ราชปรารภ ราชประสงค์ เจ้าหน้าที่ ‘กู้ชีพ’ จาก วชิรพยาบาล ‘เป้า’ สังหาร โดยกระสุน ‘สไนเปอร์’
ยุทธการแดงเดือด
ราชปรารภ ราชประสงค์
เจ้าหน้าที่ ‘กู้ชีพ’ จาก วชิรพยาบาล
‘เป้า’ สังหาร โดยกระสุน ‘สไนเปอร์’
เป้าหมายต่อไปของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ แม้จะยังตรึงอยู่กับเหตุการณ์บริเวณซอยรางน้ำ แต่ก็เน้นไปยังผู้เสียชีวิตตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2553
ก่อนอื่นย้อนทวนให้เห็นความต่อเนื่อง
ตั้งแต่ช่วงที่มีรถบรรทุกทหารเข้ามาจากทางดินแดงมุ่งเข้าสู่ถนนราชปรารภในเวลา 18.30 น.
เมื่อถึงเวลาประมาณ 19.30 น. บริเวณซอยรางน้ำมีเสียงปืนดังนานต่อเนื่องกันหลายนาที ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย และมีผู้เสียชีวิตที่มีหลักฐานชัดเจนว่าถูกยิงในช่วงเวลานี้
กรณีผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเป็นอาสาสมัครกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและถูกยิงจนเสียชีวิต
พยานลำดับที่ 044 ซึ่งอยู่ในช่วงเหตุการณ์ยึดรถบรรทุกของทหาร สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 2 ปีหลังสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2553
เล่าเหตุการณ์ต่อในเหตุการณ์ยึดรถทหารว่า
ขณะที่ตนกำลังถอยหลังกลับรถบรรทุกของทหารได้เข้ามาพอดีซึ่งบนรถนั้นมีทหารอยู่ประมาณ 3-4 คน
ข้างหน้ารถ 2 คน หลังรถน่าจะ 1-2 คน (เขาไม่แน่ใจ)
จึงวิ่งเข้าไปถ่ายวิดีโอไว้แล้วได้มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงหมอบลง เขาไม่แน่ใจว่ามีกันกี่คน ซึ่งขณะนั้นเขาได้เห็นว่ามีการแย่งปืนด้วย ซึ่งเขาคิดว่าทหารพยายามจะป้องกันตัวมากกว่า
จึงยิง
ลักษณะท่าทางในขณะนั้น คือ ทหารโดนล็อกปืนแนบกับตัวทหารไว้แล้ว ไม่ได้มีการเล็งปืน
ปลายกระบอกชี้ขึ้น(เขาทำท่าให้ดู) แล้วยิงออกไป
ส่วนทหารคนที่ล้มลงไปนั้นเป็นทหารที่โดนผู้ชุมนุมถีบตกลงไป ส่วนปืนได้ถูกยึดไปส่งต่อให้ตำรวจที่อยู่บริเวณนั้น (เขาไม่ทราบว่าเป็นผู้ชุมนุมหรือไม่เพราะไม่ได้แต่งกายแบบผู้ชุมนุม)
ในขณะนั้นมีตำรวจอยู่ด้วยประมาณ 20-30 คนมากับรถตู้ ไม่ใช่ตำรวจปราบจลาจล ไม่มีโล่ แต่งตัวเหมือนตำรวจปกติ
ในเหตุการณ์นี้พยานไม่เห็นว่ามีคนบาดเจ็บจากการถูกยิง
พยานยังได้เล่าต่ออีกว่า หลังจากนั้นรถที่ถูกยึดก็ถูกปล่อยลมยางและถูกทุบทำลายแล้วจึงเข็นไปไว้เยื้องกับป้อมตำรวจ
ประมาณ 18.00 น. คนเริ่มออกมามุงกันอีกบนสามเหลี่ยมดินแดง
ตอนนั้นมีการยิงมาจากทางฝั่งทหารที่อยู่ข้างในถนนราชปรารภอีกชุดหนึ่ง คนจึงหลบกัน จากนั้นตัวเขาได้ข้ามถนนจากฝั่งโรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์คไปอยู่ฝั่งเดียวกับสวนสันติภาพ
พอตกค่ำก็เริ่มมีการเผารถทหาร รถตักดินสีเหลืองๆ (เขาไม่แน่ใจ)
ที่บนสะพานข้ามแยกคนมีจักรยานยนต์ขึ้นไปจอดดูเหตุการณ์ เกิดการยิงขึ้นอีกครั้งเป็นชุดเล็กๆ ประมาณ 1-2 วินาที
เสียงดังมาจากทางด้านในถนนราชปรารภทำให้มีผู้ชายที่อยู่บนสะพานล้มหงายลง (เขาถ่ายไว้) ลักษณะรูปร่างไม่ใหญ่มาก (ประมาณ 170 ซ.ม. ไม่อ้วน ไม่ผอม) ตอนที่ล้มลงมีผู้หญิงช่วยประคองแล้วบอกว่าโดนยิง (เราไม่ทราบว่าเป็นใคร)
แต่จากช่วงเวลาและสถานที่ก็อาจจะเป็น นายทิพเนตร เจียมพล ก็ได้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลอื่นๆ ที่จะยืนยันตัวตนนายทิพเนตร เจียมพล ในช่วงที่เขาถูกยิงได้
เหตุการณ์ตั้งแต่หลังเวลา 18.00 น. ทหารได้ถอยไปประจำตำแหน่งอยู่ที่บริเวณปั๊มเอสโซ่แล้ว
และในช่วงกลางคืนคืนนี้มีผู้เสียชีวิตที่บริเวณดินแดงทั้งหมด 5 คน
กรณีแรก คือ นายบุญทิ้ง ปานศิลา อายุ 26 ปี เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์กู้ภัย วชิรพยาบาล
หลักฐานจากคลิปผู้ใช้ชื่อ majoranticoup บนเว็บไซต์ Youtube
ประสานกับหลักฐานคลิปขอคืนพื้นที่ความจริง “ชาวบ้านราชปรารภ ยืนยันวิถีกระสุนหวังยิงถึงชีวิต_บุญทิ้ง” ของ VoiceTV
ได้ถ่ายคลิปช่วงที่ นายบุญทิ้ง ปานศิลา ถูกทหารยิงที่หน้าร้านไพศาลเอนจิเนียริ่ง (ฝั่งเดียวกับปั๊มเชลล์ถัดลงไปทางใต้ประมาณ 10 เมตร) โดยระบุว่าผู้ที่ถูกยิงเป็นอาสาสมัครหน่วยแพทย์กู้ภัยวชิรพยาบาล
ถูกยิงเวลา 19.36 น.
ขณะที่นายบุญทิ้งถูกยิงนั้นเขาได้เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บคนหนึ่งซึ่งหลบเข้าซอกตึกบริเวณนั้น ผู้ถ่ายคลิประบุว่าได้ยินเสียงปืนทำให้ทราบที่มาของกระสุนชัดเจนว่ามาจากฝั่งทหาร
เขาได้เล่าว่า
“เขา (บุญทิ้ง) ได้พยายามบอกกับทหารแล้วว่าเขาเป็นแพทย์ผู้ช่วยเหลือคนบาดเจ็บแล้วเขาก็โดนยิง
พอแพทย์วชิระโดนยิงนักข่าวอยู่ใกล้ๆ กับผมตรงราชปรารภ 18
พอเขาเห็นเขาก็รีบวิ่งข้ามถนนทั้งที่ทหารกำลังยิงอยู่ วิ่งข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อที่จะไปดึงผู้บาดเจ็บเพราะเขาคิดว่ายังมีชีวิตอยู่ลากเข้ามุมตึกตามในคลิป พอกำลังจะลากตัวเขาก็โดนยิง”
และในรายการ “ขอคืนพื้นที่ความจริง” ตอนเดียวกัน
ยังมีผู้หญิงซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุอีกคนได้เล่าว่า ตัวเธอเองในคืนนั้นระหว่างยืนดูเหตุการณ์ขณะที่ทหารกำลังยิงได้มีคนตะโกนบอกให้หลบ
เธอจึงคลานไปหมอบอยู่หลังกระถางต้นไม้บนทางเท้า
จากนั้นได้มีแสงสีเขียวเล็งมาที่ขาส่วนที่โผล่พ้นกระถางออกมา แต่เธอไม่ได้ถูกยิง
แสงสีเขียวนั้นน่าจะแสดงภาพและการดำรงอยู่
เมื่อตรวจสอบในหลายๆ ด้านประกอบกัน เวียงรัฐ เนติโพธิ์ จึงประเมินและสรุปออกมาในลักษณะยืนยัน
จากหลักฐานอื่นประกอบกันชัดเจนว่า ชายในคลิปดังกล่าวคือนายบุญทิ้ง
ที่ถูกยิงและถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุเป็นเวลานานราว 3 ชั่วโมง (ประเมินจาก “ประชาไทออนไลน์, 14 พฤษภาคม 2553 สืบค้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2554 โดยประชาไทได้อ้างอิงข่าวมาจาก “เดลินิวส์”
ยืนยันตามเวลาในข่าวคือ 23.30 น.
ก่อนที่จะสามารถเคลื่อนย้ายศพออกมาได้ ตามใบมรณบัตรที่ระบุว่า ถูกยิงบนถนนราชปรารภ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 ตอนกลางคืน
ขณะเดียวกัน เชิงอรรถของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ระบุด้วยว่า
ตามมรณบัตรมีรายละเอียดไม่ชัดเจน คือ ระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตคือมีบาดแผลที่คอด้านซ้ายดำให้เส้นเลือดแดงฯ
ทำให้ เวียงรัฐ เนติโพธิ ต้องทำหมายเหตุในวงเล็บไว้ด้วยว่า ไม่แน่ใจว่า “ดำ” จะหมายถึง “ทำ” หรือหมายถึงเส้นเลือดดำ และไม่รู้ว่า ที่เขียนว่า “และฯ” นั้นหมายถึงอะไรกันแน่
นายบุญทิ้ง ปานศิลา มีภรรยาชื่อ น.ส.วราภรณ์ เกตุแก้ว และมีบุตรชายร่วมกัน 1 คน บุตรเพิ่งอายุได้ 11 เดือน
นายบุญทิ้งเป็นพนักงานเก็บค่าจอดรถของวัดเทวราชกุญชร
เวลาว่างจะมาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือหน่วยแพทย์กู้ชีพประจำหน่วยเคลื่อนที่เร็ว วันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไป
รถจักรยานยนต์ เลขทะเบียน คือ สภล 271 กรุงเทพมหานคร
