก็คือว่า เราให้เอไอมาเป็นตัวช่วยเราในการทำงานด้านความคิดของเรา ไม่ใช่ให้มันทำให้ทั้งหมด
แล้วที่เรื่องนี้เป็นเส้นบางๆ ก็คือว่า การเป็น “ตัวช่วย” ของเอไอเป็นอะไรที่กินความได้กว้าง
ผมเคยได้ยินนักปรัชญาคนหนึ่งบอกว่า การใช้เอไอสร้างงานศิลปะไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะในท้ายที่สุดแล้ว คนสร้างก็คือศิลปินที่กำลังใช้เอไออยู่นี่แหละ
ทีนี้ แทนที่เขาจะใช้พู่กันหรือเครื่องมืออื่นๆ ในการสร้างภาพของเขา เขาก็ใช้เอไอนี่แหละเป็นเครื่องมือ และศิลปะของเขาก็อยู่ที่การเขียน ‘prompt’ หรือชุดคำสั่งที่สั่งอย่างละเอียดให้เอไอสร้างภาพใดๆ ที่อยู่ในหัวของเขาให้ออกมาเป็นภาพที่ทุกคนเห็นได้
แต่เส้นบางๆ ของเรื่องนี้ก็อยู่ที่บางคนไม่ใช่ศิลปิน แต่อยากเขียนภาพ ก็เลยให้เอไอเขียนหรือวาดให้ โดยตัวเองแค่บอกมันคร่าวๆ เพราะคนบอกเองก็ไม่มีภาพอะไรในหัวชัดเจนที่จะบอกมันได้อย่างละเอียด แบบนี้จะเรียกได้ว่าใครเป็นคนเขียนภาพที่แท้จริง?
เรื่องนี้ก็เป็นแบบเดียวกับการเขียนงานวิชาการ คนที่บอก Claude หรือเอไอตัวอื่นๆ เขียนงานให้ เขาไม่ได้ไปค้นคว้า ไม่ได้ไปอ่านงานวิจัยอื่นๆ แค่ให้มันเขียนให้
แต่ถ้าหากเป็นแบบนี้ สมมุติว่านักศึกษาคนหนึ่งได้รับมอบหมายงานให้เขียนบทความหนึ่งบท แล้วเอาโจทย์ของบทความให้บอก Claude ให้มันเขียนมาให้ แล้วพอได้บทความมาแล้ว นักศึกษาคนนี้ก็เอามาอ่านอย่างละเอียด ด้วยความสนใจอยากรู้ อ่านไปอ่านมา ก็ตามไปอ่านรายการอ้างอิงที่ Claude เสนอมา
แล้วถ้า Claude มีรายการอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง นักศึกษาก็เจอแล้วก็ลบออกไป อ่านไปอ่านมา กลายเป็นว่านักศึกษาคนนี้เข้าใจงานหัวข้อนี้มากขึ้นมากกว่าตอนก่อนจะให้ Claude เขียนให้
แบบนี้จะเรียกว่าใช้ถูกหรือผิด?
อาจจะไม่ผิดก็ได้ เพราะเขาเข้าใจเรื่องที่ตัวเองกำลังเรียน แต่กระบวนการเกือบจะเหมือนกับการให้เอไอคิดเองเขียนเองให้ทั้งหมด จริงๆ เหมือนหมดแหละ มีเพิ่มมาตรงอ่านเองแล้วคิดตามที่อ่านแค่นั้น
จะเห็นได้ว่า การใช้สองอย่างนี้ เส้นแบ่งมันบางจริงๆ
