แฉเบื้องหลัง อิสราเอลโจมตีตัวแทนฮามาส ในโดฮา กาตาร์ และ 2 ตัวประกันไทยที่ไร้ร่องรอย
รายงานพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล
แฉเบื้องหลัง
อิสราเอลโจมตีตัวแทนฮามาส
ในโดฮา กาตาร์
และ 2 ตัวประกันไทยที่ไร้ร่องรอย
หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานบนหน้า 1 ถึงเบื้องหลังการโจมตีของอิสราเอลต่อตัวแทนการเจรจาฮามาสที่โดฮา, กาตาร์ เมื่ออังคาร 5 กันยายน 2025
อิสราเอลใช้เครื่องบินเจ็ต F-15s จำนวน 8 ลำ และ F-35s จำนวน 4 ลำ บินไปทะเลแดงฝั่งตรงข้ามกับคาบสมุทร Arabian Peninsula from Qatar
จากตำแหน่งตรงนั้น เครื่องบินบางลำยิงจรวด ballistic missiles – ขีปนาวุธ ข้ามน่านฟ้าประเทศ Saudi Arabia พุ่งสู่โดฮา, กาตาร์
WSJ บอกว่า อิสราเอลรายงานสหรัฐไม่กี่นาทีก่อนการโจมตี ทำให้อเมริกาไม่มีเวลายับยั้ง
ข่าวบอกว่าอิสราเอลไม่ได้แจ้งเป้าหมายการโจมตีว่าเป็นที่ใด แต่เมื่อ space-base U.S. sensors – สถานีจับสัญญาณจากอวกาศของสหรัฐ จับความร้อนจากวิถีจรวดที่กำลังพุ่งสู่เป้าหมาย ยืนยันได้ว่าเป็นโดฮา
รายงานส่งถึงมือประธานาธิบดีทรัมป์ในทันที
ทรัมป์สั่งให้ฝ่ายบริหารส่งข่าวเตือนโดฮา
แต่ทุกอย่างสายเกินไป จรวดพุ่งทำลายเป้าหมาย
ตัวแทนเจรจาฮามาสทุกคนเสียชีวิตหมด รวมทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยและฝ่ายประสานงานกาตาร์บางคน
แต่หัวหน้าใหญ่สุดฮามาสที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงปลอดภัย เพราะยังไม่เข้าสู่ห้องประชุม
CNN และทีวีทุกช่องในอเมริกามีภาพนาทีจรวดถล่มเป้าหมายในโดฮามาให้ดู เห็นภาพควันระเบิดพุ่งฟุ้งกระจาย แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นการยิงมาจากเครื่องบินรบของอิสราเอล
มีแต่ WSJ แห่งเดียวนำเบื้องหลังมารายงาน
Saudi Arabia จับสัญญาณจรวดที่ยิงผ่านน่านฟ้าได้ แต่ไม่ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงกลาโหมสหรัฐเรียก Operation นี้ว่า “Absolutely unimaginable” – ปฏิบัติการที่เหนือจินตนาการโดยแท้จริง
ทรัมป์โพสต์บน Truth Social หลังการโจมตีว่า
“การโจมตีฝ่ายเดียวในกาตาร์ ชาติอธิปไตยผู้เป็นมิตรสนิทของสหรัฐที่ได้ทำงานอย่างหนักและกล้าหาญด้วยความเสี่ยงภัยร่วมกับเราในการเป็นคนกลางนำสันติภาพนั้น หาได้บรรลุวัตถุประสงค์ของทั้งอิสราเอลและของอเมริกา”
การที่อิสราเอลสามารถยิงจรวดระยะไกลโจมตีดินแดนมิตรสนิทของอเมริกาได้นั้น แสดงให้เห็นถึงการขยายขอบเขตประสิทธิภาพกำลังทหารของอิสราเอลในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยยะ
ผู้สื่อข่าว WSJ ได้เข้าไปดูอาคารที่ถูกโจมตี รายงานว่า ห้องชั้นกลางฟลอร์โดนทำลายอย่างหนักไปจนถึงด้านขวาของชั้นล่าง แต่ส่วนที่เหลือของอาคารโดนทำลายไม่มาก เข้าใจว่าโดนโจมตีด้วยหัวรบจรวดขนาดย่อม
“อิสราเอล, ที่นำโดยผู้นำหัวรุนแรงที่ชอบพูดจาโอ้อวด ได้บุกรุกดินแดนอื่นโดยไม่มีขอบเขตจนเป็นอุปนิสัยสันดาน” นายกรัฐมนตรี Mohammed bin Abdulrahman al-Thani แห่งกาตาร์พูดในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ – United Nations Security Council
“เราจะเป็นเจ้าภาพให้ตัวแทนอิสราเอลได้ต่อไปอีกอย่างไร ในเมื่ออิสราเอลได้ทำลายมันลงไปในการโจมตีครั้งนี้”
คณะมนตรีความมั่นคงฯ ได้ออกแถลงการณ์ประณามเรื่องการโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ไม่ได้ระบุชื่ออิสราเอลในแถลงการณ์ ลงชื่อความเห็นชอบทั้ง 15 ประเทศสมาชิกรวมทั้งสหรัฐ
จรวดโจมตีของอิสราเอลได้รับจากอเมริกาปี 2024 จากเอกสารสืบราชการลับสหรัฐ
ทรัมป์รีบโทรศัพท์ด่วนถึงนายกฯ เนทันยาฮูของอิสราเอลทันทีหลังการโจมตีในวันอังคารด้วยความ “หัวเสีย” ที่มืดบอดด้านข้อมูล
รายงานข่าวแจ้งว่าทรัมป์คัดค้านการโจมตีว่าไม่ใช่วัตถุประสงค์และโกรธที่รู้เรื่องนี้จากหน่วยของกองทัพสหรัฐแทนที่จะได้รับข้อมูลโดยตรงจากอิสราเอล
เนทันยาฮูบอกทรัมป์ทางโทรศัพท์ว่า ตัวเขาได้รับรายงานทาง brief window ก่อนการยิงเท่านั้น ทรัมป์ถามว่า การโจมตีประสบความสำเร็จไหม เนทันยาฮูตอบว่า ยังไม่รู้ผล
มีฐานทัพอเมริกาใหญ่สุดในตะวันออกกลางที่โดฮา มีทหารอเมริกันหลายพันคนอยู่ที่นั่น
การประชุมหยุดยิงอิสราเอล-ฮามาสที่โดฮาเป็นไปตามข้อเสนอสันติภาพของอเมริกา และกาตาร์รับเป็นเจ้าภาพ
ก่อนหน้านั้น เนทันยาฮูส่งสัญญาณว่า
“หมดเวลาสำหรับการเจรจาสันติภาพแล้ว”
ทรัมป์โพสต์ว่าตัวเขา unhappy ไม่มีความสุขกับการโจมตีครั้งนี้ รีบส่ง
Secretary of State – รมต.ต่างประเทศ Marco Rubio บินเข้าอิสราเอลเพื่อเจรจาโดยรีบด่วน
วันอาทิตย์ เนทันยาฮูพา Rubio และทูตอเมริกันประจำเยรูซาเล็มสวมหมวกยิว Yarmulke ไปสวดมนต์ที่กำแพงศักดิ์สิทธิ์ Wailing Wall หรือ Western Wall ในเยรูซาเล็มก่อนจะเจรจากันวันรุ่งขึ้น
Rubio แถลงก่อนบินว่า สหรัฐจะยังไม่ประเมินความช่วยเหลืออิสราเอลใหม่ แต่จะนำความไม่สบายใจของประธานาธิบดีทรัมป์ไปสู่อิสราเอล
“เราจะพูดถึงอนาคตข้างหน้า และต้องการจะรู้ว่าพวกเขา-อิสราเอลวางแผนเบื้องหน้าอย่างไร จะทำให้เกิดขึ้นเป็นจริงได้อย่างไร”
Rubio บอกว่าทรัมป์ร้อนใจที่การเจรจายุติสงครามไม่มีความคืบหน้า
ประธานาธิบดีอเมริกาต้องการให้ฮามาสยอมรับความพ่ายแพ้ ต้องการให้สงครามยุติ และต้องการให้ตัวประกันที่เหลือ 48 คนได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านหรือคืนซากศพ
บนบรรทัดนี้ ขอบันทึกว่า ตัวประกันไทย 2 คนสุดท้ายยังไม่ได้รับการปล่อยตัวหรือคืนศพ
รัฐบาลไทยที่ผ่านมายังไม่เคยแถลงเรื่องตัวประกันไทยสองคนสุดท้ายในมือฮามาส
